Sunday, November 27, 2016

วิธีแก้น้องหมาไม่ยอมให้จับตัว



ไม่ยอมให้จับส่วนไหนยิ่งต้องจับ จนกว่าเขาจะยอม และ ยืนเฉยๆ ยอมให้จับ

ตอนแรกที่เราจับบางจุดที่เขาไม่ชอบ เขาอาจขู่แยกเขี้ยว หรือ หันหัวจะมางับ คนส่วนใหญ่มักจะกลัวตกใจ ชักมือหนี คราวนี้สุนัขจะได้ใจทันที จะใช้วิธีการขู่ แยกเขี้ยว ยิงฟัน หันมางับ เป็นอาวุธไว้สู้กับเราเวลาเขาถูกขัดใจ เพราะทำทีไร ได้ผลทุกครั้ง เพราะเราจะถอยห่างทันทีร่วมกับกลัวตัวสั่นงันงก นี่คือจิตวิทยาสุนัขที่เขาเอาไว้เอาชนะเรา ใครถอยก่อน ฝ่ายนั้นแพ้ เพราะฉะนั้นเราจะแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัข เราก็ต้องใช้จิตวิทยาสุนัขไว้ต่อกรกับเขา เพราะฉะนั้นเราห้ามถอย ห้ามกลัว ห้ามชักมือหนี


ในการปรับพฤติกรรม มีวิธีป้องกันการถูกกัด ก็คือ ใส่สายจูงแบบเชือกหรือโซ่กระตุก เพราะจะควบคุมส่วนหัวของสุนัขไม่ให้เขาหันมางับได้ แต่ถ้าเป็นสายจูงธรรมดาที่ติดกับปลอกคอ หรือ สายรัดอก เราจะคุมส่วนหัวของเขาไม่ได้ และนั่นเองเขาจะหันกลับมางับมือเราได้สะดวกทีเดียว


จับสายจูงให้มั่นเพื่อควบคุมส่วนหัว ถ้าเรายังควบคุมความกลัวไม่ได้ให้หาที่ครอบปากมาใส่ให้สุนัข ป้องกันการถูกกัดและทำให้เรามั่นใจมากขึ้น เมื่อเรามั่นใจเราก็มีโอกาสชนะในศึกครั้งนี้ไปเกินครึ่ง สูดหายใจลึกๆ และใช้มือที่ว่างลูบคลำส่วนที่สุนัขไม่ชอบ เมื่อไหร่มีเสียงขู่หรือเขาหันมางับ เรากระตุกสายจูงทันที ถ้าขู่แยกเขี้ยวหรือหันมางับอีกก็กระตุกอีก ทำอย่างนี้จนกว่าสุนัขจะยืนเฉยๆ ยอมให้จับแต่โดยดี


ท่าทางที่บ่งบอกว่าเขายอมก็คือ ยืนเฉยๆ หน้าตาผ่อนคลาย ตาหรี่เล็ก มีการกระพริบตาตามปกติ ตาไม่แข็ง ไม่เย็นชา ตาไม่เบิกกว้างแบบลอกแลก ปากอ้าผ่อนคลาย ลิ้นห้อย การหายใจปกติ หรือ เร็วนิดหน่อยถ้าเหนื่อย นั้นคือเขายอมให้เราจับ เราชนะแบบใสสะอาด


ในขบวนการปรับพฤติกรรมสุนัข ผู้ปรับจะถูกสุนัขกัดหรือไม่ มีอยู่ 2 ปัจจัย


ความกลัว ไม่กล้า ถ้าเรามีพลังลบแบบนี้ จะทำให้เราถูกกัดได้เพราะความกลัว ความกังวล ความไม่มั่นใจหรือความไม่นิ่งถือว่าเป็นพลังที่อ่อนแอ เมื่อสุนัขรับรู้ว่าเราอ่อนแอ เขาก็จะสู้กลับทันทีเพราะเขาจะอยู่ในภาวะเหนือกว่า แต่ถ้าเราไม่กลัว นิ่งๆ หัวโล่งๆ เขาก็จะนิ่งเช่นกัน ถ้าเราไม่ชักมือหนี และไม่กลัวตกใจเวลาเขาจะงับหรือแยกเขี้ยวใส่ เขาจะเรียนรู้ว่าใช้วิธีกัดหรือขู่แยกเขี้ยวกับเราไม่ได้ผลอีกต่อไป ไม่ได้ทำให้เรากลัวหรือปล่อยให้เขาเป็นอิสระ แต่การที่เขายืนเฉยๆ ยอมให้เราจับในส่วนที่เขาเคยหวง เมื่อเราจับเสร็จเราก็ปล่อยเขาเป็นอิสระ นั่นเองเขาจะไม่ใช้การกัดการแยกเขี้ยวมาต่อกรกับเรา แต่เขาจะยืนนิ่งๆ แทน เพราะการยืนนิ่งและยอมให้เราจับอย่างโดยดี นั้นเองจะทำให้เขาเป็นอิสระโดยเร็ว แล้วในที่สุดสุนัขจะเลิกหวงตัว

