Wednesday, January 11, 2017

10 ภาพสุดฮาของเหล่าเจ้าตูบ ฮาแบบนี้ไม่แชร์ไม่ได้แล้ว



         ส่งต่อความฮากันเป็นทอด ๆ กับ 10 ภาพสุดฮาของเหล่าเจ้าตูบบนทวิตเตอร์ ถือเป็น 10 ภาพสุดฮาแห่งปีเลยทีเดียว จะฮาแค่ไหนไปชมกันเลย !           

          เป็นกระแสดังในทวิตเตอร์อยู่เรื่อย ๆ สำหรับภาพตลก ๆ ของเหล่าเจ้าตูบ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้เจ้าของทวิตเตอร์และเจ้าตูบทั้งหลายที่ได้ส่งต่อความฮากันมาเป็นทอด ๆ งานนี้กระปุกดอทคอมไม่รอช้า รวบรวม 10 ภาพที่เว็บไซต์ boredpanda การันตีมาว่าเป็นภาพสุดฮาแห่งปีจากทวิตเตอร์ที่ทาสหมาไม่ควรพลาด




ภาพจาก KateOfHysteria


          - อย่าปล่อยหมาไว้กับเด็ก...ไม่อย่างนั้นจะได้หมาที่มีเล็บฟรุ้งฟริ้งแบบนี้ 
 
 
 

ภาพจาก Adeline_Garrett


          - กรี๊ด...ตุ๊กตา !! อย่าเอาเข้ามาใกล้นะ กลัวแล้วจ้า 
 
 
ภาพจาก dogtextings

          - ก็แค่อยากหารายได้พิเศษ...เต้นโพลแดนซ์แป๊บ


ภาพจาก LeahTiscione

          - มองอะไร ไม่เคยเห็นหมาหรือไง แบร่ !
 
 
ภาพจาก mynameisntdave

          - หน้าตาดูตั้งใจทำงานมากเลย...โอ๊ย


ภาพจาก Probgoblin

          - รู้แล้วว่าชอบเล่นคาบกิ่งไม้ แต่นี่มันจะเยอะเกินไปเปล่า โถ...เต็มปากเลย


ภาพจาก dogtextings

          - ผมฝันร้ายงะ...เข้าไปนอนด้วยได้ไหม ?






ภาพจาก QaizerSoze

          - เซ็กซี่แบบนี้หาได้ที่ไหน...ไม่มี้



ภาพจาก RyanBarrell

          - ขอขอบคุณทุกเสียงโหวต ผมสัญญาว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง !



ภาพจาก dogtextings

          - นี่มันตัวอะไรกันหนอ...?




ขอขอบคุณข้อมูลจาก boredpanda
http://pet.kapook.com/view163300.html

Monday, January 9, 2017

สุนัขสายพันธุ์ใดเหมาะกับคุณ?



เชื่อว่าคนที่รักสุนัขต่างก็มีสายพันธุ์ที่ชื่นชอบอยู่ในใจ แต่สุนัขสายพันธุ์ที่เราชอบนั้นจะใช่และเหมาะสมกับเราหรือไม่ ลองมาทำแบบทดสอบกันค่ะ

1. ข้อใดต่อไปนี้ตรงกับความเป็นตัวคุณมากที่สุด
a. กระตือรือร้น แคล่วคล่อง ว่องไว สนุกสนาน ร่าเริง อารมณ์ดี
b. มั่นใจในตัวเอง เอาใจใส่กับทุกสิ่ง ชอบให้คนมาเอาใจ
c. เคร่งขรึม ลึกลับ มีโลกส่วนตัวสูง

2. ใน 1 วัน คุณมีเวลาว่างอย่างน้อยกี่ชั่วโมง
a. 1-2 ชั่วโมง
b. 5 ชั่วโมงขึ้นไป
c. ระบุไม่ได้ อาจมีเวลาว่างหรือไม่มีก็ได้

3. หากคุณมีวันหยุดยาว 1 สัปดาห์ กิจกรรมที่คุณเลือกทำคือข้อใด
a. ไปเที่ยวทะเล
b.เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้ง
c. เดินป่า ยิงนก ตกปลา ปีนเขา เน้นกิจกรรมลุย ๆ

4. การดูแลตัวเองในแบบของคุณ
a. ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่พิถีพิถันอะไรมาก
b. ก่อนออกจากบ้านต้องเนี้ยบเรียบกริบ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว
c. ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองสักเท่าไหร่

5. กิจกรรมที่คุณชอบทำในวันหยุด
a. ปลูกต้นไม้
b. ทำอาหาร
c. เล่นกีฬา

6. คุณเลี้ยงสุนัขเพราะเหตุใด
a. ต้องการเพื่อน
b. เพราะเหงา
c. เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน

