Monday, April 17, 2017

หลักการเลือกซื้อตุ๊กตาให้สุนัขกัดเล่น

                                      


ตุ๊กตานั้นที่จริงแล้วมันก็ไม่ไช่สิ่งฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นสำหรับสุนัขเลย มีไว้ก็ดีเหมือนกัน ธรรม­ชาติของลูกสุนัขนั้นจำเป็นต้องลับเขี้ยวลับฟันของมันให้แข็งแรงและจำเป็นต้องออกกำลังกล้ามเนื้อ ขบเคี้ยวอาหาร แม้แต่สุนัขที่โตแล้วก็ยังจำเป็นต้องกัดตุ๊กตาเพื่อรักษาฟันของมันให้สะอาด และ ป้องกันมิให้ก้อนนิ่วก่อตัว มันจำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่เราจะซื้อตุ๊กตาให้สุนัขเล่น เราต้องดูให้ดีว่าตุ๊กตานั้นทำด้วยวัสดุที่ไม่เป็นอันตราย สีที่ใช้ต้องเป็นสีที่บริโภคได้ และต้องเป็นตุ๊กตาที่เหมาะสมกับสุนัข คือไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป หรือเล็กจิ๋วจนเกินไป

ตุ๊กตาที่เล่นแล้วมีเลียงเอี๊ยดอ๊าดนั้นไม่เหมาะสำหรับให้สุนัขขบเคี้ยวเล่น ด้วยเหตุผลสองประการ คือ มันทำด้วยพลาสติกชนิดที่ไม่มีความเหนียวสูงพอ เวลาสุนัขกัดเล่นตุ๊กตาชนิดนี้จะขาดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและมักจะทำ ด้วยวัสดุโลหะอันตรายที่ทำให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด สุนัขอาจจะกัดกินเอาโลหะกลืนลงท้องรวมทั้งเศษพลาสติกด้วย ต้องใช้การผ่าตัดถึงจะเอาเศษของอันตรายเหล่านี้ออกจากท้องสุนัข มิฉะนั้นจะทำให้สุนัขเป็นแผลในกระเพาะอันตรายถึงชีวิตได้ 

มิใช่เฉพาะวัสดุสังเคราะห์จำพวกพลาสติกรวมทั้งกล่องโฟมและพลาสติกห่อของเท่านั้น  ที่เป็นอันตรายแก่สุนัข พวกของทุกอย่างที่ทำด้วยไม้เปราะง่ายต่อการกลืนกิน ย่อมเป็นอันตรายทั้งนั้น ดังนั้นเวลาเราจะซื้อตุ๊กตาหรือของเล่นมาให้สุนัขละก้อ พิจารณาดูให้ดีด้วยว่ามันทำด้วยวัสดุอะไร แข็งแรงทนทานและ ไม่เป็นอันตรายหรือไม่

ตุ๊กตาที่ดีที่สุดสำหรับสุนัขก็ คือ ลูกบอลที่ทำด้วยยางแข็ง (ชนิดที่สุนัขไม่สามารถกัดกระจุยได้) และตุ๊กตากัดเล่นที่ทำด้วยหนังดิบ สุนัขของเราสามารถเล่นกับตุ๊กตาพวกนี้ได้ตราบใดที่สุนัขมันเขี้ยว และมันแทบจะไม่ก่ออันตรายใด ๆ เลย เพราะตุ๊กตาพวกนี้จะแข็งแรงพอ สุนัขไม่สามารถกัดให้ขาดกระจุยได้ ข้อดีอีกอย่างก็ คือ ลูกสุนัขจะง่วนอยู่กับการกัดตุ๊กตาเล่น และจะทำให้มันไม่ค่อยจะสนใจลับเขี้ยวของมันกับเฟอร์นิเจอร์ของเรา

แหล่งที่มา  www.เลี้ยงสัตว์.com/หลักการเลือกซื้อตุ๊กตา
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/661818107727889216/



Thursday, April 13, 2017

ข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมา



      จะไปไหนมาไหนในช่วงนี้ก็มีแต่คนบ่นว่า “อากาศร้อน”  จนหลายๆ คนต้องหนีร้อนพึ่งเย็นเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ไปพักผ่อนชิลล์ๆ ในสถานที่ต่างๆ  ...  ส่วน เพื่อนๆ ที่เลี้ยงน้องหมา แน่นอนว่า ก็ต้องสรรหาสารพัดวิธีคลายร้อนที่แตกต่างกันมาใช้กับน้องหมาเพื่อให้น้องหมา สามารถผ่านช่วงหน้าร้อนนี้ไปได้  ... แต่ใครจะรู้ล่ะว่า บางวิธีที่เราคิดว่าคลายร้อนได้ดีที่สุดสำหรับน้องหมาอาจจะส่งผลข้างเคียง และอาจเป็นอันตรายกับน้องหมาได้เหมือนกัน


        "เทคนิคการเลี้ยงการดูแล" วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะชวนเพื่อนๆ มารู้จักข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมา โดยหยิบวิธีที่คนรักน้องหมานิยมใช้คลายร้อนให้กับน้องหมามาให้เพื่อนๆ ได้สังเกต และระวังกันค่ะ ... ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันค่ะว่ามีอะไรที่ผู้เลี้ยงต้องระวังกันบ้าง^^”