การจับสายจูง ถ้าจับถูกวิธี สายจูงคล้องอยู่ตำแหน่งหลังหูสุนัข (คอส่วนบน) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ควบคุมส่วนหัวของสุนัขได้ดี จะทำให้เราไม่ถูกสุนัขกัด


คำเตือน

เจ้าของต้องประเมินสถานการณ์ ต้องรู้นิสัย รู้จังหวะสุนัขของตนเป็นอย่างดี และ ต้องประเมินตนเองด้วยว่า ทำไหวไหม กลัวไหม สู้แรงเขาไหวไหม ถ้าไม่มั่นใจ หรือ กลัว ก็ไม่ต้องทำเพราะเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกกัด แต่ถ้าเรามั่นใจ คุมไหว เอาอยู่ ไว้ใจสุนัขของเรา วิธีที่แนะนำก็เป็นวิธีที่ได้ผลไวที่สุด และ สุนัขเข้าใจ

Tip  ระหว่างการฝึก เราอาจใส่ถุงมือหนังทำสวน เพื่อป้องกันสุนัขกัดเข้าเนื้อ ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้เราระดับหนึ่ง เมื่อเราฝึกจนไว้ใจ มั่นใจแล้ว ให้ฝึกโดยไม่ต้องสวมถุงมือหนัง

มีอีกหลายวิธีที่ไม่เสี่ยง ไม่อันตราย แต่อาจใช้เวลานานกว่าในการแก้ปัญหา และ จนกว่าน้องหมาจะเข้าใจ ก็เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมคะ


ที่มา http://yojajiji.bloggang.com, http://www.thaipetlovers.com
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/226517056231468288/

Saturday, November 26, 2016

เรื่อง น้องหมา น่ารู้



         คำถามเกี่ยวกับน้องหมาสารพัด สาระเพ ที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ แต่เป็นเรื่องที่หลายคนกังขาอยากรู้ แต่ไม่ทราบว่าจะหาคำตอบได้ที่ไหน วันนี้เรานำคำตอบมาบอกกัน

หมาอวกาศตัวแรกของโลกพันธุ์อะไร ? 

          หมาที่เป็นหมาอวกาศ คือ หมาตัวที่เขาส่งออกไปกับแคปซูล หรือยานอวกาศ ก่อนจะส่งมนุษย์ขึ้นไปนั้น เป็นหมาพันธุ์เล็ก เรียกว่า พันธุ์รัซเซียน (Russian Soitz) น้ำหนักตัวราว 11 ปอนด์ มีชื่อว่า "ไลก้า" (ไลก้า) เพศเมีย ซึ่งถูกส่งขึ้นไปกับยานอวกาศชื่อ "สปุตนิก 2" (Sputnik II) เมื่อวันที่ พฤศจิกายน 2500 แต่โชคไม่ดีขาไปไลก้ามีชีวิต แต่ครั้นกลับลงมาก็สิ้นลม เนื่องจากยานอวกาศโคจรนานเกินกำหนดจนหมดอากาศหายใจ

หมาพันธุ์หายากในโลก พันธุ์สำคัญคือ ? 

          คาดกันว่าหมาในโลกนี้มีเกินกว่า 850 ชนิด โดยที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมหมาของอเมริกาและอังกฤษ มีบางพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว บางพันธุ์ก็หาดูได้ยาก...

