Tuesday, December 6, 2016

น่าเอ็นดู...ภาพเจ้าตูบตัวน้อยแสนรู้ พยายามลากทิชชูมาเช็ดฉี่ตัวเองบนพื้นห้องน้ำ !




        ปาโบล (Pablo) อดีตเจ้าตูบจรจัดที่เพิ่งจะมีบ้านอยู่กับเขา แต่กลับเผลอไปฉี่บนพื้นห้องน้ำบ้านเพื่อนของเจ้านายเข้า เลยพยายามคาบกระดาษทิชชูมาเช็ด จนกลายเป็นภาพน่าเอ็นดูแบบนี้ 

          ใครว่าหมาที่ไร้เจ้าของหรือหมาจากศูนย์พักพิงจะฝึกยากเสมอไป ขอบอกว่าความแสนรู้ของพวกมันนั้นก็ไม่ได้แพ้หมาตัวอื่น ๆ เลย ดังเช่น เจ้าหมาน้อยปาโบล (Pablo) อดีหมาจรจัด ที่เพิ่งจะมีเจ้าของอย่างหมาตัวอื่น ๆ กลับเผลอทำเรื่องน่าตี เมื่อเจ้านายของมันพาไปเที่ยว แต่แล้วเจ้าปาโบลดันไปฉี่บนพื้นห้องน้ำในบ้านของเพื่อนเจ้านายเข้า เลยจัดการทำความสะอาดในแบบที่เจ้านายของมันไม่เคยสอนมาก่อน  


          เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เอซีลีน แฮมป์ตัน (Aceline Hampton) แรปเปอร์หนุ่มจากเท็กซัสได้แชร์เรื่องราวน่ารัก ๆ ของเจ้าตูบที่เพิ่งรับมาเลี้ยงได้ 3 เดือน ผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว Billie3Bands เอซีลีนได้เล่าว่าเจ้าปาโบลได้ฉี่ราดบนพื้นห้องน้ำที่บ้านเพื่อนของเขา และมันได้พยายามเช็ดทำความสะอาดฉี่ของตัวเอง โดยดึงกระดาษทิชชูที่ติดอยู่ผนังห้องน้ำมาเช็ด เมื่อเขามาเจอจึงอดไมได้ที่จะแชะภาพแชร์ลงทวิตเตอร์

   
       ทั้งนี้เอซีลีนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เวลาออกไปเล่นนอกบ้าน เจ้าปาโบลจะฉี่เป็นที่เป็นทางอยู่เสมอ แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจ้าปาโบลจะรู้จักการใช้กระดาษทิชชูทำความสะอาดด้วย เจ้าปาโบลน่าจะเห็นเขาใช้กระดาษเช็ดทำความสะอาดที่บ้านแล้วจึงจดจำและทำตาม









ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Boredpanda และทวิตเตอร์ Billie3Bands
http://pet.kapook.com/view161912.html

Monday, December 5, 2016

ล้วงลึก ลาบราดอร์ ...เพื่อนยาก แสนรัก


ลักษณะทั่วไปของ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

          สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุขที่มีรูปร่างใหญ่ จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขขนาดใหญ่ ลาบราดอร์ มีหางที่เรียวคล้ายหางดาบ และมักกวัดแกว่งหางไปมาอยู่เสมอ แต่แม้จะมีร่างกายที่ใหญ่โตจนดูน่ากลัวในบางครั้ง แต่ลาบราดอร์กลับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดี เป็นมิตร ฉลาด และสามารถฝึกฝนได้ง่าย

          จากลักษณะที่เฉลียวฉลาด และสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ลาบราดอร์เป็นที่นิยมในการนำไปฝึกใช้ประโยชน์ในโอกาสที่แตกต่างกันออก ไป เช่น การฝึกเพื่อเป็นสุนัขนำทางของผู้พิการทางสายตา สุนัขค้นหาทาง หรือแม้กระทั่งสุนัขตำรวจก็ตาม