หากคุณเลือกตอบข้อ a มากที่สุด
คุณเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง แคล่วคล่อง กระฉับกระเฉง และออกแนวไฮเปอร์นิด ๆ  สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่ขี้เล่น ชอบชีวิตกลางแจ้งอย่างสายพันธุ์ บีเกิ้ลแจ็ก รัสเซลล์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์บูล เทอเรียร์ไซบีเรียน ฮัสกี้ และ ปั๊ก


หากคุณเลือกตอบข้อ b มากที่สุด
คุณเป็นคนที่มีความมั่นใจเกินร้อยแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและขี้เหงา ไม่ชอบความโลดโผน เป็นคนรักสวยรักงาม และมีจิตใจอ่อนไหวง่าย สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่ช่างประจบ ห่วงเจ้าของ สวยสง่า น่ารัก ฉลาด และออกแนวเจ้าเล่ห์นิด ๆ เช่น สุนัขสายพันธุ์ ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์,เวสต์ ไฮแลด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ชิสุพุดเดิ้ลมอลทีสปอมเมอเรเนียนปักกิ่ง ชเนาว์เซอร์ และชิวาว่า


หากคุณเลือกตอบข้อ c มากที่สุด
คุณเป็นคนที่ดูเคร่งขรึม น่าค้นหา และเป็นคนที่ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดง่าย ๆ รักอิสระ สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่แลดูสง่า กล้าหาญ ตื่นตัวอยู่เสมอ ได้แก่ สายพันธุ์ไทยหลังอานบางแก้วร็อตไวเลอร์และ เฟรนช์ บูลด็อก



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view9001.html

เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/14214555064548807/


Saturday, January 7, 2017

น้องหมานอนกรน....เพราะเหตุใด?




การที่น้องหมานอนกรนนั้น ก็มีสาเหตุที่ใกล้เคียงกับในคนนี่แหละค่ะ โดยเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนอยู่ หรือเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายบางอย่าง เช่น กะโหลกศีรษะ กระดูกใบหน้าหรือโครงสร้างของหลอดลม ทำให้มีภาวะหยุดหายใจไปชั่วขณะซึ่งก็ คือ การนอนกรนนั่นเอง และต่อไปนี้ คือ สาเหตุต่างๆ ที่สามารถทำให้น้องหมานอนกรนได้ค่ะ

สาเหตุที่น้องหมานอนกรน

อ้วนเกินไป 
การที่น้องหมามีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จะทำให้มีไขมันสะสมกระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น สะโพก ท้อง ต้นขา และยังพบว่ามีเนื้อเยื่อไขมันกระจายอยู่รอบๆ ทางเดินหายใจช่วงบนมากขึ้นด้วย โดยไขมันที่พอกบริเวณคอนี้เองจะทำให้ช่องคอแคบลงได้ ร่วมกับการที่หน้าท้องมีไขมันเกาะอยู่มาก ทำให้กะบังลมทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจุของปอดลดลง จึงล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วขณะได้โดยง่าย นั่นก็ คือ การนอนกรนนั้นเอง

แน่นจมูก
จมูกเป็นต้นทางของทางเดินหายใจ ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้เกิดอาการแน่นจมูก เช่น น้องหมาเป็นหวัด มีน้ำมูก ภูมิแพ้ เยื่อบุจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือมีเนื้องอกในจมูก ย่อมทำให้เกิดอาการกรนขึ้นได้

หน้าแบน
ยกตัวอย่างเช่น น้องหมาพันธุ์ ปักกิ่ง ปั๊ก ชิสุ บูลด็อก บอสตัน เทอร์เรียร์ เป็นต้น การที่มีหน้าตาแบนๆ จะทำให้มีพื้นที่ทางเดินหายใจช่วงบนแคบลงและเกิดการอุดตันได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อในทางเดินหายใจ จึงทำให้นอนกรนค่ะ 


การใช้ยาชาเฉพาะที่
เมื่อมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับอาการเจ็บปวดต่างๆ ในน้องหมาอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อต่างๆ คลายตัวลงจึงทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ 


การต้องอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่
การที่น้องหมาต้องอยู่ในที่ซึ่งมีควันบุหรี่หรือเจ้าของสูบบุหรี่ ก็จะทำให้น้องหมาได้รับควันบุหรี่ไปด้วย ซึ่งควันบุหรี่นั้นจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบ
ทางเดินหายใจแย่ลง ทำให้คออักเสบจากการระคายเคือง มีการหนาบวมของเนื้อเยื่อ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการอุดตันได้ง่าย และยังส่งผลเสียต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอีกด้วย 