          ชินุก (Chinook) เป็นหมาที่พัฒนาพันธุ์ขึ้นมาในอเมริกาเพื่อใช้ลากเลื่อน ครั้งหนึ่งเคยมีจำนวนไม่เกิน 100 ตัว

          แกงการู ฮาวนด์ (Kangaroo Hound) เป็นหมาที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างหมาพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ กับไอริส วูล์ฟฮาวนด์ ในประเทศออสเตรเลีย เมื่อ ค.ศ.1850 นัยว่าใช้ไล่ต้อนจิงโจ้ ปัจจุบันหาได้ยาก

          ไอซ์แลนด์ ด็อก (Iceland Dog) เกือบสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อศตวรรษที่ 16 จนปัจจุบันก็ยังแทบจะสูญหายไปอีกครั้งหนึ่ง

          ฟิลด์ สแปเนียล (Field Spaniel) เป็นพันธุ์สแปเนียลที่หายากที่สุดในบรรดาบริติช สแปเนียล ด้วยกัน

          ซัสเซ็ก สแปเนียล (Sussex Spaniel) หายากแม้ในอังกฤษเอง ปี ค.ศ.1947 มี 10 ตัว ส่วนในอเมริกามี ตัว เมื่อมี ค.ศ.1970 ฯลฯ

ผ้าขนหมามีหรือไม่ ถ้ามีใช้ขนหมาพันธุ์ใด 

          มีการใช้ขนหมามาถักเป็นผ้าเพื่อใช้ เช่น ขนหมาพันธุ์ทิเบตเทอร์เรีย ถูกนำมาผสมกับขนตัวยัค แล้วทอเป็นผ้าขนสัตว์ใช้กันน้ำได้ หรือแม้แต่ขนหมาพันธุ์พุดเดิ้ล และโอลด์อิงลิช ชีพด็อก ฯลฯ ก็ยังถูกนำมาปั่นและถักเหมือนกัน

หมาของฮิตเลอร์ พันธุ์อะไร 

          จอมเผด็จการฮิตเลอร์ก็เลี้ยงหมาเช่นกัน เป็นพันธุ์อัลเซเชี่ยน ยี่ห้อนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชาตินิยมแค่ไหน ต้องเป็นพันธุ์ของเยอรมันอย่างแน่นอน ฮิตเลอร์สนองความจงรักภักดีของ"บลอนดี้" เยอรมันเชพเพิร์ดตัวนี้ ด้วยการให้ทดลองกินยาพิษไซยาไนด์ว่าจะใช้เป็นยาเพื่อฆ่าตัวตายได้หรือไม่

          ...รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ใครถามก็ฝอยกับเขาได้!

พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง -เรื่องหมาน่ารู้ (ประดับสมอง) / กระปุกดอทคอม
โดย ปานเทพ รัตนากร
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/explore/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2-926280143987/

Tuesday, November 22, 2016

สุนัขเลียหน้า..เค้าแสดงความรักจริงหรือ



          สุนัข เลียหน้า...เขาแสดงความรักจริงหรือ พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เรามักจะเห็นสุนัขแสดงออกกับเจ้าของนั้นมีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย การแสดงความรัก ซึ่งพฤติกรรมการแสดงความรักนั้นบางครั้งความเข้าใจก็เป็นความเข้าใจกันเอง ว่าการที่สุนัขแสดงออกอย่างนี้หมายความว่าสุนัขเค้ารักเรา

           วันนี้เราจะนำพฤติกรรมที่คนที่เลี้ยงสุนัขทั่ว ๆ ไปคิดว่าที่เค้าทำเพราะเขาแสดงความรัก พฤติกรรมของสุนัขที่ชอบเลียหน้า ฟังดูแล้วทุกคนก็คงจะคิดเหมือนกันว่าก็เพราะเขาพูดไม่ได้นั่นเอง เขาแสดงออกแบบนี้ก็ต้องการสื่อให้รู้ว่าเขาก็รักเจ้านายเหมือนกันนะ

           แต่ช้าก่อนได้มีการศึกษาของนักพฤติกรรมศาสตร์ของสุนัขนามว่า Dr. Katherine A. Houpt Dr. Katherine A. Houpt กลับบอกถึงความหมายที่ซ่อนเร้นของการจูบของเจ้าตูบว่า....แท้ที่จริงแล้วเป็นพฤติกรรมของเจ้าตูบที่ติดมาแต่เล็ก ๆ โดยสุนัขจะใช้พฤติกรรมการเลียเพื่อบอกแม่ว่าหิวแล้วและต้องการกินนม พฤติกรรมดังกล่าวทำติดต่อเป็นเวลานานและติดไปเป็นนิสัยเมื่อสุนัขโตขึ้น ดังนั้นลักษณะการเลียบริเวณใบหน้าของเจ้าตูบจึงอาจไม่ใช่การแสดงความรักอย่างที่คนเราใช้กันในแถบยุโรป แต่มีความหมายเพียง "ขออาหารให้ผมกินหน่อย" 

