Wednesday, May 20, 2015

วิธีกำจัดเห็บหมัดบุกบ้าน ปัญหาโลกแตกของคนเลี้ยงสัตว์ !




        วิธีกำจัดเห็บหมัด ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง ซึ่งยั้วเยี้ยไปทั่วบ้าน ลองมาดูเคล็ดลับรับมือกับปัญหานี้กันเถอะ

        บ้านคือวิมานของเรา แต่สัตว์เลี้ยงใจดีดันเชิญเพื่อนร้ายตัวจิ๋วอย่างเห็บหมัดเข้ามาอาศัยอยู่ ด้วย ไม่ได้การแล้ว ! เห็นทีต้องรีบกำจัดพวกมันออกไปโดยด่วน เพราะเห็บหมัดเป็นอันตรายทั้งต่อคนและต่อสัตว์ แถมยังแพร่พันธุ์ได้เร็วมาก ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอเสนอวิธีปราบเห็บหมัดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ให้เพื่อน ๆ เป็นไอเดียไปใช้เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตในบ้าน ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย

กำจัดเห็บหมัดที่เข้ามาป่วนในบ้าน

          ** ข้าวของระเกะระกะเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีของเจ้าเห็บหมัดตัวแสบ ดังนั้นหากอยากกำจัดเห็บหมัดที่เข้ามาป่วนในบ้าน ก็ต้องเคลียร์บ้านรกให้เนี้ยบ ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

        
** อย่าทิ้งเสื้อผ้ายังไม่ซักกองเรี่ยราดที่พื้น เพราะเห็บหมัดตัวแสบอาจเข้าไปซ่อนตัวอาศัยอยู่ได้

        
** ถ้าสงสัยว่าเห็บหมัดอาจซ่อนอยู่ในกองผ้าที่ยังไม่ซัก ให้โยนเสื้อผ้าเข้าเครื่อง แล้วซักด้วยระบบน้ำร้อนไปเลย

        
** ทำความสะอาดบ้านทั้งหลังตั้งแต่บนลงล่าง เช็ดตามตู้ โต๊ะ ใต้เตียง และใช้เครื่องดูดฝุ่นเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการดูดเจ้าเห็บหมัดให้เข้าไปอยู่ในถุงเก็บฝุ่น อย่าลืมนำไปทิ้งทันทีที่ดูดฝุ่นเสร็จด้วยล่ะ

        
** เมื่อกำจัดเห็บหมัดตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว ให้โรยหรือพ่นผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดให้ทั่วบ้าน โดยเน้นบริเวณที่นอนของสัตว์เลี้ยง และอย่าลืมบริเวณใต้โต๊ะ ใต้เตียง พรม และผ้าม่านด้วย

เนรเทศเห็บหมัดที่สร้างอาณาจักรนอกบ้าน

          ** เห็บหมัดกวนใจที่สร้างอาณาจักรอยู่นอกบ้าน ในไม่ช้าก็จะเดินทัพกันเข้ามาในบ้านแน่นอน ดังนั้นต้องใช้วิธีกำจัดพวกมันอย่างเฉียบขาด !

        
** เริ่มสำรวจพื้นที่ โดยจำไว้ว่าเห็บหมัดชอบอาศัยอยู่ในที่ชื้น ดังนั้นจับตามองบริเวณเหล่านั้นให้ดี

         **
ตัดหญ้าที่ขึ้นสูง และเล็มต้นไม้ออกบ่อย ๆ โดยพยายามให้แดดส่องถึงทั่วพื้นที่ เพราะเห็บหมัดกลัวแสงแดดเป็นที่สุด

        
** หมั่นเก็บกวาดซากพืชและใบไม้ที่แห้งหรือตายแล้วไปทิ้ง เพราะหลังจากไม่มีหญ้าขึ้นสูงให้อาศัย เห็บหมัดอาจเลือกย้ายไปหลบแดดในนั้นแทน

        
** ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในบริเวณที่เห็บหมัดอาจอาศัยอยู่ โดยให้ทำในตอนมีแดดจะได้ผลเร็วขึ้น
  