วิธีแก้ไขเมื่อน้องหมานอนกรน

ถ้าน้องหมามีอาการกรนจากสาเหตุข้างต้น ก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปตามสาเหตุ เช่น ถ้าอ้วนเกินไปก็ควรจำกัดอาหารและลดความอ้วนของเขา แต่สำหรับน้องหมาที่มีหน้าแบนๆ ทั้งหลายนั้น อาจลดการนอนกรนของเขาได้โดยการปรับเปลี่ยนท่าทางการนอนให้เหมาะสม เช่น น้องหมาบางตัวชอบนอนหงาย ซึ่งจะทำให้มีอาการกรนได้มากขึ้น ฉะนั้นเจ้าของจะต้องคอยจัดท่าทางการนอนให้ใหม่ ในท่าทางที่หายใจได้สะดวกมากขึ้น หรือมีบางคำแนะนำบอกไว้ว่า การให้น้องหมานอนในที่นอนลักษณะโค้งกลมจะช่วยให้เขาอยู่ในท่าทางที่หายใจได้ ดีขึ้นและลดอาการนอนกรนลงได้ค่ะ

หวังว่าจะทำให้เจ้าของหลายๆ คนมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนอนกรนของน้องหมาได้มากขึ้น ฉะนั้นลองหาสาเหตุดูว่าน้องหมาของเราเข้าข่ายในข้อไหนบ้างหรือเปล่า เผื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการลดอาการนอนกรนของเขาลงได้บ้าง 
จะได้ไม่ต้องให้เขามากรนแข่งกับเรานะคะ….
  
แหล่งที่มา  http://hukionline.com
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/571605377683325577/

จะรู้ได้ไงว่าน้องหมาไม่สบาย


ถ้าคุณเป็นคนที่หมั่นสังเกตุสุนัขของคุณอยู่ทุกวัน ก็ย่อมที่จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสุนัขที่ไม่สบาย แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จริงไหมครับ ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็ควรจะรู้ถึงอาการเบื้องต้นที่สังเกตุได้ เมื่อสุนัขกำลังจะป่วย  

สรุปก็ คือ ถ้าสุนัขของคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ แสดงว่าเขาเริ่ม ที่จะไม่สบายแล้วล่ะครับ

• 
ตา อาจพบว่ามีขี้ตา ตาแดง น้ำตาไหลตลอดเวลา แววตาเปลี่ยนไป มีความผิดปกติที่กระจกตาหรืออื่นๆ
• 
หู พบว่ามีน้ำหนองไหลออกจากรูหู หูมีกลิ่นแรง ขี้หูเป็นสีดำเหมือนเกล็ดกาแฟ ใบหูบวม หนาตัวขึ้น หรือสุนัขมีอาการเกาหูบ่อยๆ
• 
จมูก พบว่าจมูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้น หรือมีเลือดออกจากรูจมูก
• 
ผิวหนังและขน พบว่าขนร่วง ขนหยอง ผิวหนังแห้งเป็นรังแค มีกลิ่นเหม็น หรือ มีก้อนเนื้อที่ใหญ่ผิดปกติเกิดขึ้น
• 
ขา พบว่ามีการบวมใหญ่ขึ้น ฝ่าเท้าแข็งผิดปกติ ยกขา เดินกะเผลก หรือไม่ยอมลุกเดินเลย
• 
ท้อง อาจพบว่าขยายใหญ่ขึ้นทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งท้อง
 อวัยวะเพศ มีหนองไหลออกมาตลอดเวลาจากอวัยวะเพศเมีย หรือ มีเลือดซึมออกมาจากอวัยวะเพศผู้ ลูกอันฑะบวมแดง ขยายใหญ่ หรือพบก้อนเนื้องอกออกมาจากอวัยวะเพศผู้และเพศเมีย เป็นต้น

นอกจากจะมีอาการผิดปกติทางกายแล้ว สุนัขป่วยมักแสดงพฤติกรรมที่แปลกไปจากเดิมด้วย เช่น ซึม เบื่ออาหาร กินน้ำมากหรือน้อยเกินไป ตัวร้อนผิดปกติหรืออุณหภูมิเกิน 103องศาฟาเรนไฮต์ อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะบ่อยเกินไป สีของปัสสาวะผิดปกติไป กล้ามเนื้อกระตุกหรือชัก การทรงตัวขณะเดินหรือวิ่งผิดปกติ การตอบสนองต่อเจ้าของผิดไปจากเดิม อารมณ์แปรปรวน 

ซึ่งความผิดปกติที่กล่าวมานี้ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า สุนัขของคุณป่วยแล้วนะ และถ้าหากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ได้แต่เนิ่นๆ แล้วพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว สุนัขของคุณก็จะได้รับการรักษาและหายป่วยได้เร็วขึ้น แต่ถ้าคุณสังเกตุเห็นว่าสุนัขมีอาการผิดปกติ แต่ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปกว่าจะพามาพบหมอ บางครั้งก็อาจสายเกินไป ทำให้หมอไม่สามารถรักษาชีวิตของสุนัขไว้ได้ 

ดังนั้นหากพบว่าสุนัขของคุณมีความผิดปกติดังที่กล่าวมา ถึงแม้จะเพียงแค่ซึม เบื่ออาหาร ก็ควรพามาพบสัตวแทย์ให้เร็วที่สุดครับ... 