           ดังนั้น อย่าเข้าใจผิดว่าสุนัขรักคุณและต้องการคุณมากจากการแสดงออกโดยการจูบและเลียใบหน้า การตบรางวัลให้กับการจูบของเจ้าตูบด้วยอาหารอย่างไม่เป็นเวลานั้น รับรองได้ว่าไม่นานท่านจะมีสุนัขที่อ้วนอุ้ยอ้ายและมีโรคได้ง่าย ทางที่ดีควรให้รางวัลโดยการชม ลูบหัว และพาไปทำกิจกรรม เช่น พาไปวิ่งเล่น และออกกำลังกายอื่น ๆ จะเหมาะสมกว่า

           อ.น.สพ. ดร.นริศ เต็งชัยศรี แห่งโรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้ฝากข้อเขียนมาอย่างน่าสนใจว่า ในประเทศทางแถบยุโรปมีการแสดงความรักกันอย่างเปิดเผยโดยการจูบกัน บางครั้งเราพบพฤติกรรมดังกล่าวในสุนัขบางตัวที่ต้อนรับเจ้าของด้วยจูบที่ เปียกโชก และแกว่งหางไปมา บางท่านอาจจะรู้สึกถึงความโรแมนติกของสุนัข และคิดไปว่าสุนัขดังกล่าวรักเจ้าของมากจริง ๆ อ่านแล้วก็คิดกันเอาเองนะคะว่า สุนัขของคุณเลียหน้านั้นเพราะหิว หรือเพราะรัก....

  
ขอขอบคุณข้อมูลจาก


https://pet.kapook.com/view17923.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/78320481011458091/

Monday, November 21, 2016

เรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับสุนัข T Cup



ความเป็นมาของ T Cup

     จริงๆ แล้ว "T Cup" เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับขนาดของลูกสุนัขขนาดเล็กที่ถูกนำมาใช้เป็นคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างผิดความหมาย 

     คำว่า T Cup ก็คือสิ่งที่เรียกแทนขนาดของสุนัข ที่ตัวเล็กเท่านั้นเองค่ะ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มสแตน ดาร์ดมินิเอเจอร์ หรือทอย แต่อย่างใด เพราะ T Cup ไม่ได้รับการรับรองจากสมาคมหรือสถาบันใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ 

     โดยสาเหตุที่ไม่ได้รับการรับรองก็เพราะ สุนัข TCup เป็น สุนัขที่ผิดปกติ หรือลักษณะข้อด้อยทางพันธุกรรม ไม่ใช่สายพันธุ์ที่ถูกต้องที่ควรเลี้ยงไว้ สมัยก่อนในบางประเทศต้องทำลายทิ้งด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะถ่ายทอดพันธุกรรมด้อยไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน 

     และอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า TCup เป็นสุนัขที่มีขนาดผิดปกติ ขนาดของลำตัวไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้ T Cup ไม่ได้ถูกรับรอง เพราะถือว่าผิดลักษณะทางสายพันธุ์ ดังนั้นคำว่า T Cup ไม่ใช่สายพันธุ์หรือกลุ่มใดๆ ที่ถูกต้อง ในโลกนี้มีแต่ สแตนดาร์ดมินิเอเจอร์ และทอยเท่านั้นค่ะ!!

    และจากที่เราเห็นตามโฆษณาขายสุนัขจะเห็นว่า เขาจะใช้สุนัขเด็กอายุประมาณเดือนกว่าๆ จับใส่ถ้วยและถ่ายรูปเพื่อแสดงให้เห็นว่า ตัวเล็กจนสามารถอยู่ในถ้วยกาแฟได้ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วไม่มีสุนัขตัวไหนจะอยู่ในถ้วยกาแฟได้ตลอดไปหรอก ค่ะ