        
  นอกจากนี้ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ยังชอบการเล่น และทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่เสาะหาสิ่งของและคาบกลับมาสู่เจ้าของ สำหรับการคาบสิ่งของของลาบราดอร์นั้น สามารถทำได้อย่างนุ่มนวล จึงทำให้มักเห็นสุนัขสายพันธุ์นี้ทักทายบุคคลต่าง ๆ ด้วยการคาบและขบเบา ๆ บริเวณมือหรือแขน ซึ่งเวลาลาบราดอร์ตื่นเต้นมักจะแสดงอาการงุ่มง่ามออกมาให้เห็น

อุปนิสัยของ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

          ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขใจดี และเป็นมิตรกับมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง ลาบราดอร์ เป็นสายพันธุ์ที่มีทั้งความกระตือรือร้น ฉลาด ฝึกฝนได้ง่าย กระฉับกระเฉง ซื่อสัตย์ อ่อนโยน สงบ และที่สำคัญที่สุดคือ ลาบราดอร์ เป็นสุนัขที่รักเจ้าของเป็นอย่างยิ่ง โดยพวกมันจะคอยติดตามเจ้าของอย่างไม่ห่าง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าของอย่างเคร่งครัด ทำให้ผู้เลี้ยงลาบราดอร์ตกหลุมรักในเพื่อนสี่ขาสายพันธุ์นี้ได้อย่างไม่ยาก เย็นนัก

          อย่างไรก็ตาม แม้ลาบราดอร์ จะเหมาะกับการเป็นเพื่อนที่แสนดีของคุณและคนในครอบครัวมาก แต่ในอีกทางหนึ่ง หากต้องการใช้งานลาบราดอร์ในการเป็นสุนัขเฝ้าระวังก็อาจไม่เหมาะสมนัก เพราะจิตใจอันอ่อนโยนและเป็นมิตรอย่างยิ่งของลาบราดอร์ ทำให้มักแสดงกริยาออดอ้อน น่ารัก เช่น สายตาเว้าวอนและหางที่กวัดแกว่งไปมา เมื่อพบเห็นคนแปลกหน้าอีกด้วย


ความต้องการการออกกำลังกายของ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

          ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ต้องการการออกกำลังกายสูงมาก และจำเป็นต้องได้เดินเล่น หรือพาไปออกกำลังกายเป็นเวลานานอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้เลี้ยงอาจใช้วิธีหาเกมรูปแบบต่าง ๆ มาเล่นกับลาบราดอร์เพื่อสร้างความสนุกสนาน คลายเบื่อ และสามารถให้ลาบราดอร์ ได้ออกกำลังกายไปพร้อมกัน

        
  นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังสามารถพาลาบราดอร์ไปออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำได้อีก ด้วย เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้ชอบการว่ายน้ำเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากพาลาบราดอร์ไปเดินเล่น หรือท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีหนองน้ำ แม่น้ำ หรือแม้กระทั่งสระว่ายน้ำ ลาบราดอร์ก็มักจะแอบลงไปแหวกว่ายเพื่อเผาผลาญพลังงานและลดความเบื่อหน่าย

ปัญหาทั่วไปในการเลี้ยง ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

          จากอุปนิสัยที่ชอบการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นหาก ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ไม่ได้รับการออกกำลังกายสม่ำเสมอและเพียงพอ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ เช่น การทำเสียงเอะอะ การกัดแทะทำลายข้าวของและเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรองเท้า ทั้งยังทำให้ลาบราดอร์อาจตกอยู่ในภาวะเสี่ยงของการเป็นโรคอ้วนอีกด้วย

          ทั้งนี้ หากมีผู้สูงอายุหรือเด็กอาศัยอยู่ในครอบครัว ต้องระมัดระวังการเล่นกับลาบราดอร์เป็นพิเศษ เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่ทำให้การเล่นของลาบราดอร์อาจทำอันตรายแก่เด็ก ๆ และผู้สูงอายุได้โดยไม่รู้ตัว
 เช่น การชน หรือกระแทกอย่างแรงของลาบราดอร์ที่อาจทำให้ล้มและเป็นอันตรายได้

โรคและความผิดปกติที่พบได้ใน ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