ที่มา..."นิตยสาร DOGAZINE" ,http://pipekemon.tripod.com

Tuesday, January 3, 2017

HOME ALONE ความเครียด เมื่อสุนัขต้องอยู่ลำพัง


  "สุนัขของคุณเครียดเวลาที่คุณไม่อยู่บ้านหรือเปล่าครับ" ผมถามหลังจากไปตรวจสุขภาพสุนัขพันธุ์ไทยที่บ้านหลังหนึ่งแล้วบังเอิญเห็นว่า สุนัขตัวหนึ่งเดินตามเจ้าของตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาที่เจ้าของมานั่งที่เก้าอี้ สุนัขก็ยังพยายามขดตัวเข้าไปนั่งใกล้ขาเจ้าของในท่าที่ดูไม่สบายเอาเสียเลย เจ้าของเล่าให้ฟังว่า เวลาที่เขาไม่อยู่บ้าน เพื่อนบ้านบอกว่าชอบได้ยินเสียงสุนัขเห่าและหอน บางครั้งกลับมาถึงบ้านก็จะพบปัสสาวะเลอะเต็มพื้นบ้าน ปัญหาสุนัขเครียดเวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย แต่บางครั้งมักถูกมองข้าม เนื่องจากสุนัขบางตัวอาจแสดงอาการไม่มาก อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นอาการป่วยด้านจิตใจ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ปัญหาอาจจะรุนแรงขึ้น และมีผลเสียต่อร่างกายตามมาได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดปัญหา 
 
            สิ่งหนึ่งที่สุนัขเหมือนกับคน คือ สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่มักเกิดความเหงาและความเครียดได้ง่ายเมื่อถูกทิ้งให้อยู่ลำพังปัญหา separation anxiety คือ ความกังวลของสุนัขเมื่อไม่ได้อยู่ใกล้คน โดยเฉพาะคนที่รู้สึกผูกพัน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของ) ที่เห็นชัดคือลูกสุนัขที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่มักร้องเรียกเจ้าของ ในช่วงกลางคืนที่เจ้าของเข้านอน ลูกสุนัขจะค่อยๆ ปรับตัวและพฤติกรรมนี้จะลดลงไปเองหากเจ้าของไม่ได้สร้างเงื่อนไขว่าจะมาหาลูกสุนัขทุกครั้งที่ร้องเรียก จะเห็นว่าประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ผ่านมาเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการ เกิดปัญหาพฤติกรรม สุนัขที่รับอุปการะมาจากสถานพักพิงสัตว์ มักเคยมีประสบการณ์ในการถูกทิ้งมาก่อน และขาดคนที่จะมาดูแลเอาใจใส่และให้ความรักอย่างจริงจังเป็นระยะเวลานาน เมื่อมาอยู่บ้านใหม่ จึงมักจะเกิดความกังวลเมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้านได้มากกว่าสุนัขที่ได้มาจาก ฟาร์ม ส่วนสุนัขที่ได้มาจากบ้านเพื่อนหรือลูกสุนัขที่เกิดในบ้านมักพบปัญหาน้อย อีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ บ้านที่มีเจ้าของแค่คนเดียว เพราะสุนัขมักจะผูกพันกับเจ้าของมากจนเกิดปัญหาพฤติกรรมนี้ได้ง่าย สุนัขที่อายุมากขึ้นยิ่งมีโอกาสที่จะพบปัญหาความเครียดเวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้านได้สูงขึ้น


อาการแบบไหนที่น่าสงสัย

 
            สิ่งที่สุนัขแสดงออกมาให้เห็นถึงความเครียดในช่วงเจ้าของไม่อยู่บ้าน มีได้ตั้งแต่ทำลายข้าวของ ขับถ่ายไม่เป็นที่หรือเห่าหอนเสียงดัง เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นตอนที่เจ้าของไม่อยู่ การตั้งกล้องถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็น อาการที่เจ้าของสังเกตเห็นได้ตอนอยู่บ้าน คือ สุนัขอาจเดินตามเจ้าของทั้งวัน แต่เมื่อเจ้าของหยิบของหรือกุญแจรถเตรียมออกจากบ้าน สุนัขอาจคราง หอบ หรือเดินวนไปวนมาและเมื่อคุณกลับมาบ้าน สุนัขมักแสดงอาการดีใจให้เห็นมากผิดปกติ สุนัขที่เครียดมาก ๆ จะเลียหรือกัดขนตัวเอง บางตัวอาจอาเจียนและถ่ายเหลวได้ ขณะที่บางตัวอาจแสดงความก้าวร้าวต่อเจ้าของเมื่อไม่พอใจ