1.ไอศกรีม

       “อากาศ ร้อนๆ แบบนี้ซื้อไอศกรีมเย็นๆ คลายร้อนให้น้องหมากินสักแท่งดีกว่า”  เชื่อว่าผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านคงเลือกวิธีคลายความร้อนให้น้องหมาด้วยไอศกรีมใช่ไหมคะ? ... สำหรับมนุษย์อย่างเราๆ ที่ต้องการปริมาณพลังงาน 1,800  - 2,500 กิโลแคลอรี่/วัน  คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะหาไอศกรีมสักแท่งมาดับความร้อน  แต่สำหรับน้องหมาที่โดยเฉลี่ยแล้วต้องการปริมาณพลังงาน 200-300 กิโลแคลอรี่/วัน การกินไอศกรีมสักแท่งนั้นอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้เลยล่ะค่ะ นั่นก็เพราะว่า ในไอศกรีม  1 แท่ง มีปริมาณแคลอรี่สูงถึง 205 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเกินความต้องการต่อวันของน้องหมา และนอกจากนี้ในไอศกรีมยังมีส่วนผสมของนมวัว และน้ำตาลในปริมาณมาก ซึ่งอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรืออาหารที่มีรสหวานเป็นอาหารที่มีพลังงานสูง หากน้องหมากินเข้าไปมากๆ แล้วไม่ได้ออกกำลังกาย พลังงานที่เหลือถ้าหากไม่ได้ถูกเผาผลาญให้หมดไป พลังงานก็จะสะสมในร่างกายของน้องหมา และหากพลังงานนั้นสูงเกินไปก็จะส่งผลให้น้องหมารู้สึกหงุดหงิด แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องหมาอ้วนได้

         ฉะนั้น ในหน้าร้อนหากเพื่อนๆ อยากจะให้ไอศกรีมกับน้องหมา ก็สามารถให้ได้ค่ะแต่ควรระวังอย่าให้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือทางที่ดี ปังปอนด์แนะนำว่าให้เพื่อนๆ หาวิธีอื่นคลายร้อนให้น้องหมาจะดีกว่านะคะ โดยเพื่อนๆ อาจจะใช้วิธีตั้งน้ำเย็นสะอาดไว้ให้น้องหมากินหลายๆ จุด หรืออาจจะทำเมนูคลายร้อนง่ายๆ อย่าง Happy หวานเย็น จากคอลัมน์ ไอเดียน้องหมา ที่สามารถช่วยดับความร้อนแถมมีประโยชน์กับน้องหมาอีกด้วย


2. แช่น้ำในอ่างบัว

    กลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตาในหน้าร้อนไปซะแล้ว สำหรับภาพของน้องหมาที่ชอบหลบร้อนไปนอนแช่ตัวในน้ำ เช่น อ่างบัว อ่างปลา หรือ สระน้ำ โดยเฉพาะน้องหมาสายพันธุ์บางแก้ว โกลเดนรีทรีฟเวอร์  ฯลฯ ที่ชื่นชอบการเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ และเมื่อน้องหมายิ่งเจออากาศร้อนๆ แบบนี้ เข้าไป เพื่อนๆ ก็คงไม่ต้องไปตามหาที่ไหนไกลเลยค่ะ เพราะ น้องหมาคงลงไปนอนแช่น้ำในอ่างบัวเรียบร้อยชนิดที่ไม่ยอมขึ้นจากอ่างบัวกันเลยล่ะ ...

     การที่น้องหมาลงไปนอนแช่ตัวในอ่างบัวในช่วงหน้าร้อนเป็นพฤติกรรมการแสดงออกที่บ่งบอกว่า น้องหมาเค้ากำลังร้อนจึงต้องปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลงด้วยการลงไปนอนแช่น้ำ ที่ถือว่าเป็นการปรับตัวโดยธรรมชาติของน้องหมา 
ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรระวังและไม่ควรปล่อยให้น้องหมาแช่น้ำหรือนอนในน้ำนานๆ เพราะการที่น้องหมาแช่ตัวลงไปในน้ำเป็นเวลานานนั้น อาจจะทำให้น้องหมาเป็นโรคปอดบวม ปอดชื้น  เกิดอาการคัน ผื่นขึ้น และเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากความสกปรกของน้ำในอ่างบัวได้ เพราะในอ่างบัวมักจะมีดินโคลนสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก  เมื่อน้องหมาขึ้นจากน้ำดินโคลนเหล่านี้ก็จะติดอยู่ตามตัวน้องหมา และหากปล่อยให้น้องหมาตัวแห้งเอง เศษดินโคลนก็จะหมักหมมจนเกิดเป็นโรคผิวหนังในที่สุด

      ดังนั้น หากผู้เลี้ยงเห็นน้องหมาลงไปแช่ตัวในอ่างบัว ผู้เลี้ยงต้องรีบนำตัวน้องหมาออกมาและล้างตัวน้องหมาให้สะอาด พร้อมกับเช็ดตัวให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรคผิวหนังค่ะ หรือ ผู้เลี้ยงอาจจะแก้ปัญหาน้องหมาชอบหนีลงไปแช่น้ำในอ่างบัวโดยการเปลี่ยนจาก อ่างบัวมาเป็นการหากะลังมังใหญ่ๆ มาใส่น้ำสะอาดให้น้องหมาลงไปแช่ประมาณ 5-10 นาที และรีบนำน้องหมาขึ้นจากน้ำและเช็ดตัวให้แห้ง ซึ่งจะดีกว่าปล่อยให้น้องหมานอนแช่ในอ่างบัวที่มีน้ำสกปรก