          โรคระบบหมุนเวียนโลกหิต ได้แก่ การพัฒนาที่ผิดปกติแต่กำเนิดของหัวใจ

          โรคระบบผิวหนัง ได้แก่ โรคผิวหนังอักเสบ โรคภูมิแพ้

          ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อประเภทต่าง ๆ ได้แก่ โรคเบาหวาน และก้อนเนื้อบริเวณตับอ่อน

          โรคระบบกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ได้แก่ โรคขอ้เสื่อ โรคข้อสะโพกเสื่อ ความผิดปกติหรือการเสื่อมของข้อหัวไหล่ และข้อเท้า

          ก้อนเนื้อผิดปกติ ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในช่องปาก

          โรคเกี่ยวกับนัยน์ตา ได้แก่ โรคหนังตาม้วน โรคต้อกระจก โรคต้อหิน


แหล่งที่มา  http://pet.kapook.com, Dogazine
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/861806078687131489/

Saturday, December 3, 2016

ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)





ร็อตไวเลอร์ สุนัขพันธุ์ดุ สวยสง่า น่าเกรงขาม

แม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ ร็อตไวเลอร์ ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะข่าวการทำร้ายคนจนบาดเจ็บสาหัส แต่ส่วนใหญ่มักเสียชีวิต จึงทำให้ สุนัข ร็อทไวเลอร์ ถูกสังคมพิพากษาว่าเป็น สุนัข พันธุ์ดุที่ไม่น่าพิศมัย และไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเอาเสียเลย  ว่าแต่ความจริงแล้ว  "ร็อตไวเลอร์"มาจากไหน ลักษณะธรรมชาติของมันเป็นอย่างไรหลาย คนอาจไม่เข้าใจหรือมีการซื้อหามาเลี้ยงโดยไม่ได้ศึกษานิสัยของสายพันธุ์เสีย ก่อน จนเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของความสยดสยองที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ร็อตไวเลอร์ มาจากไหน

          ร็อทไวเลอร์ สุนัขขนาดใหญ่สายพันธุ์นี้ เคยถูกเลี้ยงไว้ใช้งานในการคุ้มกันกองคาราวานสินค้า ในประเทศแถบยุโรป ครั้งหนึ่งเมื่อเสร็จจากงาน เจ้าของกองคาราวานสินค้าได้นำสุนัขเข้ามาพักผ่อนในเมือง ปรากฏว่า ชายขี้เมาคนหนึ่งพยายามเข้ามาทำร้ายเจ้าของ สุนัข "ร็อตไวเลอร์" จึงเข้าปกป้อง เมื่อหลายคนเห็นว่าสุนัขพันธุ์นี้มีทั้งพละกำลัง และความดุร้ายหวงแหนเจ้าของ จึงนำมาเพาะเลี้ยงใช้งานลักษณะนี้มาถึงปัจจุบัน และพันธุ์ของเจ้าสุนัข ร็อตไวเลอร์ ที่โด่งดังสุด เห็นจะเป็นพันธุ์ที่มาจาก 3 ประเทศหลัก คือ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และยูโกสลาเวีย

ร็อทไวเลอร์ สายพันธุ์ที่มาจากประเทศเยอรมนี ถือว่าเป็น ร็อตไวเลอร์ ที่ดุร้ายและก้าวร้าวที่สุดเนื่องจากธรรมชาติและเป้าหมายของการเพาะเลี้ยงในประเทศนี้มักใช้งาน "ร็อตไวเลอร์" ในการคุ้มกันบุคคล-อารักขาอาณาบริเวณ การคัดเลือกสายพันธุ์ รวมถึงการฝึกจึงเน้นลักษณะการใช้งานเป็นหลัก สุนัขทุกตัวจึงต้องผ่านการตรวจจิตประสาท ก่อนจะนำไปขึ้นทะเบียนด้วย

ในสหรัฐอเมริกา จะเพาะเลี้ยง "ร็อตไวเลอร์" ในลักษณะสุนัขเข้าสังคม ใจดี ใช้ชีวิตอยู่กับผู้คนในบ้าน  ฝึกให้มีความสงบ ไม่ก้าวร้าว ถึงขนาดการประกวดสุนัขพันธุ์นี้ในสหรัฐ มีข้อกำหนดว่ากรรมการต้องสามารถอ้าปากได้โดยไม่ถูกกัด หาก สุนัข ร็อทไวเลอร์ มีอาการก้าวร้าวจะถูกตัดสิทธิ์ทันที