     นั่นเป็นแค่เทคนิคอย่างหนึ่งที่ใช้เพิ่มความน่ารักและเพิ่มมูลค่าของสุนัข ผู้ซื้อบางรายอาจไม่รู้และคล้อยตามไปว่า เจ้าสุนัขตัวนี้คงจะตัวเล็กเท่านี้ตลอดไป คุณคิดผิดค่ะ!! และ ที่ว่า ชิวาวา ทีคัพ ยอร์คเซีย ทีคัพ  ก็ไม่มีอยู่จริงค่ะ อาจจะจริงที่ตอนแรกๆ ใส่ถ้วยได้ แต่หลังจากนั้นหล่ะ  ใส่กะละมังแทนแล้วกันค่ะ (แซวๆ) ^0^

สุนัขในกลุ่มทอย

     มารู้จักสุนัขในกลุ่มทอย (Toy Dog) กันก่อนดีกว่าค่ะ จะมีขนาดน้ำหนักตัวโตเต็มวัยมาตรฐานอยู่ที่ 4  ถึง 7 ปอนด์ หรือ (1.8 – 3.1 kg.) ได้แก่ ชิวาวา (Chihuahua) ปอมเมอเรเนียน (Pomerania) ยอร์คเชียร์ (Yorkshire Terrier) ชิสุห์ (Shih Tzu) , พุดเดิ้ล (Poodleมี ไซค์ Toy, Miniature และ Standard เป็นต้น 

     สุนัขในกลุ่มทอย (Toy Dog) จะรวมสุนัขที่เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กจนถึงเล็กที่สุดในสมาคมสุนัขแห่ง ประเทศอเมริกา (the American Kennel Club's registry) อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีบรีดเดอร์หรือผู้เพาะพันธุ์สุนัขบางคนอ้างว่าสุนัขของตนมีขนาดที่ เล็กกว่าสุนัขในกลุ่มทอย และ เรียกสุนัขจิ๋วว่า (T Cup) นั่นเองค่ะ

สุนัขไซค์ T Cup

     จะมีน้ำหนักตัวโตเต็มวัยประมาณ 2 ถึง 4 ปอนด์ หรือ (0.9– 1.8 kg.) มีขนาดเล็กเกินมาตรฐานพบใน ชิวาวา(Chihuahua) , ปอมเมอเรเนียน (Pomerania) ยอร์คเชียร์ (Yorkshire Terrier) ชิสุห์ (Shih Tzu) , พุดเดิ้ล(Poodleเกิดจากสาเหตุยีนส์ในร่างกายผิดปกติ บกพร่อง ผิดมาตรฐาน และไม่สามารถเข้าประกวดใดๆ ได้ จากที่กล่าวข้างต้น T Cup คือไซค์ที่เล็กกว่า Toy แบบผิดปกตินั่นเองค่ะ

การดูแลสุนัขไซค์ T Cup

     ปกติแล้วก่อนที่เราอยากจะเลี้ยงสุนัขสักตัว เราต้องศึกษาข้อมูลนั้นๆ ก่อน ยิ่งเป็นสุนัขไซส์พิเศษด้วยแล้ว ต้องทำการบ้านเป็นสองเท่า และการดูแลเป็นสองเท่าด้วยค่ะ เค้าจะ เหมือนกับทารกเล็กๆ ไปไหนมาไหนเองไม่ได้ พ่อแม่ต้องคอยประคบประหงม ที่สำคัญไม่สามารถทิ้งเค้าให้อยู่ตัวเดียวเป็นเวลานานๆ จะเป็นอันตรายได้ค่ะ เพราะว่าลูกสุนัขไซส์เล็ก กระดูกจะอ่อนและบอบบางไปหมด บางคนที่เลี้ยงสุนัขไซส์นี้ ถ้าไม่ระวัง เดินๆ อยู่ อาจจะเตะสุนัขโดยไม่ได้ตั้งใจ รู้ตัวอีกทีก็กระเด็นไปแล้ว 

     หรือไม่อย่างนั้นสุนัจอาจจะตกจากโต๊ะ เก้าอี้ บันได ขาหัก หรือสมองได้รับการกระทบกระเทือนได้ แถมสุนัขไซต์ T Cup ยังมีการตอบสนองไวต่อเชื้อโรคด้วย ยิ่งถ้าอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จะยุ่งยากมากหากเป็นไข้ขึ้นมา ทางทีดีควรพาเค้าออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้เค้าแข็งแรงมากขึ้นค่ะ