3. อาบน้ำบ่อยๆ

     ในหน้าร้อนผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านอาจจะเลือกวิธีคลายร้อนให้น้องหมาโดยการจับน้องหมาอาบน้ำบ่อยๆ  เพราะเป็นห่วงว่าน้องหมาจะร้อนและไม่สบายตัวจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว  หรือเห็นน้องหมาตัวร้อนผิดปกติก็เลยหวังดีจับน้องหมามาอาบน้ำในทันที ... แต่เพื่อนๆ  รู้ไหมคะว่า  การที่ผู้เลี้ยงอาบน้ำให้น้องหมาบ่อยเกินไปนั้น จะทำลายไขมันที่ร่างกายน้องหมาผลิตออกมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน ส่งผลทำให้ผิวหนังและเส้นขนหยาบแห้ง ขาดความเงางาม ก่อให้เกิดอาการคันในน้องหมาบางตัว และอาจส่งผลให้น้องหมาเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งถ้าหากมีอาการรุนแรงผิวหนังก็จะสามารถติดเชื้อได้และยิ่งในหน้าร้อนแบบนี้ หากผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาขาดน้ำมันมาเคลือบ ก็อาจจะยิ่งทำให้ผิวหนังของน้องหมาบอบบางยิ่งขึ้นไปอีก

         ฉะนั้น  ผู้เลี้ยงจึงต้องระวังในเรื่องการอาบน้ำน้องหมาในหน้าร้อนเป็นพิเศษ โดยผู้เลี้ยงควรอาบน้ำให้น้องหมาเพียงเดือนละ 1 - 2 ครั้งโดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติ (ไม่ต้องใช้น้ำอุ่นเหมือนตอนหน้าหนาวเพราะร่างกายของน้องหมาในหน้าร้อนมี อุณหภูมิสูงอยู่แล้ว หากอาบน้ำอุ่นเข้าไปอีกอุณหภูมิร่างกายน้องหมาจะสูงขึ้น และอาจไม่สบายได้ค่ะ) และไม่ควรอาบน้ำให้น้องหมาหากพบว่าอุณหภูมิร่างกายน้องหมาสูงกว่าปกติ เช่น หลังวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อระบบการระบายความร้อนที่อาจมีปัญหาได้ แต่ ถ้าหากวันไหนน้องหมาเล่นซนจนเนื้อตัวสกปรก แนะนำว่าให้ผู้เลี้ยงทำความสะอาดเฉพาะจุดที่สกปรก โดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรืออาจจะใช้โฟมอาบแห้งที่มีคุณสมบัติในการช่วยกำจัดแบคทีเรียและยีสต์ที่ เป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แทนก็ได้

4. เปิดแอร์

      การเปิดแอร์เพื่อคลายร้อนให้น้องหมาถือว่าเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะการเปิดแอร์จะช่วยให้ทั้งผู้เลี้ยงและน้องหมาได้คลายร้อนไปพร้อมๆ กันค่ะ ซึ่งก่อนที่จะพาน้องหมาเข้าไปหลบความร้อนในห้องแอร์เย็นๆ ผู้เลี้ยงควรประเมินน้องหมาของตัวเองก่อนว่า น้องหมาของมีขนสั้นหรือขนยาว หากเป็นน้องหมาขนยาวอาจจะไม่มีปัญหากับการนอนในห้องแอร์สักเท่าไหร่ เพราะน้องหมาขนยาวมีขนเป็นเสื้อกันหนาวชั้นเยี่ยมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับน้องหมาขนสั้น อย่าง ชิวาวา มินิเจอร์ ปั๊ก ฯลฯ อาจจะมีปัญหาในการนอนห้องแอร์ ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรใส่เสื้อหนาๆ ให้น้องหมาก่อนพาเข้าห้องแอร์ด้วยค่ะ เพราะดีไม่ดีจากที่จะหลบโรคลมแดดจากอากาศร้อนๆ นอกบ้าน ก็อาจจะกลายมาเป็นโรคปอดบวมเพราะนอนหนาวในห้องแอร์แทนก็เป็นได้

        ทั้งนี้ การเปิดแอร์เพื่อคลายร้อนให้น้องหมานั้นมีข้อระวังที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ หากจะเปิดแอร์ให้น้องหมาอยู่ด้วยควรปรับอุณหภูมิความเย็นให้อยู่ที่ 23 - 25 องศาเซลเซียส หาผ้าหรือเบาะมาปูให้น้องหมาเพื่อไม่ให้น้องหมาสัมผัสพื้นปูน กระเบื้อง หรือหินอ่อนที่มีความเย็นโดยตรง และไม่ควรปรับเปลี่ยนอุณหูมิบ่อยๆ เพราะสุนัขอาจป่วยได้ค่ะ หรือหากผู้เลี้ยงบ้านไหนไม่สะดวกเปิดแอร์ให้น้องหมาก็สามารถจัดบ้านให้เย็นขึ้นได้กับวิธีง่ายๆ กับบทความ  จัดบ้านง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา ... ก็ได้นะ

5. พัดลม

     การเปิดพัดลมเพื่อคลายร้อนให้น้องหมาเป็นวิธีที่เบสิกสุดๆ ที่ผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านเลือกใช้ในหน้าร้อน ซึ่งการเปิดพัดลมนอกจากจะช่วยให้คลายความร้อนให้น้องหมาแล้ว ยังช่วยให้อากาศภายในบ้านไหลเวียน ทำให้บ้านเย็นขึ้น เรียกได้ว่าอยู่สบายทั้งคนทั้งน้องหมาเลยล่ะค่ะ ^^”  แต่การเปิดพัดลมคลายร้อนให้น้องหมาก็มีข้อควรระวังที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและ ไม่ควรมองข้ามอยู่เหมือนกันนะคะ  ...