ขณะ ที่ประเทศยูโกสลาเวีย จะนำลักษณะเด่นของ ร็อทไวเลอร์ ทั้งสายพันธุ์สหรัฐฯ และเยอรมนี มารวมกันคือ ทั้งบึกบึน สงบ รวมถึงการฝึกคุ้มกันและอารักขาไปในตัวด้วย


ร็อตไวเลอร์ ที่นิยมเลี้ยงในไทยเป็นสายพันธุ์อะไร?

          
"ประเทศ ไทยพ่อแม่พันธุ์ สุนัข ร็อตไวเลอร์ ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งลูกค้าที่ซื้อนิยมเอามาเฝ้าบ้านกันขโมย คุ้มครองคนในบ้าน แต่มีข้อเสีย คือ คนเลี้ยงส่วนมากไม่ค่อยศึกษาลักษณะนิสัย และการฝึก เห็นตอนตัวเล็กๆ น่ารัก ก็ซื้อหามาเลี้ยง โดยไม่นึกถึงตอนที่สุนัข ร็อตไวเลอร์ โตขึ้นมา เลยไม่เข้าใจธรรมชาติของพวกนี้" สกล ทักษิณาภินันท์ชัย เจ้าของคอกสุนัขมอร์แดนด๊อก จ.สมุทรสาคร ฟาร์มใหญ่ของ "ร็อตไวเลอร์"  ให้ข้อมูล

          ทั้งนี้ ธรรมชาติของสุนัข ร็อตไวเลอร์ จะตัวใหญ่โต น้ำหนักเกินกว่า 50 กิโลกรัม ลักษณะกะโหลกใหญ่ กล้ามเนื้อแข็งแรง ที่สำคัญ ร็อทไวเลอร์ จะหวงแหนอาณาเขตของตัวเอง คนแปลกหน้าเข้ามาจะแสดงอาการปกป้องหรือเห่าส่งเสียงดัง

ลักษณะทั่วไปของสุนัข ร็อตไวเลอร์

         
 สุนัข ร็อตไวเลอร์ เป็นสุนัขอารักขาที่น่าเกรงขาม เมื่อถูกฝึกให้ต่อสู้และโจมตี ก็จะทำอันตรายให้แก่ผู้บุกรุก แม้จะฝึกได้ไม่ยาก แต่ต้องมีเจ้านายที่มีวินัยเพื่อทำให้มันเคารพและเชื่อถือ ด้วยความเชื่อมั่นในพละกำลัง โดยธรรมชาติมันจะไม่ลังเลที่จะเผชิญหน้ากับภยันตรายที่จะเกิดขึ้น จะแสดงออกถึงความโดดเดี่ยวโดยธรรมชาติ แต่จะไม่เป็นกับเจ้านายหรือผู้คนในครอบครัว

          ร็อตไวเลอร์ เป็นสุนัขที่อกกว้าง ขนาดปานกลาง ล่ำและมีพลัง ความกระทัดรัดและโครงสร้างที่บึกบึนเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความแข็งแรง สุนัขเพศผู้จะมีโครงสร้างที่ใหญ่กว่าสุนัขเพศเมีย โดยที่เพศเมียแม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ไม่ได้อ่อนแอกว่าแม้แต่น้อย

          ลักษณะของกะโหลก ควรมีความยาวปานกลาง มองด้านข้าง หน้าผากจะโค้งเล็กน้อย ขากรรไกรบนและล่างแข็งแรง หูขนาดปานกลาง ห้อยลง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ในขณะที่ตื่นตัวหูจะอยู่ในระดับเดียวกับส่วนบนของกะโหลก จมูกกว้างและมีสีดำ ลำตัวกว้างและลึกลงไปจนถึงข้อศอก หลังเหยียดตรงและแข็งแรง ชายกระเบนเหน็บสั้น ลึกและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หางตัดสั้นเกือบชิดลำตัว ฝ่าเท้าแข็งแรง มีสปริงและเกือบจะตั้งฉากกับพื้นดิน กลมและกระทัดรัด โค้งกำลังดี ไม่บิดเข้าหรือบิดออก อุ้งเท้าหนาและแข็ง เล็บเท้าสั้น แข็งแรง และมีสีดำ นิ้วติ่งควรจะตัดทิ้ง