เคล็ดลับป้องกันเห็บหมัดจอมแสบ

        ** หลังจากกำจัดเห็บหมัดทั้งในบ้านและนอกบ้านไปแล้ว ก็ถึงเวลาต้องมาป้องกันไม่ให้พวกมันกลับมาอีก ด้วยวิธีการดังนี้

         **
ปิดประตูรั้วบ้านเสมอ เพื่อไม่ให้สัตว์นอกบ้านเข้ามาแพร่เห็บหมัดได้

        
** พยายามอย่าให้มีบริเวณที่อับชื้น เพราะเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีของเห็บหมัดเลย

        
** หมั่นตรวจตราร่างกายทั้งคนและสัตว์อยู่เสมอ ว่ามีเห็บหมัดมาหลบซ่อนตัวอยู่หรือไม่ โดยเน้นบริเวณแนวผม ข้อพับ ใต้รักแร้ และหากเจอให้ใช้แหนบดึงออก แต่พยายามอย่าบีบจนตัวเห็บหมัดแตก เพราะอาจจะแพร่เชื้อโรคจากเลือดมาสู่คนและสัตว์เลี้ยงได้

        
** ทำผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดใช้เอง โดยต้มน้ำปริมาณ 2 ถ้วย กับมะนาวหรือส้ม 2 ชิ้น นานประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นนำใส่ขวดสเปรย์เพื่อใช้ฉีดพ่นทั้งคน สัตว์เลี้ยง และบริเวณที่คาดว่าน่าจะมีเห็บหมัด

          เมื่อกำจัดเห็บหมัดตามวิธีที่แนะนำกันแล้ว อย่าลืมพาสัตว์เลี้ยงไปหาสัตวแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อกำจัดเห็บหมัดให้หมดไป รวมถึงหาทางป้องกันไม่ให้กลับมาใหม่ และอย่าลืมตรวจตราร่างกายทุกครั้งที่ออกไปเดินป่า เพราะคุณก็อาจพาวายร้ายตัวจิ๋วนี้กลับมาได้เช่นกัน เพียงเท่านี้บ้านก็จะปลอดภัยไร้เห็บหมัดแล้วจ้า


แหล่งที่มา  http://home.kapook.com/view119139.html

Monday, May 18, 2015

เตรียมตัวน้องหมา เมื่อหน้าหนาวมาเยือน

                                                 


           สำหรับเจ้าตูบแล้ว เราต้องเตรียมตัวอย่างไรให้เขาได้บ้าง เรามาดูกัน....

           น้องหมาที่มีขนยาว หากไม่ต้องการให้น้องหมาต้องเจอกับปัญหาขนยาวเกินไป ซึ่งทำให้สกปรกดูแลยาก และต้องการให้น้องหมามีขนที่ไม่ยาวเกินไป แต่มีความยาวที่พอเหมาะสำหรับปกคลุมตัวเพื่อปั้องกันความหนาวช่วงหน้าหนาว ได้ ควรนำน้องหมาไปรับการตัดขนก่อนเข้าหน้าหนาวสัก 2-3 สัปดาห์ ขนของน้องหมาก็จะยาวพอดี ทำให้ช่วยลดปัญหาช่วงหน้าฝนที่ขนยาวดูแลยาก และลดปัญหาขนที่สั้นเกินไปในหน้าหนาว

           หากต้องการใส่เสื้อให้เจ้าตูบ ควรระวังเรื่องขนพันกันได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องหวีและสางขนเป็นประจำทุกเช้า-เย็น เพื่อป้องกันการเกิดขนสังกะตังได้


           ส่วนเจ้าตูบขนสั้น อาจต้องหาเสื้อกันหนาวขนาดพอดีตัวมาสวมใส่ให้เค้า อาจเลือกเสื้อที่มีเนื้อผ้าหนาขึ้น เพื่อช่วยให้ความอบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณช่วงอกและช่วงท้อง

           นอกจากการดูแลขนโดยทั่วไปแล้ว การดูแลเรื่องเห็บหมัดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ควรมีการป้องกันอย่างต่อเนื่องทุก ๆ เดือน โดยการใช้ยาหยอดหลัง หรือใช้สเปรย์พ่นเพื่อกำจัดเห็บหมัด เพราะปัญหาเรื่องเห็บหมัดในประเทศไทยสามารถระบาดได้ทุกฤดู เห็บหมัดเป็นตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังมากมายในสุนัขทุกเพศ ทุกพันธุ์ และทุกวัย นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นตัวนำโรคพยาธิเม็ดเลือด ที่สำคัญมากเลยทีเดียว การป้องกันจึงเป็นทางที่ดีที่สุดเพื่อน้องหมาที่คุณรัก
 