     ซึ่งข้อควรระวังสำหรับการเปิดพัดลมคลายร้อนให้น้องหมาก็คือ 
ควรหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อมาที่ใบหน้าหรือตัวน้องหมาตรงๆ แต่ให้เปิดส่ายเพื่อให้พัดลมกระจายความร้อนที่อยู่ในห้องออกไป ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก  และสำหรับผู้เลี้ยงที่ใช้วิธีเปิดพัดลมไอน้ำเพื่อคลายร้อนให้น้องหมา ปังปอนด์ขอบอกเลยค่ะว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและไม่แนะนำ เพราะเปิดพัดลมไอน้ำให้น้องหมาอาจจะทำให้น้องหมามีน้ำมูก เป็นหวัด ปอดชื้น และเป็นปอดบวมได้  ทางที่ดีผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการคลายร้อนให้น้องหมาด้วยการเปิดพัดลมไอน้ำ แต่อาจจะเลือกใช้วิธีหาเจลเก็บความเย็นให้น้องหมา หรือวิธีอื่นๆ เพื่อช่วยคลายร้อนให้กับน้องหมาแทนค่ะ ซึ่งเพื่อนๆ อาจจะเลือกวิธีคลายร้อนให้น้องหมาตามบทความ 6 วิธีง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา  หรือจะจัดบ้านง่ายๆ เพื่อคลายร้อนให้น้องหมากับบทความ จัดบ้านง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา ... ก็ได้นะ



6. เที่ยวทะเล

        อากาศร้อนๆ แบบนี้ ผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านก็คงหากิจกรรมคลายร้อนทำร่วมกันกับน้องหมากันใช่ไหมคะบางคนอาจเลือกที่จะพาน้องหมาไปหลบร้อนเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ  หรือไม่ก็พาน้องหมาไปเที่ยวทะเลที่ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ฮิตมากๆ ในช่วงหน้าร้อน ... แล้วเพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า การพาน้องหมาไปเที่ยวทะเลสวยๆ แสนสบายเพื่อคลายร้อนนั้นก็มีข้อระวังที่ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องรู้เพื่อความ ปลอดภัยของน้องหมาเหมือนกันนะ

     สำหรับผู้เลี้ยงที่ตั้งใจจะพาน้องหมาไปเที่ยวทะเลในช่วงหน้าร้อน ควรระวังอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับน้องหมากันด้วยนะคะ 
โดยผู้เลี้ยงควรดูแลน้องหมาให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้น้องหมาวิ่งเล่นเพียงลำพังหรือวิ่งเล่นกลางแดดนานเกินไปเพราะ น้องหมาอาจเกิดอาการลมแดดได้ รวมถึงผู้เลี้ยงยังต้องคอยระวังอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บริเวณหาด ทราย  เช่น เศษขวดแก้ว กระป๋องอลูมิเนียม  เศษหอย ปะการัง หิน ฯลฯ  ที่อาจบาดเท้าน้องหมาได้ค่ะ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องระวังสัตว์มีพิษต่างๆ ที่อยู่ในทะเล เช่น แมงกะพรุน หอยคัน หอยเม่น ฯลฯ ด้วยนะคะ เพราะถ้าหากน้องหมาโดนพิษของสัตว์อันตรายเหล่านี้เข้าไปก็อาจจะทำให้เกิด อาการ คัน บวม เกิดการอักเสบ และอาจรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ


       ก่อนที่ผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาลงไปเล่นน้ำทะเล ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพให้กับน้องหมาเพื่อป้องกันการจมน้ำ  และ หลังจากน้องหมาลงเล่นน้ำทะเลจนหนำใจแล้ว ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมอาบน้ำล้างตัวน้องหมาเพื่อชำระล้างเอาน้ำทะเลออกไป เพื่อเป็นการป้องกันน้ำทะเลที่มีฤทธิ์เป็นกรดกัดผิวน้องหมา ที่จะทำให้น้องหมารู้สึกคัน และเกาจนผิวหนังเป็นแผลได้



Thursday, April 6, 2017

10 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก


1. Border Collie

เป็นสุนัขเลี้ยงแกะ ที่มีความสามารถมาก มีความสามารถขนาดไหน ถ้านึกไม่ออก ให้นึกถึง ภาพยนตร์เรื่อง Babe สุนัขที่สอนหมูให้ต้อนฝูงแกะไง... นั่นแหละบอร์เดอร์ คอลลี นอกจากนี้ บอร์เดอร์ คอลลี ยังถูกใช้เป็นสุนัขตามหา คนที่หลงทางในภูเขา และนำทางคนตาบอดอีกด้วย