          ที่สำคัญ สุนัข ร็อทไวเลอร์ จะต้องมีขนสีดำสนิทตลอดทั้งตัว โดยอาจจะมีมาร์คกิ้งสีสนิมหรือสีมะฮ็อกกานี มาร์คกิ้งที่ว่าอาจจะอยู่เหนือตาแต่ละข้างบริเวณแก้ม เป็นแถบอยู่ด้านข้างของปาก เป็นต้น

วิธีเลี้ยงดู ร็อตไวเลอร์ ไม่ให้ทำร้ายเจ้าของ

          สุนัข ร็อทไวเลอร์ มีความตื่นตัวและเฉลียวฉลาดอย่างน่าทึ่ง สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่สอนได้แม่นยำ ทั้งยังสงบเยือกเย็น ทำให้เห็นถึงความกล้าหาญและเสียสละ อย่างไรก็ตาม คนเลี้ยง ร็อตไวเลอร์ จะต้องให้ความรัก ความใกล้ชิดพอสมควร เพราะถ้าไม่มีเวลาหรือไม่พาไปวิ่งออกกำลัง ลักษณะร่างกาย สุนัข ร็อทไวเลอร์ จะไม่สมบูรณ์ ยิ่งถูกขังในบ้านนาน ร็อตไวเลอร์ จะกลายเป็นสุนัขที่อันตราย หากใครเข้าบ้านจะตรงไปทำร้ายทันที

          ด้วยเหตุนี้ คนเลี้ยงสุนัข ร็อตไวเลอร์ จึงต้องหาเวลาพา ร็อทไวเลอร์ใส่สายจูงออกไปเดินนอกบ้านบ้าง เพื่อเป็นการเรียนรู้การเข้าสังคมและให้เกิดความเคยชินกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ บ้าน ที่สำคัญจงอย่าขัง สุนัข ร็อตไวเลอร์ไว้ในบ้านหรือกรงอย่างเดียว เพราะวันไหนถ้าหากหลุดออกไปนอกบ้าน สุนัขจะเกิดความระแวง หวาดกลัว และเข้าทำร้ายคนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งอันตรายมาก

วิธีป้องกันคมเขี้ยว ร็อตไวเลอร์

          เจ้าของฟาร์ม กล่าวว่า ถ้าเข้าไปอยู่ในอาณาเขตของพวกนี้เสี่ยงที่จะถูกกัด หากสุนัขตรงเข้ามาหาสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ยืนนิ่งๆ ห้ามกระดุกกระดิก เพราะธรรมชาติของสุนัขพันธุ์นี้ จะไม่ชอบคนหลุกหลิก หรือท่าทางแบบกล้าๆ กลัวๆ หรือพวกคนแปลกหน้าเนื่องจากสัญชาตญาณปกป้องหวงแหนถิ่นที่อยู่

          "ถ้าสุนัขวิ่งเข้ามาหาให้ยืนนิ่งๆ สุนัขจะหยุด หรือหากถูกกัดแล้วอย่าพยายามวิ่งหนี ปล่อยให้กัดเพียงครั้งเดียว แล้วมันจะค่อยๆ ปล่อยกรามออกมาเอง แต่หากเหยื่อดิ้นรนต่อสู้ สุนัขจะขย้ำและยิ่งบดเขี้ยวสะบัด เพื่อให้เหยื่อหยุดนิ่ง ที่สำคัญห้ามล้มลงโดยเด็ดขาด เพราะสุนัขจะเข้าฟัดจนเหยื่อแน่นิ่ง ทางที่ดีถ้าล้มลงก็ให้นอนนิ่งๆ พยายามอย่าร้องกลั้นความเจ็บปวดไว้ สุนัขจะค่อยๆ สงบลงเอง อย่างเหยื่อเด็กที่ถูกกัดคงดิ้นรน ทำให้โดนฟัดจนเสียชีวิต" สกล กล่าวให้คำแนะนำในการเอาตัวรอดจากคมเขี้ยว "ร็อตไวเลอร์"
  