ต้องการให้เจ้าของออกจากบ้าน
 
            หากสุนัขมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นและสงสัยว่าจะมีปัญหาความเครียด เมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้าน ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง สำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคไต โรคเบาหวาน สุนัขที่สมองเสื่อม หรือสุนัขที่ขาดการฝึกอาจมีอาการขับถ่ายปัสสาวะไม่เป็นที่ได้เหมือนกัน ส่วนการเห่าเสียงดัง ในบางครั้งอาจเกิดจากสุนัขรู้สึกเบื่อ เพราะไม่ได้รับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ สาเหตุที่สุนัขไม่อยากอยู่ลำพังอาจมาจากปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ เป็นพื้นฐาน เช่น อาการกลัวเสียงดัง การวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนการรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็น



แนวทางการรักษา

            สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษา คือ เจ้าของต้องเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากความเครียด และความกังวล สุนัขไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายข้าวของหรือขับถ่ายให้บ้านเลอะ ดังนั้นห้ามลงโทษเด็ดขาดเพราะมีแต่จะทำให้ความกังวลของสุนัขมากขึ้น แนวทางในการรักษาจะแบ่งเป็นการปรับพฤติกรรมร่วมกับการจัดการสภาพแวดล้อมและ การรักษาทางยา ในการปรับพฤติกรรมแต่ละวิธี สุนัขจำเป็นต้องรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น “นั่ง” “หมอบ” และ “คอย” ก่อน ดูรายละเอียดการฝึกเพิ่มเติมได้ใน www.facebook.com/petmanner

แหล่งที่มา  http://pet.kapook.com/view39941.htmlDogazine Healthy
เรื่องโดย : น.สพ.กมล ภาคย์ประเสริฐ

Monday, January 2, 2017

เมื่อน้องหมาไม่ยอมกินอาหารหมา


         เคยมีหลาย ๆ คนถามผมว่า ... อาหารหมาดี ๆ ต้องเป็นอย่างไร ? ผมก็ตอบไปว่า “อาหารที่ดี คือ อาหารที่หมากินเพราะอาหารจะวิเศษและราคาแพงเพียงใด ก็ไม่มีความหมายอะไร หากสุนัขของคุณไม่ยอมกิน

          สำหรับฉบับนี้ เรามาคุยกัน เรื่อง 
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของสุนัข” กันดีกว่า เผอิญว่ามีสุนัขที่เจ้าของพามาปรับพฤติกรรมการกินสุนัขตัวนี้ชื่อว่า “น้องกล้วยปิ้ง

          ปกติชีวิตประจำวันของกล้วยปิ้ง ถือว่าเป็นสุนัขที่โชคดีมาก กล้วยปิ้งมีเจ้าของที่ดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี อะไรที่ว่าอร่อย คุณภาพดี จะมีมาให้กล้วยปิ้งได้ลิ้มลองอยู่ไม่เว้นในแต่ละมื้อ ไม่ว่าจะเป็น หมูปิ้ง หมูทอด ตับย่าง ไก่ย่าง ไก่ทอด พิซซ่า หรือ เคเอฟซี และ อะไรต่อมิอะไร ที่เจ้าของเห็นว่าดี และอร่อย จะเสาะหามาให้เค้าได้ลิ้มลอง พฤติกรรมการกินของกล้วยปิ้งเป็นอย่างนี้มาเป็นเวลานาน พักหลัง ๆ เค้าจะไม่ยอมแตะอาหารเม็ดเลย มิหนำซ้ำ ยังเป็นสุนัขที่เลือกกิน จนเจ้าของเริ่มเป็นกังวล เพราะไม่รู้จะเลือกอะไรมาให้กินอีกแล้ว ...

          หลังจากที่ได้คุยรายละเอียดกันทางโทรศัพท์ เจ้าของกล้วยปิ้งได้อุ้มเอาลูกรักมาฝากให้ปรับพฤติกรรมการกินของกล้วยปิ้ง ครั้งแรกที่ได้พบเจอกัน ผมรู้สึกประทับใจในความรัก ที่ทั้งคู่มีให้กัน มันเป็นความผูกพัน และเอาใจใส่ที่ดีต่อกัน มีวิธีเล่น วิธีคุย การสัมผัส และอ้อมกอด ของผู้เป็นเจ้าของกับสุนัขตัวน้อยของเค้า คงเป็นการทำใจที่ยากอยู่พอสมควร ที่จะต้องฝากสุนัขที่สุดรักของเค้า ไว้ในการดูแลของเรา แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อพฤติกรรมการกินที่ดีของกล้วยปิ้งกันต่อไป