           สำหรับการดูแลผิวหนังและขนในช่วงที่ต้องเปลี่ยนจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาวนั้น ช่วงนี้อาจพบปัญหาของผิวหนังได้บ่อย เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากอากาที่เย็นลง ทำให้ความถี่ของการอาบน้ำให้น้องหมาลดลง น้องหมาบางตัวอาบน้ำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนบางตัวถึงกับอาบน้ำเดือนละครั้งเลยก็มี ดังนั้นเมื่อเกิดการหมักหมม บนผิวหนังก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ลักษณะของอาการจะมีตุ่มแดง หรือตุ่มหนองขึ้นบนผิวหนัง

           นอกจากนั้น อาจพบลักษณะเป็นรังแคที่เกาะอยู่บนผิวหนังได้ น้องหมาจะแสดงอาการคันตามตัว กรณีนี้สามารถรักษาให้หายได้โดยใช้แชมพูยาอาบให้ หรือในกรณีที่เป็นไม่มากนักอาจไม่จำเป็นต้องทานยาก็ได้
 
ทำอย่างไรไม่ให้น้องหมาต้องเป็นโรคผิวหนัง

           ในช่วงหน้าหนาว ควรพยายามไม่ให้ขนของน้องหมาเลอะเปรอะเปื้อนง่าย เพื่อเป็นการลดโอกาสการติดเชื้อและลดการหมักหมมบนบนผิวหนัง ในกรณีที่น้องหมามีขนยาว ควรจะหวีขนให้บ่อย ๆ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาขนพันกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใส่เสื้อให้น้องหมาเป็นประจำซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ขนพัน กันง่ายกว่าปกติ หรือหากจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำให้ ควรอาบด้วยน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ เพื่อลดโอกาสการเป็นหวัด แล้วจึงเป่าตัวให้แห้ง

           หากกลัวว่าขนหรือผิวจะแห้งเกินไปให้ชโลมขนด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ในกรณีที่น้องหมามีปัญหารการแพ้แชมพูหรือโลชั่นก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้ ทั้งนี้ โอกาสที่น้องหมาเกิดอาการผิวแห้งหลังจากการอาบน้ำ เมื่อเปรียบเทียบกับน้องหมาที่อยู่ต่างประเทศก็มีน้อยมาก ๆ เนื่องจากสภาพอากาศบ้านเราไม่ค่อยหนาวมาก
 
           ลูกสุนัขอาจมีความทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยได้น้อยกว่าสุนัขที่โต แล้ว ดังนั้น จึงควรระวังเรื่องสุขภาพของลูกสุนัขให้มากเป็นพิเศษ หาก เลี้ยงเจ้าตูบไว้นอกบ้าน หรือเลี้ยงในกรงนอกบ้านควรหาที่กำบังลมให้กับเจ้าตูบ เนื่องจากบางวันอาจมีลมโกรกหรือฝนตก ซึ่งทำให้เจ้าตูบเจ็บป่วยได้ และควรเตรียมอาหารและน้ำสะอาดให้เพียงพออยู่เสมอ เพื่อให้เจ้าตูบได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอในการดำรงชีวิตประจำ วัน

           และในช่วงหน้าหนาวที่จะมาถึงนี้ หวังว่าเจ้าตูบของคุณ ๆ คงจะได้รับการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนย่างเข้าสู่หน้าหนาวกัน
  
แหล่งที่มา  โลกสัตว์เลี้ยง, http://pet.kapook.com/view18902.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/705517097851236784/




Saturday, May 16, 2015

วิธีช่วยหมาที่โดนยาเบื่อ




ยาเบื่อส่วนมากจะเป็นพวกยาฆ่าหญ้า ซึ่งบริษัทที่ผลิตจะเติมสารทำให้อาเจียนเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันคนเอาไปทำยาพิษ
 
ซึ่งเมื่อคนหรือสุนัขกินเข้าไป อาการแรกคือ อาเจียนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะช่วยเอาสารพิษออกให้เบื้องต้น