ต้นกำเนิดของบอร์เดอร์ คอลลีมาจากสก็อตแลนด์ เช่นเดียวกับคอลลีพันธุ์อื่นๆ ความสามารถพิเศษของบอร์เดอร์ คอลลี คือ การทำงานได้อย่างเงียบเชียบ นุ่มนวล มันมักจะคืบคลาน หัวและหางเรี่ยอยู่ระดับพื้นดิน ใช้สายตาจ้องมองฝูงสัตว์ พร้อมจะกระโจนไล่ต้อนฝูงสัตว์ หากได้รับคำสั่งจากเจ้านาย จากลักษณะดังกล่าวนี้เอง จึงคาดกันว่า บอร์เดอร์ คอลลี น่าจะเกิดจากการผสม ข้ามพันธุ์ระหว่างคอลลี กับเซตเตอร์ หรือพอยเตอร์ หรือสเปเนี่ยน สุนัขพันธุ์นี้ถูกใช้เป็นสุนัขต้อนฝูงแกะมานาน โดยเฉพาะบริเวณชายแดนระหว่างอังกฤษ กับสก็อตแลนด์ จนเป็นที่มาของชื่อ บอร์เดอร์ คอลลี แต่มาตรฐาน ของสุนัขพันธุ์นี้ เพิ่งเป็นที่ยอมรับของสมาคมผู้ เลี้ยงสุนัข แห่งอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1976

2. Poodle
ในบรรดาพันธุ์สุนัขทั้งหลาย พันธุ์ poodle ที่ถูกเพาะมาอย่างดี ถือเป็นพันธุ์ที่เฉลียวฉลาด และมีความรับผิดชอบสูงที่สุด poodle ทั้ง 3 ชนิดเป็นสุนัขที่ร่าเริง ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ มีพลังงานเหลือล้น มีสเน่ห์ และต้องการเป็นที่พอใจของเจ้าของตลอดเวลาเมื่อเลี้ยงแล้ว เค้าจะมีความผูกพันธุ์สูงมากกับเจ้าของ เรียกได้ว่า รักถวายชีวิตทีเดียว ดังนั้น การเลี้ยงเค้าไม่ได้ตลอดไป หรือต้องให้เค้าไปอยู่กับผู้อื่นเมื่อเค้าโตขึ้น จะเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจเค้ามาก และอาจนำพา มาสู่พฤติกรรมที่ผิดปกติได้

เค้า จะชอบที่จะทำงานมีส่วนร่วมกับเจ้าของ และเข้ากันได้ดีกับสัตว์ชนิดอื่น Minature และ Toy Poodle จะเข้ากันกับคนแปลกหน้า และเด็กได้ดีกว่า Standard Poodle แต่อย่างไรก็ตาม ลักษณะของการกัดคนแปลกหน้ามักพบใน Minature และ Toy ได้มากกว่า

3.  German Shepherd
เยอรมัน เชพเพิร์ด หรือ ดอยต์เชอ เชฟเฟอร์ฮุนด์ หรืออีกชื่อที่นิยมเรียกกัน คือ อัลเซเซียน นั่นเอง สุนัขพันธุ์นี้ถือว่าเป็นสุนัขที่คน นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะมีความฉลาด สอนง่าย และกระตือรือร้นตลอดเวลา แต่เดิมคนใช้สุนัขพันธุ์นี้ไว้ต้อนแกะ แต่ปัจจุบันได้นำมาพัฒนาเพื่อใช้งานหลายด้าน เนื่องจากฉลาดในการรับรู้สิ่งต่างๆ เป็นสุนัขที่มีมีถิ่นกำเนิดในอยู่ในประเทศเยอรมัน เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1800

ลักษณะประจำพันธุ์ สุนัขพันธุ์นี้มีลำตัวค่อนข้างยาว มีช่วงปากที่ยาวเกินครึ่งของความยาวใบหน้า ลักษณะหูตั้ง ปลายหูเรียวเล็ก บริเวณใบหน้า ลงมาถึงจมูก จะมีสีขนที่เข้ม ขาหลังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ลักษณะหางจะตกและมีขนหนา

4.  Golden Retriever
โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ,รีทรีฟเวอร์ขนสีเหลือง หรือ รัสเซียน รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขที่ตื่นตัว และตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่เดิมใช้งานเพื่อหานกที่ถูกยิงตกนำมาให้เจ้าของ เนื่องจากมีสีขนสวยงามจึงทำให้ได้รับความนิยมมาก สุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ว่ากันว่าพัฒนามาจากสุนัขในคณะละครสัตว์ของชาวรัสเซีย กำเนิดราว ค.ศ. 1800 แต่เดิมมีชื่อว่า สุนัขพันธุ์ขนเรียบทอง จนในปี ค.ศ. 1900 ได้ถูกตั้งชื่อให้ว่า โกลเดนรีทรีฟเวอร์

ลักษณะประจำพันธุ์ สุนัขพันธุ์นี้จะมีลักษณะหัวกว้างและมีช่วงปากที่แข็งแรง ตาสีน้ำตาล หูค่อนข้างใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม ปรกลงมาด้านข้าง มีขน2แบบคือ เรียบกับเป็นลอน ขาหน้าตรงแข็งแรง เท้ากลมคล้ายเท้าแมว ลักษณะหางชี้ตรงระดับเดียวกับหลัง ขนบริเวณหางจะยาวและหนา