         
 บทเรียนแรก คือ ปล่อยเล่นกับเพื่อน ๆ เพื่อละลายพฤติกรรม เจ้ากล้วยปิ้งเข้ากับเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่มีความก้าวร้าว หวาดระแวง เวลาแจกขนม จะเข้ามาดม ๆ แต่ไม่ยอมกิน เหมือนเพื่อนตัวอื่น ๆ สนใจที่จะเล่นเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็ลองใส่สายจูง เพื่อพาไปเดินเที่ยว ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ใช้สายจูงในการเดินเลย เลยทำให้เค้าตัวสั่น และยืนนิ่ง ตัวแข็งเกร็ง เลยต้องใช้สุนัขอีกตัว ใส่สายจูงคู่กัน และพาเดินจนเค้าชิน และยอมเดินตามอย่างง่ายดาย ...
          หลังจากที่ปล่อยเล่นกันอย่างสนุกสนาน ถึงเวลาอาหารมื้อแรกของเค้าแล้ว ในการให้อาหารในครั้งนี้กล้วยปิ้งไม่ยอมแตะอาหารเลย แม้แต่เม็ดเดียว .. ผ่านไป 20 นาที อาหารถูกเก็บออกจากกรง คงเหลือทิ้งไว้แต่น้ำสะอาด เพียงเท่านั้น ... คืนแรกผ่านไป ... เริ่มต้นเช้าวันใหม่ กับการวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน กล้วยปิ้งสามารถใช้สายจูงในการพาเดินเที่ยว ซึ่งเค้าก็ชอบมาก ๆ เดินตามไปทุกที่ที่เราพาไป หลังจากที่ปล่อยให้เค้าทำธุระเสร็จ เช็ดตัวเสร็จ เมนูแรกของเช้านี้คือ “อาหารเม็ด ราดด้วยนม” เค้าเอร็ดอร่อยกับอาหารเช้ามาก แต่เลือกกินแต่นม คงเหลือทิ้งไว้ แต่อาหารเม็ด และถูกเก็บออกมาตามระเบียบ ระหว่างวัน เค้าได้วิ่งเล่นกับเพื่อน อย่างสนุกสนาน พอถึงมื้อเย็น ลองปรับเปลี่ยนวิธีการให้อาหารแบบ 2 ตัวต่อ 1 ชาม เค้ามองเพื่อนกินอย่างเอร็ดอร่อย และเก็บอาหารเม็ด ที่ตกจากชามมากิน แต่ไม่เข้าไปแย่งอาหาร แต่พอเราเอาอาหารเข้าไปเพิ่มให้เค้าอีก 1 ถ้วย เค้าก็ไม่ยอมกิน จนต้องเก็บออกมาอีกตามเคย ถือเป็นมื้อที่ 3 ที่เค้าได้กินอาหารที่ตกมาไม่กี่เม็ด

          ผ่านคืนที่ 2 ... รุ่งเช้าของวันใหม่ จากที่สังเกตดู วันนี้รู้สึกว่ากล้วยปิ้งร่าเริงเป็นพิเศษ วิ่งเล่นไปมาคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่พาเดินกว่า 20 นาที ผมก็เตรียมชามอาหาร แต่วันนี้แกล้งเคาะชามเสียง โป๊งเป๊ง ตักอาหารใส่ชามเสียงดัง ๆ เขย่ากระปุกอาหาร เค้าก็วิ่งมาจ้อง และกระโดดเหยง ๆ วันนี้คงหิวน่าดูเลย วันนี้แยกให้กินตัวละชาม ของใครของมัน พอวางชามให้เท่านั้นแหละ ทั้งนมทั้งอาหารถูกเคี้ยวกร๊วบ ๆ เกือบหมดชาม ผมแย่งมาก่อน ให้กินแค่นั้นพอ (คิดสงสารอยู่ในใจ แต่กลัวว่ามื้อต่อไปจะไม่ยอมกิน)

         
 และมันก็ได้ผลจริง ๆ มื้อเย็นของวันนั้น วางชามเป็นเกลี้ยง สงสัยคงใช้พลังงานในการเล่นกับเพื่อน ๆ กันทั้งวัน จนต้องหาอาหารเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ถือว่าเป็นการปรับพฤติกรรมการกิน ที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วงแรก ๆ ยังให้เค้าทานแบบยังไม่อิ่มมาก ให้หิวไว้หน่อย ๆ ซึ่งมันก็ได้ผลดี เพราะทุกครั้งที่วางชามอาหารให้ เค้าจะกินจนหมด เกลี้ยงเลย และการให้อาหารในแต่ละมื้อ เวลาจะใกล้เคียงกัน และให้เค้ากินในกรง ติด ๆ กับสุนัขตัวอื่น เหมือนเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เห็นเค้ากิน เราก็กิน .. รีบกิน เพราะกลัวโดนแย่ง เดี๋ยวไม่ทันเพื่อน ทำอยู่อย่างนี้ไม่กี่วัน เค้าก็มีพฤติกรรมการกินที่ดีมาก และวันนี้ครบ 1 อาทิตย์พอดี น้องกล้วยปิ้งจะได้กลับไปสู่อ้อมกอด ของเจ้าของที่รักเค้ามาก ต่อไปเจ้าของคงไม่ต้องปวดหัว กับการที่ต้องสรรหาโน่นนี่นั่น มาให้เจ้ากล้วยปิ้งอีกแล้ว ขอแค่อาหารเม็ดราดนม เท่านี้ ... กล้วยปิ้งก็จัดเต็มทุกมื้อแล้วค่ะ คุณแม่ขา