แหล่งที่มา  กระปุกดอทคอม 
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/257831147393391870/

นิสัยและสิ่งที่น้องหมาสายพันธุ์ "ปั๊ก" โปรดปราน



          คงจะไม่มีใครปฏิเสธว่าสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับคนเรา ตั้งแต่สมัยโบราณ คือ น้องหมา ซึ่งมีพัฒนาการจากบรรพบุรุษหมาป่าสู่สุนัขบ้าน เรียกได้ว่าเป็นคู่หูกับคนมาตั้งแต่โบราณ และแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน น้องหมาก็ยังคงมีสัญญาตญาณดั้งเดิมที่แสดงออกผ่านสายพันธุ์  

           ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ จะมีความต้องการที่ แตกต่างกันไป การเลี้ยงน้องหมาให้เป็นเพื่อน หรือให้ได้ใจเขามาครอบครอง จึงไม่ใช่แค่การให้อาหาร และพาเขาไปเดินเล่น แต่หากต้องการมิตรภาพจากเพื่อนผู้แสนซื่อสัตย์ล่ะก็ เราจะต้องดูแลเขาอย่างไรบ้าง วันนี้ขอยกตัวอย่างนิสัยและสิ่งที่น้องหมาสายพันธุ์ "ปั๊ก" โปรดปราน

           น้องหมา "ปั๊ก" เจ้าตัวเล็ก หน้าสั้น ตาโปน ที่ใครเห็นก็อดชื่นชมในความน่ารักน่าเอ็นดูของมันไม่ได้  ปั๊ก จัดอยู่ในกลุ่มสุนัข pet toy ฉลาด น่ารัก อ่อนโยน ดูเรียบร้อย จริงใจ ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ เป็นกิจวัตร และรักที่จะมีกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ทั้งนี้ เจ้าปั๊กจะผลัดขนบ่อย อาจจะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ แต่ปั๊กเป็นสุนัขตัวเล็กที่ฉลาด ฝึกง่าย และไม่ขี้งอน

          ถ้าคุณอยากจะได้ใจเจ้าตัวเล็กอย่างปั๊กนั้น คุณจะต้องรู้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณไม่ชอบที่จะอยู่คนเดียว กิจกรรมหลักของเขาก็ คือ การสนใจ สนใจ และสนใจแต่คุณเท่านั้น ปั๊กจะไม่ชอบวิ่งเล่นอะไรมากมาย เพราะหน้าสั้น ๆ จมูกบี้ ๆ ของเขาทำให้เขาหายใจไม่ทัน แต่เจ้าปั๊กของคุณต้องการแค่เพื่อนเล่นซะมากกว่า

          ด้วยความที่ปั๊กเป็นน้องหมาขนสั้น จึงไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย แต่อย่าได้แปลกใจไปนะ ถ้าเจ้าปั๊กจะเรียกร้องความสนใจจากคุณตลอดเวลา ที่สำคัญปั๊กกินได้ทั้งวัน ถ้าคุมไม่อยู่ล่ะก็ คุณอาจคิดว่ากำลังเลี้ยงหมูน้อยอยู่ก็เป็นได้ 

          นอกจากนี้ ปั๊ก ยังเป็นสุนัขที่ต้องการเวลาจากเจ้าของเอามาก ๆ ถ้า คุณต้องทำงานนอกบ้านตลอดเวลา ก็คงไม่เหมาะที่จะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ เพราะเจ้าปั๊กจะกลายเป็นสุนัขที่หงอยเหงา ซึมเศร้า และไม่มีความสุข

แหล่งที่มา   กระปุกดอทคอม  /  ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง
เครดิตภาพ  
https://www.pinterest.com/pin/744360644638071605/

Friday, December 2, 2016

บีเกิ้ล สุนัขที่เหมาะกับเด็ก




            "บีเกิ้ล เป็นสุนัขที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ คาดว่าสุนัขสายพันธุ์นี้ถือกำเนิดมานานไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบธ จัดอยู่ในจำพวกกลุ่มสุนัขล่าเนื้อ มีขนสั้นและหูปรก
  