5.  Doberman Pinscher
นี่คือสายพันธุ์ที่มีจุดกำเนิดเมื่อไม่นานมานี้ เขาถูกพัฒนาใน ค.ศ.1860 พอสันนิษฐานได้ว่าเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่า German Pinschers กับ Rottweilers, Beauceron Pinschers} Greyhounds และ English Greyhound เพื่อสร้าง Doberman Pinscher ที่ผอมและมีสติปัญญาสูง ผู้ให้กำเนิดของการผสมข้ามพันธุ์คือคนเก็บภาษีชาวเยอรมันชื่อ Louis Doberman ซึ่งได้เดินทางผ่านพื้นที่ที่มีโจรรังควาญบ่อยๆเลยตัดสินใจที่จะสร้างสุนัข เฝ้าบ้านและสุนัขอารักขาซึ่งสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ซึ่งอาจเกิดขึ้น มีการอ้างอิงชื่อผู้ให้กำเนิดของเขา Doberman ได้รับการนำเสนอครั้งแรกที่สนามโชว์สุนัขใน ค.ศ.1876 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ทันที

6.  Shetland Sheepdog
อาจจะสืบเชื้อสายมากจาก Rough Collies ซึ่งถูกนำไปที่เกาะ Scottish Island ของ Shetland และผสมข้ามสายพันธุ์กับ Icelandie Yakkin สุนัขเกาะตัวเล็ก (ปัจจุบันไม่ได้รับการยอมรับต่อไป) โดยนำไปบนเรือของชาวประมง ใน ค.ศ.1700 สายพันธุ์ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์ เป็นเวลาร่วมศตวรรษที่สุนัขเล็กเหล่านี้ถูกให้ต้อนแกะและอารักขาฝูงแกะของ Shetland เกาะที่มีพายุแยกออกไปจากชายฝั่งทะเลที่ซึ่งสัตว์จำนวนมากมายค่อนข้างเล็ก น้อยด้านความสูง ความประณีตของการผสมได้มักเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ในศตวรรษที่ 20 ภายหลัง Shetland ถูกส่งออกไป Scotland ซึ่งเป็นแผ่นดินใหญ่ของประเทศอังกฤษและประเทศไกลโพ้น Sheltie ตัวเล็กเหล่านี้ เป็นสุนัขอ่อนโยนมากเมื่อต้อนปศุสัตว์ตัวเล็ก เป็นหนึ่งของสายพันธุ์ที่แข่งขันการเชื่อฟังได้ยอดเยี่ยม Sheltie เป็นสุนัขทำงานที่สง่างามและตั้งใจ พวกเขาได้รับการยอมรับครั้งแรกในประเทศอังกฤษใน ค.ศ.1909 และจดทะเบียนครั้งแรกในอเมริกาใน ค.ศ.1911 เพราะนิสัยที่ใจดี ทุกวันนี้กลายเป็นหนึ่งของสุนัขที่เป็นเพื่อนซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด ความสามารถพิเศษของ Sheltie ได้แก่ การตามรอย ต้อนสัตว์ เฝ้าบ้าน อารักขา ฉลาดเฉลียว แข่งขันการเชื่อฟังและเล่นกล

7. Labrador Retriever
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ นิสัยเป็นมิตร ฉลาด และตอบสนองคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว เป็นสุนัขที่มีหางต่างจาก สุนัขพันธุ์รีทรีฟเวอร์ทั่วไป คือ มีโคนหางใหญ่หนาและเรียวไล่ลงจนถึงปลายหางโดยไม่มีพู่หาง แต่เดิมใช้เพื่อช่วยงานชาวประมงลากอวนเข้าฝั่ง ต่อมาได้ถูกพัฒนาความสามารถให้เป็นสุนัขนำทางคนตาบอด และตรวจค้นยาเสพติด,วัตถุระเบิด สุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในนิวฟาวนด์แลนด์ ประเทศแคนาดา กำเนิดในราว ค.ศ. 1800

สุนัขพันธุ์นี้จะรูปร่างเหมือนกับสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สีขนจะเป็นสีเดียวกับทั่วทั้งลำตัว มีทั้งสีดำ ขาว น้ำตาลอ่อน และน้ำตาลเข้ม ลักษณะขนสั้นเป็นสองชั้น ส่วนหัวกว้าง ขอบบนของเบ้าตาเป็นสันนูนขึ้นเล็กน้อย มีช่วงไหล่ที่กว้าง

8.  Papillon
คำว่า PAPILLON อ่านว่า ปา-ปิ-ยอง เป็นคำ ในภาษาฝรั่งเศสหมายถึงผีเสื้อ สุนัขพันธุ์นี้ เป็นสุนัข SPANIEL ที่มีขนาดเล็กกว่า SPANIEL ขนาดธรรมดามาก นิยมเลี้ยง กันอย่างแพร่หลาย ในคริสตศตวรรษที่ 16 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่สตรีผู้สูงศักดิ์ เช่น MADAME POMPADOUR และ MARIE ANTOINETTE ในสมัยนั้น มีการค้าขายสุนัขพันธุ์ นี้กันอย่างกว้างขวางโดยมี SPAIN เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด ส่วนหูของ PAPILLON มีลักษณะ คล้ายผีเสื้อ