เรื่องโดย : คุณตาร์ smart Dog Thailand
นิตยสาร Pet Journal / https://pet.kapook.com/view43089.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/70368812916928798/

Sunday, January 1, 2017

การสัมผัสของเจ้าของเป็นการบ่งบอกความรู้สึกอย่างไรแก่สุนัข




เจ้าของสุนัขจะต้องให้ความสำคัญ และความเอาใจใส่แก่สุนัขด้วยการสัมผัสสุนัขของคุณวันละเล็กวันละน้อย เพื่อสร้างความอบอุ่น ความชุ่มชื่นหัวใจให้แก่สุนัข การสัมผัสด้วยมือและการกอดของเจ้าของที่สัมผัสลงไปบนศีรษะ หรือลำตัวของสุนัขสามารถบ่งบอกแทนคำพูดระหว่างเจ้าของและสุนัขได้หลาย ๆ อย่าง เช่น บอกรัก บอกความเมตตากรุณา บอกความคิดถึง บอกความดีใจ บอกคำขอบคุณ และแทนคำขอโทษ 

การที่เจ้าของสุนัขสัมผัสสุนัข สามารถให้ความรู้สึกและความประทับใจแก่สุนัขได้อย่างมากมาย ซึ่งผู้อื่นไม่สามารถแบ่งปันให้แก่สุนัขได้ นอกจากเจ้าของสุนัข และสิ่งที่เจ้าของจะได้พบเห็นกิริยาอาการของสุนัขเมื่อกลับมาถึงบ้านก็คือ การตอบรับอาการดีใจอย่างมากของสุนัข ที่ได้เฝ้ารอคอยเจ้าของกลับมาเป็นเวลาทั้งวัน เมื่อคุณกำลังจะเข้าประตูบ้าน คุณจะได้พบสุนัขของคุณแสดงอาการนั่งรอ ยืนรอ ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าของ ด้วยความรู้สึกจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของไม่เสื่อมคลาย

สิ่งสำคัญมากที่เจ้าของสุนัขควรใส่ใจ คือ การให้เวลากับสุนัข เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคย ความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีต่อกันในระหว่างสุนัขกับเจ้าของ สุนัขจะสามารถรับรู้ได้ถึงความรักของเจ้าของที่มีให้แก่สุนัข

การสัมผัสสุนัข สามารถสัมผัสได้ในหลายกรณีคือ

การพาสุนัขไปพบกับคนแปลกหน้าหรือสุนัขตัวอื่น ๆ นอกบ้าน หรือการให้คนแปลกหน้าสัมผัสสุนัขของคุณ เป็นสิ่งที่ดีแก่สุนัข จะทำให้สุนัขไม่เกิดความหวาดกลัว ทำให้สุนัขได้รู้จักการเข้าสังคมกับคนและสุนัข เพื่อจะได้สามารถเรียนรู้สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัว

การที่เจ้าของสุนัขใช้สายจูงในการสวมคอให้กับสุนัขพันธุ์ปอมฯ เป็นการสัมผัสไปบนศีรษะและแผงขนบริเวณหน้าอกของสุนัข จะเป็นการสร้างความดีใจและความสุขแก่สุนัขในการที่สุนัขจะได้รับการฝึกเดินโดยใช้สายจูง ซึ่งสุนัขในบ้านของพี่อ๋อย เมื่อเห็นสายจูงอยู่ในมือของเจ้าของ สุนัขจะรีบยื่นศีรษะออกมาเพื่อช่วยให้การสวมสายจูงมีความรวดเร็วขึ้น เพราะสุนัขจะได้รับการเรียนรู้ว่า ถ้าสวมสายจูงเมื่อไร จะได้ออกไปเที่ยวอวดโฉมให้คนอื่น ๆ ได้ทักทาย และจะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่สุนัขในการที่เจ้าของจะสามารถควบคุมสุนัขได้ และทำให้สุนัขสามารถที่จะแสดงออกได้ถึงบุคลิกและโครงสร้างที่ดีของสุนัขด้วย

การฝึกสุนัขให้รู้จักการรับฟังคำสั่ง เช่น คอย นั่ง หมอบ ยืน เดิน เพื่อเป็นการสร้างเงื่อนไขให้แก่สุนัข รวมทั้งจะเป็นการสร้างความสำคัญและ ความเป็นผู้นำให้แก่เจ้าของ ซึ่งจะทำให้เจ้าของสามารถสัมผัสสุนัขด้วยมือ ด้วยกิริยาท่าทาง ด้วยสายตา หรือด้วยน้ำเสียง ซึ่งสุนัขจะมีประสาทในการสัมผัสและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งในการฝึกฝน และเป็นบทเรียนในการเรียนรู้ของสุนัขที่ดี