หมาที่โดนยาเบื่อ จะมีอาการหลักๆ คือ 

อาเจียน น้ำลายฟูมปาก ตาลอย ไม่มีแรง ชัก

ถ้าคนโดน จะมีอาการ อ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ม่านตาหรี่ และกล้ามเนื้อชักกระตุก จากนั้นอาจเกิดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง เกิดอาการชัก และหมดสติ


วิธีช่วย

ดีที่สุดคือ เก็บขวดยาเบื่อ(ถ้ามี) แล้วนำสุนัขส่งสัตว์แพทย์ ไปล้างท้องให้เร็วที่สุด สุนัขที่โดนวางยา จะรอดหรือไม่รอด เวลาสำคัญที่สุด ถ้าเรารักษาได้เร็ว ก่อนที่สารพิษจะดูดซึมเข้าร่างกายไปมาก มันก็มีโอกาสรอดสูงครับ

ซึ่งเวลาระหว่าง ที่เราจะเตรียมรถ หรือระหว่างทาง เราควรช่วยมันก่อน โดย...

ขั้นที่ 1 ทำให้สุนัขอาเจียน

กรอก น้ำเกลือ (เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1 แก้ว) 

หรือ Baking Soda (ผงฟู)

เมื่อสุนัขอาเจียนออกมาจะทำให้สารพิษที่ตกค้างอยู่ออกมาพร้อมกันด้วย

ระวัง! ถ้าสุนัขกิน  กรดหรือกินด่างที่มีฤทธิ์รุนแรง (ไม่ใช่ยาฆ่าหญ้าธรรมดา) ห้ามทำให้อาเจียน
 
วิธีการตรวจเราต้องสวมถุงมือ แล้วอ้าปากของเค้า เพื่อดูผนังช่องปาก ดูลิ้น ถ้าไม่มีแผลหรือไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แสดงว่าไม่ใช่


ขั้นที่ 2 ลดการดูดซึมสารพิษ (มีหลายวิธีเลือกที่สะดวก)

ไข่ขาวดิบ กรอกใส่ปาก

ยาถ่านเม็ดแก้ท้องเสีย (ตามร้ายขายยามีขาย เม็ดละบาท) ใส่ไปเลยเยอะๆ 20-30 เม็ด(ไม่อันตราย) จะบดผสมน้ำ หรือให้มันกลืนทั้งเม็ดก็ได้
 
ถ้าไม่มีหรือหาซื้อไม่ได้ ให้ใช้ถ่านไม้ (ที่เราใช้หุงข้าว) บดให้เป็นผงละเอียด ผสมน้ำ กรอกให้สุนัขกิน ซึ่งมันก็ตัวเดียวกัน แต่ยาถ่านเม็ดเขาจะทำมาอย่างดี ละเอียด ไม่มีสารปนเปื้อน
 
ไข่ขาวและผงถ่านมีคุณสมบัติดูดซึมและจับสารพิษให้กลายเป็นโมเลกุลใหญ่ ทำให้สารพิษไม่สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้
 
(ถ้าคนกินสารพิษ แพทย์ก็ใช้ผงถ่านรักษาเหมือนกัน)

นมสด มีส่วนประกอบเป็นไขมัน ช่วยซับสารพิษได้ดีเช่นกัน

แอนตาซิล(ถ้ามี) ยาคน ตามร้านขายยานี่แหละครับ เอาผสมกับยาถ่ายก็ได้  แอนตาซิล มีฤทธิ์เคลือบกระเพาะ หยุดการดูดซึมสารพิษ


ระหว่างการช่วยเหลือ สุนัขอาจกำลังชัก ซึ่งจะลำบากสักหน่อย พยายามหยอดยา ปิดปาก แล้วลูบคอให้มันกลืน 

สุนัขส่วนใหญ่ ที่โดนยา หรือสารเคมี มา จะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ดังนั้นการป้อนสิ่งใดลงไปต้องระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ สิ่งที่เราป้อน ไหลลง ไปสู่หลอดลม และเข้าสู่ปอดอันจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

รีบส่งสัตว์แพทย์ให้เร็วที่สุด


เขียนโดย  Lightsaber
แหล่งที่มา  http://www.gun.in.th/2010/index.php?topic=65311.0