ลักษณะนิสัย เป็นสายพันธุ์ที่ฉลาดอย่างน่าทึ่ง แข็งแรง กล้าหาญกว่าที่คิด รักเจ้าของ และพร้อมจะปกป้องเจ้าของ จากผู้บุกรุก ชนิดยอมตายถวายชีวิตเลย ขี้เล่นและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งรอบข้าง เป็นมิตร สง่างาม ลักษณะการเดินหรือท่าทางน่ารัก

9. Rottweiler
สุนัขพันธุ์นี้ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่ามีถิ่น กำเนิดอยู่ที่ใดเป็นสุนัขที่มีประวัติเก่าแก่ พันธุ์หนึ่งในสมัยโรมัน เมื่อชาวโรมันยกทัพไปรุกรานชาติอื่น มักจะเดินทางรอนแรมนับเดือน และจะต้องเตรียมสเบียงอาหารไปด้วย โดยการพาฝูงสัตว์ติดไปด้วย ในสมัยนั้น ชาวโรมันนิยมใช้สุนัขพันธุ์ ROTTWEILER ช่วยต้อนฝูงสัตว์ และเป็นสุนัขเฝ้ายามใน เวลากลางคืน ชื่อ ROTTWEILER ได้มาจากชื่อเมือง ROTTWELL ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าสัตว์ในสมัยศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันนิยม นำสุนัขพันธุ์นี้มาใช้ในกิจกรรมของกรมตำรวจ ทหาร ตลอดจนเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านด้วย..

10.  Australian Cattle
ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก หรือ ออสเตรเลียน ควีนแลนด์ เป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่า อายุยืนที่สุดในโลก ( มากที่สุด 29 ปี ) และเป็นสุนัขที่มีความกล้าหาญ มุ่งมั่น แต่เดิมใช้ต้อนฝูงโค สามารถคุมฝูงโคได้ดี โดยไม่ต้องส่งเสียงเห่าหรือวิ่งพล่านรอบตัวโค

เป็น สุนัขที่มีสายพันธุ์เกี่ยวเนื่องกับ สุนัขดิงโก มีถิ่นกำเนิดในอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1800

ลักษณะ ประจำพันธุ์สุนัขพันธุ์นี้ จะมีใบหูใหญ่ทรงสามเหลี่ยมตั้งขึ้น ช่วงลำคอหนา ตลอดทั้งลำตัว โดยเฉพาะส่วนหัว จะมีขนสีขาวๆขึ้นแซมประปราย หางยาวไม่ถึงข้อขา ลักษณะหางจะตกโค้งเล็กน้อย

แหล่งที่มา  http://board.postjung.com

เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/786230047438589907/


Sunday, April 2, 2017

10 ไม้เด็ดปรับพฤติกรรมน้องหมาชอบทำลายสวนให้หมดไป !




          มาบอกลาปัญหาน้องหมาที่ชอบเข้าไปเล่นซนในสวนจนต้นไม้เสียหาย ด้วยวิธีเด็ด ๆ ที่เจ้า 4 สี่ขาหน้าใสต้องจดจำไปตลอดว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรทำ

           อย่าปล่อยให้ความฝันที่อยากจะมีสวนสวย ๆ ไว้ในบ้านต้องพังทลายไป เพราะฝีมือน้องหมาสี่ขาตาแป๋วที่ยืนสำนึกผิดหลังไปตะลุยขุดคุ้ยสวนจนเสียหายไม่เป็นท่าเด็ดขาด ดังนั้นกระปุกดอทคอมจึงนำเอาไม้เด็ดทั้ง 10 วิธีที่จะทำให้น้องหมาได้เรียนรู้ว่าสวนเขามีไว้ให้ผ่อนคลายไม่ได้มีไว้ให้ทำลายนะตูบ ไม่ว่าจะคนที่เลี้ยงน้องหมาหรือคนที่ไม่ได้เลี้ยงก็น่าจะดูไว้เพื่อนำไปใช้ป้องกันก่อนที่คุณจะไม่มีสวนไว้ให้เชยชมอีกต่อไป

1. สืบหาสาเหตุให้รู้ชัด

           พฤติกรรมการขุดคุ้ยดินอาจดูเป็นเรื่องที่น่าสงสัยสำหรับมนุษย์ แต่มันกลับกลายเรื่องปกติของน้องหมาเวลาที่ต้องการหลีกหนีจากความร้อน รู้สึกเบื่อ หรือหาอะไรบางอย่างที่อยู่ในดินซึ่งเราจะสังเกตได้จากการขุดคุ้ยอย่างไม่หยุดยั้งนั่นเอง และสายพันธุ์ที่ถือว่าเป็นจอมขุดตัวยงก็คงจะหนีไม่พ้น ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เห็นพื้นดินเมื่อไรงานขุดต้องมาทันที

2. โรยเปลือกถั่วคลุมหน้าดินใต้ต้นไม้ซ่อนพื้นดิน

           ถ้าน้องหมาชอบขุดดินไม่เลือกขนาดหนัก เราก็ต้องป้องกันหน้าดินใต้ต้นไม้โดยการโรยเปลือกพืชที่มีลักษณะแข็งอย่างเช่น เปลือกถั่วชนิดต่าง ๆ คลุมทับให้มิดไปเลย เพื่อปิดบังพื้นที่จุดสำคัญไม่ให้น้องหมาเข้าไปยุ่ง