พันธุกรรมของการเกิดสุนัขไซค์ T Cup

     การผสมพันธุ์สุนัข ต้องมองให้ลึกถึงบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ไม่ใช่จะมองแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ว่าไซส์ T Cupอย่างเดียว เพราะบางครั้งอาจมียีนส์ไซส์ปกติแฝงอยู่ในตัวพ่อพันธุ์ก็เป็นได้ เมื่อการผสมพันธุ์ คงไม่ 100% ชัวร์ที่จะได้ T Cupทั้งหมดเหมือน กันทั้งคอก ในเรื่องของพันธุกรรมเป็นเรื่องที่คาดคะเนได้ยาก  และในการทำคลอดนั้น ต้องผ่าตัดอย่างเดียวคลอดเองไม่ได้ อาจเสียชีวิตทั้งหมดค่ะ

การสังเกต

     บางร้านจะเอาสุนัขยังไม่ถึง เดือนมาวางจำหน่าย และอ้างว่าเป็นไซค์ T Cup ซึ่ง ตรงนี้เราสามารถสังเกตจากฟันหน้า หรือฟันกรามว่าขึ้นหรือยังค่ะ และถ้าเรานำไปเลี้ยง เค้าจะไม่ค่อยแข็งแรง เนื่องจาก ถูกให้หย่านมเร็วกว่ากำหนดที่ควรจะเป็น จึงมีภูมิต้านทานโรคไม่เพียงพอค่ะ 

การให้อาหาร

     ผู้ค้าบางรายมีการบีบอาหารให้กินน้อยๆ นับเม็ดกินกันเลยทีเดียว ตัวจะได้เล็กๆ เมื่อเรารับเค้ามาแล้วปล่อยให้เค้ากินเถอะค่ะ ร่างกายจะได้ไม่แคระแกร็น กระดูกและฟันจะได้ไม่เปราะไปด้วยค่ะ

ปัญหาสุขภาพของสุนัขไซค์ T Cup 

     สุนัขไซส์นี้จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพหลายด้านเลยค่ะ เช่น สุขภาพร่างกายกระดูก , สุขภาพฟันหัวใจล้มเหลวขาดน้ำตาลในเส้นเลือด ฯลฯ 

ข้อดี     : ตัวเล็ก น่ารัก กระทัดรัด พกพาไปไหนสะดวก ไม่ต้องการพื้นที่มาก กินน้อยไม่เปลืองอาหาร

ข้อเสีย : ราคาแพงมากๆ เจ็บป่วย เป็นโรคง่าย เกิดอุบัติเหตุง่าย ไม่ค่อยแข็งแรง อายุสั้น เลี้ยงยาก ร่าเริงน้อย ต้องการเวลาสูง ที่สำคัญไม่เหมาะกับเด็ก

  ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลค่ะ จะชอบไซส์ไหน เล็กใหญ่ ก็ขอให้ดูแลเอาใจใส่เค้าให้ดีๆ ก็พอค่ะ เค้าจะได้อยู่กับเราไปนานๆ ไม่จำเป็นต้องแค่ร์ว่า T Cup หรือไม่ก็ตาม ... "สุนัขก็คือสุนัข เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซื่อสัตย์ และมีหัวใจ ลองมองในตาเขาดูสิ แล้วคุณจะรู้" ...

    แต่สำหรับคนที่อยากเลี้ยงสุ นัขไซส์ T CUP จริงๆ ก็สามารถมั่นใจได้ค่ะกับคอกที่ได้รับมาตรฐาน สถาบันผู้กำหนดมาตรฐานสายพันธุ์ต่างๆ ออกมายอมรับว่ามีผู้เพาะพันธุ์จำนวนมากพยายามจะเพาะพันธุ์ไซค์ T Cup อย่างแพร่หลาย แต่จะไม่มีการต่อต้านหรือถูกลงโทษ หากสุนัขที่กำเนิดออกมามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์  

     ทั้งนี้ บรรดาคอกสุนัขที่ได้มาตรฐานก็ไม่ได้สนับสนุนการนำลูกสุนัขที่มีความผิดปกติ ออกมาจำหน่าย ถือว่าเป็นจรรยาบรรณที่ดีต่อผู้ขาย ที่มีให้ผู้ซื้อค่ะ ฉะนั้นมั่นใจได้เลย 

     และตอนนี้เราก็เข้าใจอย่าละเอียดถี่ถ้วนแล้วค่ะ เป็นสุนัขน่ารัก ที่เลี้ยงยากจริงๆ คิดไปคิดมาแล้ว อาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้ค่ะ เพราะคงมีเวลาไม่พอที่จะดูแลเป็นพิเศษ แล้วเพื่อนๆ หล่ะคะ พร้อมที่จะเลี้ยงเค้ากันหรือเปล่า ^0^