             เป็นสุนัขที่มีประสาทด้านการดมกลิ่นเป็นเลิศ ต่อมาได้มีการ พัฒนาสายพันธุ์เพื่อเป็นผู้ช่วยมนุษย์ในการกีฬาต่าง ๆ โดยเฉพาะการล่ากระต่ายและยังได้รับการฝึกให้เป็นสุนัขตรวจสอบยาเสพติดและ วัตถุระเบิด ปัจจุบันบีเกิ้ล ยังได้รับความนิยมนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงด้วยขนาด ตัวที่พอเหมาะ, เป็นสุนัขที่มีอารมณ์ดี  และสุขภาพแข็งแรงมีความทนทานต่อโรค
  
             ผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงบีเกิ้ลมานานบอกว่าสุนัขสายพันธุ์นี้เหมาะกับ เด็ก ๆ จึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในครอบครัว โดยมาตรฐานของสายพันธุ์แล้ว จะมีนิสัยใจกล้า จงรักภักดี กระฉับกระเฉง กล้าตัดสินใจ ตื่นตัว ขี้สงสัย สุภาพอ่อนโยน รักความสะอาด เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เมื่อเจริญเติบโตเต็ม  ที่จะมีส่วนสูงเฉลี่ย 33-40 เซนติเมตร มีน้ำหนักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 8-14 กิโลกรัม ในการให้อาหารที่ถูกต้อง คือ อายุระหว่าง 2-3เดือน ควรให้อาหารเม็ดวันละ 4 มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย (ให้ทุก ๆ 4-6ชั่วโมง)  โดยใช้ถ้วยกาแฟขนาดเล็กตวงผสมกับอาหารกระป๋อง 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้ทั่ว

             เมื่อบีเกิ้ลมีอายุระหว่าง 3-4 เดือน ลดเวลาการให้อาหารเหลือวันละ 3 มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย ให้ทุก ๆ 6-8 ชั่วโมง และเมื่อมีอายุ 4 เดือน-ปี ให้อาหารเม็ดวันละ 2 มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย และเมื่อสุนัขมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป สามารถลดการให้อาหารเหลือเพียงวันละ 1 มื้อก็เพียงพอแล้ว อาหารจำพวกนมจะให้ช่วงที่เป็นลูกสุนัขแรกเกิดจนถึง 2 เดือน ที่สำคัญในการเลี้ยงบีเกิ้ลนั้นผู้เลี้ยงไม่ควรให้อาหารสด (อาหารคน) เนื่องจากจะทำให้สุนัขติดใจในรสชาติและจะไม่กินอาหารเม็ดอีกต่อไป มีข้อห้ามในเรื่องของอาหารโดยเฉพาะช็อกโกแลตและหัวหอมห้ามให้อย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สุนัขได้รับอันตรายถึงตายได้   

              ในการดูแลความสะอาดให้กับบีเกิ้ลซึ่งมีขนสั้น เพียงแค่อาบน้ำให้สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ จากนั้นก็เช็ดหรือเป่าตัวให้แห้งพร้อมกับแปรงขนไปด้วยหรือถ้าไม่สกปรกมากจะ ใช้เพียงผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดตัว เนื่องจากบีเกิ้ลมีขนสั้นและมีสีเข้ม ควรแปรงขนทุก ๆ 3-4 วัน เพื่อกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป โดยปกติแล้วบีเกิ้ลไม่ค่อยมีกลิ่นสาบและมีการผลัดขนน้อยมาก อีกทั้งไม่มีน้ำลายไหลเยิ้ม  อย่าลืมว่าบีเกิ้ลจัดเป็นสุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ชอบการออกกำลังกาย ควรจะพาไปออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น
 
             ลักษณะโดดเด่นประจำพันธุ์บีเกิ้ลก็คือมีพลังในการเห่าหอนอาจจะทำให้ขโมยแสบ แก้วหูได้และยังจัดเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยกลัว ตัวประหลาด เช่น ตุ๊กตาหน้าตาแปลก ๆ.


ที่มา : เดลินิวส์ ออนไลน์
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/beagle-puppies/