3. กั้นรั้วให้รู้ว่าไม่ควรเข้าไปซุกซนในสวน

           เรียกได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาในขั้นต้นที่คนรักเจ้าตูบที่ไหนก็ทำได้ แค่มองหารั้วเตี้ย ๆ ในแบบที่เราชอบมากั้นขอบเขตอาณาบริเวณของสวนดอกไม้ให้รอบ เพื่อสร้างสิ่งกีดขวางที่น้องหมาสามารถเห็นได้ชัดเจน พร้อมทั้งจดจำและเรียนรู้ว่าสวนของเราเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรเข้าไปขุดคุ้ย

4. ทำที่ให้น้องมาขุดดินเล่นเป็นที่ประจำ

           หากคุณไม่กล้าพอที่จะงัดไม้เด็ดมาใช้กับน้องหมาสุดที่รัก เราขอแนะนำว่าควรจะจัดหาพื้นที่เพื่อการขุดดินให้เขาไปเลย จะกั้นพื้นที่ไว้ข้าง ๆ หรือมองหาทำเลที่ห่างจากแปลงดอกไม้ก็ได้เช่นกัน

5. เป่าลูกโป่งแล้วซ่อนกลบฝังดิน
          
           วิธีนี้อาจจะดูใจร้ายไปหน่อยสำหรับน้องหมาขาตกใจ ให้ลองสังเกตดูดี ๆ ว่าพื้นดินตรงส่วนไหนที่น้องหมาของคุณชอบไปขุดคุ้ยมากที่สุด พอเขาเผลอก็ให้รีบเป่าลูกโป่งใบขนาดพอเหมาะไปฝังกลบในดินตรงบริเวณนั้น เมื่อน้องหมากลับมาขุดอีกรอบเขาก็จะเจอเซอร์ไพรส์ที่ทำให้สตั๊นไปชั่วขณะพร้อมกับเข้าใจเองเลยว่าไม่ควรขุดดินอีกนะตัวเอง

6. โรยผงเครื่องเทศเผ็ดร้อนรอบ ๆ สวนที่คุณรัก

           ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาสายพันธุ์ไหนต่างไม่ชอบใจกับกลิ่นฉุนของเครื่องเทศรสเผ็ดร้อนทั้งนั้น และถ้าคุณไม่ได้มีอาการภูมิแพ้แนะนำให้โรยพริกป่นบาง ๆ รอบแปลงดอกไม้ เพื่อสร้างเกราะกลิ่นป้องกันให้เขารู้ว่าไม่ควรเข้าใกล้โดยเด็ดขาด

7. ปลูกดอกกุหลาบให้น้องหมากลัวหนาม

           ในแปลงดอกไม้อาจจะมีอะไรดีสักอย่างที่ทำให้น้องหมาชอบไปขุดเล่นก็เป็นได้ ฉะนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนความคิดเขาใหม่ว่าในแปลงดอกไม้สวย ๆ ก็มีเรื่องน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ แค่ทำใจแข็งสักหน่อยแล้วเปลี่ยนมาปลูกดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมเอาไว้แทน เท่านี้แปลงดอกไม้ก็จะไม่ใช่สถานที่โปรดของน้องหมาอีกต่อไป

8. วางกลิ่นแอมโมเนียสร้างรั้วกลิ่นฉุนที่มองไม่เห็น

           อีกหนึ่งกลิ่นที่โหดร้ายสำหรับน้องหมาไม่แพ้เครื่องเทศนั่นก็คือ แอมโมเนีย ให้เทแอมโมเนียลงไปบนถุงกรองกาแฟแล้วนำไปตั้งไว้ตามจุดบริเวณรอบแปลง เหมือนกับการสร้างรั้วกลิ่นที่มองไม่เห็นให้น้องหมาไม่กล้าเข้าใกล้

9. คอยกำกับดูแลน้องหมาให้วิ่งเล่นอย่างเป็นระเบียบ

           อย่าปล่อยให้น้องหมาออกไปวิ่งเล่นตามลำพังเด็ดขาด หากคุณไม่ต้องการใช้วิธีป้องกันที่เราแนะนำไปทั้งหมด ดังนั้นควรจะตั้งเวลาพาเขาออกไปวิ่งเล่นในสวน โดยที่เราต้องคอยกำกับอยู่ตลอดเวลา เมื่อไรที่เห็นท่าไม่ดีว่าน้องหมากำลังจะขุดดินให้รีบส่งสัญญาณทันทีว่าห้ามขุดเด็ดขาด

10. เบี่ยงความสนใจพาน้องหมาไปเดินเล่นแทน

           ถ้าคุณลองใช้ไม้เด็ดทั้งหมดที่ว่ามาแล้วยังไม่ได้ผล เห็นทีคงต้องพึ่งวิธีทางจิตวิทยาของ Cesar Millan Jedi ครูฝึกสุนัขฝีมือเยี่ยมที่แนะนำว่าให้พาน้องหมาของคุณเดินเล่นสัก 2 รอบ เพื่อให้เขาหมดแรงและเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เขาหันกลับไปขุดดินอีก

          ใครที่กำลังประสบกับปัญหานี้อยู่ก็อย่าลืมนำเอาวิธีเด็ด ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปลองทำตามกันดูนะคะ ก่อนที่แปลงดอกไม้สวย ๆ ของคุณจะกลายสภาพเป็นกองขยะดอกไม้ไปซะงั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sheknows , hesellstheseshells  และ potholesandpantyhose
https://home.kapook.com/view127105.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/bordines/friends-in-the-garden/