เจ้าของสุนัขส่วนใหญ่จะรู้สึกมีความสุขในการที่จะได้แตะหัว ลูบหัว หรือการสัมผัสตามลำตัวของสุนัข เพราะการแสดงออกเช่นนี้ ทั้งสุนัขและเจ้าของจะสามารถรู้สึกได้ถึงความพึงพอใจ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเป็นเพื่อนซึ่งกันและกัน

การสัมผัสเป็นการถ่ายทอดความรัก ความเมตตา และความกรุณา ซึ่งสุนัขจะสามารถรับรู้ได้

ควรสัมผัสสุนัขเพียงเบา ๆ ถึงแม้คุณจะมีเวลาให้สุนัขเพียงเล็กน้อย แต่คุณจะรู้สึกว่า สามารถสื่อความหมายที่ดี ๆ ได้อย่างมากมาย

การกอดสุนัขเป็นการถ่ายทอดความรักอย่างชนิดใจถึงใจ เป็นการบอกความรู้สึกที่ดี ๆ ความซาบซึ้ง และความเข้าใจที่ตรงกันแก่สุนัขว่าเจ้าของได้ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้แก่สุนัข สุนัขจะชอบให้เจ้าของลูบหัว ลูบหาง ตบศีรษะเพียงเบา ๆ เพราะจะทำให้สุนัขรู้สึกเคลิบเคลิ้ม

ลักษณะการกอดสุนัขยังสามารถบอกความรู้สึกที่ดี ๆ ให้กับสุนัขได้หลายอย่างคือ

การกระชับกอดสุนัขให้แน่น ๆ เป็นการกอดที่คิดถึงกันมาก ถ้าหากคุณต้องปล่อยให้สุนัขต้องอยู่บ้านตัวเดียวนาน ๆ

การกอดสุนัขเพื่อเป็นการปลอบประโลมให้สุนัขคลายความตื่นเต้นตกใจ ด้วยการกอดและตบบริเวณไหล่สุนัขอย่างเบา ๆ หรือการที่เจ้าของใช้มือลูบตั้งแต่ศีรษะจนไปถึงลำตัว เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้สุนัขคลายความเครียด

การกอดและอุ้มสุนัขไว้แนบกับหน้าอกของเจ้าของ เป็นการบ่งบอกถึงความเอ็นดู และความมีเมตตาต่อกัน สุนัขจะรู้สึกอบอุ่น และปลอดภัยในการที่ได้รับการสัมผัสซึ่งกันและกัน

การกอดสุนัขในสนามประกวดหลังจากที่สุนัขได้รับชัยชนะในการตัดสินแล้ว หมายถึงการให้รางวัล และเป็นการบ่งบอกให้สุนัขได้รับทราบว่า สิ่งที่สุนัขกระทำนั้น เป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจ และความภาคภูมิใจให้แก่สุนัข

ควรกอดสุนัขหลังจากที่สุนัขของคุณได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่คุณสุดประทับใจ จะทำให้สุนัขได้รับทราบด้วยหัวใจที่แสนจะเป็นปลื้ม ซึ่งสุนัขจะสบตาคุณด้วยสายตาที่แสนจะประทับใจเช่นกัน

กอดสุนัขเมื่อคุณรู้สึกว่า สุนัขมีความหงุดหงิดกับบางสิ่งบางอย่าง เช่น มีแขกมาเยี่ยมบ้าน และถือวิสาสะหยิบสิ่งของภายในบ้าน หรือ การที่สุนัขไม่พอใจสุนัขตัวอื่น เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้นให้แก่สุนัข

การกอดเป็นการขอบคุณแก่สุนัข ที่เค้าได้มอบความรัก ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีให้แก่คุณจนหมดหัวใจ การกอดสุนัขเป็นการเพิ่มและเสริมกำลังใจด้วยการสัมผัสทางกายได้เป็นอย่างดี นอกจากจะทำให้สุนัขรู้สึกว่า คุณรักเค้าอย่างที่สุดแล้ว แต่ยังหมายถึง คุณคิดถึงเค้าตลอดเวลาอีกด้วย

การกอดและการสัมผัสจึงเป็นการแสดงความรักอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งทั้งคุณและสุนัขจะสามารถกอดกันได้ตลอดเวลาและอย่างสม่ำเสมอเพราะถ้าการกอดสามารถบอกได้ว่า รักมากเพียงใด เจ้าของก็คงอยากจะกอดสุนัขไว้ตลอดไป เพื่อเป็นการแทนคำพูดอย่างมากมายใช่ไหมคะ?

แหล่งที่มา  http://www.oilspomeranians.com  โดย พี่อ๋อย
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/urbadrobin/pooches/