แหล่งที่มา  http://board.postjung.com/614499.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/choclatebear/teacup-puppies/

Sunday, November 20, 2016

ความรักของหมา



เราเลี้ยงหมามาหลายปี ด้วยความรัก พอเลี้ยงแล้วก็ผูกพัน  เราได้เห็น ความรักของหมา  ที่มีต่อ เจ้าของหรือคนที่มันรัก”  ตามแบบหมาๆ รู้สึกประทับใจมาก.....ลองรวบรวมมาได้เท่าที่พอจะนึกออกค่ะ  มาดูกันว่าความรักในแบบหมาๆ เป็นยังไงบ้าง
   
ความรักของหมา.......หมาเรียกร้องความรักจากคนที่มันรัก  ด้วยการ ให้ ความรักความซื่อสัตย์ด้วยหัวใจบริสุทธิ์
   
ความรักของหมา.......หมาไม่แคร์ว่า คนที่มันรักจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร หมาก็รัก
  
ความรักของหมา.......หมามีแววตาแบบเดียว มองคนที่มันรัก คือแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  
ความรักของหมา.......หมาไม่เคยโกรธ คนที่มันรัก แม้บางครั้ง มันจะโดนดุ โดนตี  มันก็ยังรักและซื่อสัตย์เสมอ
   
ความรักของหมา.......หมารู้จักยอมให้กับคนที่มันรักทุกครั้ง  ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ก็ตาม (เรียกมาตีมันก็ยอม)
ความรักของหมา.......หมาดีใจทุกครั้ง เมื่อคนที่มันรักกลับบ้าน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน หรือหายไปกี่วัน
ความรักของหมา.......หมามีความสุขทุกครั้ง  เมื่อคนที่มันรักเรียกแค่ชื่อของมัน แม้ไม่มีรางวัลให้ก็ตาม
  
ความรักของหมา.......หมารู้จักสำนึกในบุญคุณ และเห็นคุณค่าของข้าวแดง แกงร้อน ที่เลี้ยงมันมาแม้บางครั้งจะเป็นเพียงเศษอาหารก็ตาม
ความรักของหมา.......หมามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่มันรัก แม้มันต้องนอนอยู่แค่หน้าประตู หรือไม่ว่าบ้านนั้นจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่
   
ความรักของหมา......หมาจดจำและรอคอยคนที่มันรักได้เสมอ  ไม่ว่าคนคนนั้น จะรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน  หรือแม้จะหายหน้าไปนานแค่ไหนก็ตาม  หมาไม่เคยเปลี่ยนใจ
ความรักของหมา......หมาไม่มีเหตุผลหรือเงื่อนไขที่จะรักคนที่มันรัก  มันรู้เพียงว่า คนนี้คือคนที่มันรัก
   
และทั้งหมดนี้ คือ "ความรักของหมา" 


แหล่งที่มา  http://warmheart.exteen.com/20100712/entry
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/127226758197544956/

Friday, November 18, 2016

นายจ๋า หมาหนาว! 5 วิธีดูแลหมายามหน้าหนาวมายืน



             แม้หมาจะมีขนไว้ให้ความอบอุ่น แต่ลมหนาวขนาดนี้ก็อาจช่วยไม่ได้นัก มาดูพร้อม ๆ กันค่ะว่าเราจะให้ความอบอุ่นยามหมาหนาวได้อย่างไรบ้าง

             ในช่วงสิ้นปีที่มีอากาศเย็นจับใจแบบนี้สุนัขของเราคงจะรู้สึกหนาวไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กหรือขนสั้น อย่างเช่น แจ็ค รัสเซลล์ ชิวาวา บีเกิลดังนั้นเจ้าของส่วนมากมักจะหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้กับสุนัขของตัวเอง เพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บเหล่านั้น และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ โรคปอดบวม โรคไข้หวัด หรือโรคผิวหนังอักเสบ ถ้าเช่นนั้น เรามาดูวิธีดูแลและรักษาสุขภาพของสุนัขให้แข็งแรงตลอดหน้าหนาวกันดีกว่า 

1. เสื้อผ้าและวิธีสวมใส่ที่ถูกต้อง

             ทั้งนี้เสื้อผ้าที่คุณนำมาสวมใส่กันหนาวให้กับสุนัข ไม่ควรจะดูที่สีสันหรือความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะพิจารณาลักษณะและความหนาของเนื้อผ้าด้วย เสื้อผ้าของสุนัขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหน้าหนาวแบบนี้ก็คือ เสื้อที่มีคอทรงสูง อย่างเช่น เสื้อคอเต่า หรือเสื้อที่สามารถคลุมตั้งแต่โคนหางจนถึงลำคอของสุนัข นอกจากนี้แล้วควรสวมถุงเท้าให้กับเจ้าสี่ขาของคุณด้วยนะคะ เพราะพื้นภายในบ้านของคุณก็คงจะเย็นไม่น้อยเหมือนกัน อีกทั้งถุงเท้ายังช่วยปกป้องเท้าของสุนัขจาก จากสิ่งสกปรก ของมีคม สารเคมีต่าง ๆ รวมไปถึงโรคเท้าอักเสบ

 2. พาสุนัขไปออกกำลังกาย

             นอกจากนี้ การสวมเสื้อผ้าให้กับสุนัขเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ดังนั้น ในเวลาที่มีอากาศหนาวแบบนี้ควรจะพาสุนัขของคุณไปออกกำลังกายด้วยน่าจะดีกว่า โดยการพาออกไปวิ่งเล่นบ้าง ในระหว่างนั้นหากิจกรรมเสริมให้กับสุนัขด้วยเพื่อความสนุกสนาน อย่างเช่น การโยนลูกบอลหรือจานร่อนแล้วให้สุนัขคาบกลับมาคืน เป็นต้น ทั้งนี้ควรให้สุนัขควรให้สุนัขทานน้ำสักเล็กน้อยก่อนออกกำลังกายด้วย และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและสุนัขควรจะใส่สายจูงเอาไว้จะดีกว่า

 3. ลดความถี่ในการอาบน้ำให้สุนัขลง

             ในกรณีที่คุณต้องการทำความสะอาดร่างกายให้กับสุนัข ควรใช้น้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งทันทีหลังการอาบน้ำ ความถี่ของการอาบน้ำให้กับสุนัขไม่ควรเกินครั้งต่อสัปดาห์ เพราะหากอาบน้ำให้กับสุนัขมากเกินไปจะลดปริมาณน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังและเส้นขนแห้ง และเกิดอาการคันสาเหตุหลักของโรคผิวหนังอักเสบ หากคุณจำเป็นต้องทำความสะอาดสุนัขบ่อยครั้งควรเปลี่ยนเป็นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น บิดหมาด ๆ เช็ดตัวจะดีกว่า

 4. เน้นให้อาหารที่มีโปรตีนสูง 

             เรื่องการให้อาหารของสุนัขสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นแบบนี้ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นและช่วยเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับสุนัขอีก ด้วย

 5. เช็คประวัติสุขภาพของสุนัข

             ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็กประวัติการฉีดวัคซีน และพาสุนัขของคุณไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วย เพื่อเช็กความแข็งแรงทั้งร่างกายภายนอกและระบบภายในร่างกายของสุนัข โดยเฉพาะไวรัสที่มาของโรคต่าง ๆ อย่างเช่น โรคไข้หวัด โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคไข้หัดสุนัข เพราะไวรัสเหล่านี้อาจะเป็นอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งการฉีดวัคซีนยังช่วยลดอัตราการเป็นโรคแทรกแซงอื่น ๆ อีกด้วย


http://pet.kapook.com/view53002.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/613967361680463627/

Wednesday, November 9, 2016

ตั้งใจดูกันดีๆ นี่มันหมานะ ไม่ใช่หมีขั้วโลก อะไรจะกลมเบอร์นั้น



เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454

 
ขุ่นพระ !! อะไรมันจะตัวกลมเบอร์นั้น ตั้งใจดูกันให้ดี ๆ นี่มันคือน้องหมานะ ไม่ใช่หมีขั้วโลก ถึงแม้ไซส์มันจะใช่ แต่มันคนละสายพันธุ์กันนะเออ..

เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454




เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454




เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454



โพสต์โดย nooyui01 เมื่อ 9 พ.ย. 59 13:59:53.
ภาพจาก : FB - ผู้หญิง Salaryman Thailand 

http://world.kapook.com/pin/5822c9694d265afe998b4567