Sunday, November 20, 2016

ความรักของหมา



เราเลี้ยงหมามาหลายปี ด้วยความรัก พอเลี้ยงแล้วก็ผูกพัน  เราได้เห็น ความรักของหมา  ที่มีต่อ เจ้าของหรือคนที่มันรัก”  ตามแบบหมาๆ รู้สึกประทับใจมาก.....ลองรวบรวมมาได้เท่าที่พอจะนึกออกค่ะ  มาดูกันว่าความรักในแบบหมาๆ เป็นยังไงบ้าง
   
ความรักของหมา.......หมาเรียกร้องความรักจากคนที่มันรัก  ด้วยการ ให้ ความรักความซื่อสัตย์ด้วยหัวใจบริสุทธิ์
   
ความรักของหมา.......หมาไม่แคร์ว่า คนที่มันรักจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร หมาก็รัก
  
ความรักของหมา.......หมามีแววตาแบบเดียว มองคนที่มันรัก คือแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  
ความรักของหมา.......หมาไม่เคยโกรธ คนที่มันรัก แม้บางครั้ง มันจะโดนดุ โดนตี  มันก็ยังรักและซื่อสัตย์เสมอ
   
ความรักของหมา.......หมารู้จักยอมให้กับคนที่มันรักทุกครั้ง  ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ก็ตาม (เรียกมาตีมันก็ยอม)
ความรักของหมา.......หมาดีใจทุกครั้ง เมื่อคนที่มันรักกลับบ้าน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน หรือหายไปกี่วัน
ความรักของหมา.......หมามีความสุขทุกครั้ง  เมื่อคนที่มันรักเรียกแค่ชื่อของมัน แม้ไม่มีรางวัลให้ก็ตาม
  
ความรักของหมา.......หมารู้จักสำนึกในบุญคุณ และเห็นคุณค่าของข้าวแดง แกงร้อน ที่เลี้ยงมันมาแม้บางครั้งจะเป็นเพียงเศษอาหารก็ตาม
ความรักของหมา.......หมามีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่มันรัก แม้มันต้องนอนอยู่แค่หน้าประตู หรือไม่ว่าบ้านนั้นจะหลังเล็กหรือหลังใหญ่
   
ความรักของหมา......หมาจดจำและรอคอยคนที่มันรักได้เสมอ  ไม่ว่าคนคนนั้น จะรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน  หรือแม้จะหายหน้าไปนานแค่ไหนก็ตาม  หมาไม่เคยเปลี่ยนใจ
ความรักของหมา......หมาไม่มีเหตุผลหรือเงื่อนไขที่จะรักคนที่มันรัก  มันรู้เพียงว่า คนนี้คือคนที่มันรัก
   
และทั้งหมดนี้ คือ "ความรักของหมา" 


แหล่งที่มา  http://warmheart.exteen.com/20100712/entry
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/127226758197544956/

Friday, November 18, 2016

นายจ๋า หมาหนาว! 5 วิธีดูแลหมายามหน้าหนาวมายืน



             แม้หมาจะมีขนไว้ให้ความอบอุ่น แต่ลมหนาวขนาดนี้ก็อาจช่วยไม่ได้นัก มาดูพร้อม ๆ กันค่ะว่าเราจะให้ความอบอุ่นยามหมาหนาวได้อย่างไรบ้าง

             ในช่วงสิ้นปีที่มีอากาศเย็นจับใจแบบนี้สุนัขของเราคงจะรู้สึกหนาวไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กหรือขนสั้น อย่างเช่น แจ็ค รัสเซลล์ ชิวาวา บีเกิลดังนั้นเจ้าของส่วนมากมักจะหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้กับสุนัขของตัวเอง เพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บเหล่านั้น และป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ โรคปอดบวม โรคไข้หวัด หรือโรคผิวหนังอักเสบ ถ้าเช่นนั้น เรามาดูวิธีดูแลและรักษาสุขภาพของสุนัขให้แข็งแรงตลอดหน้าหนาวกันดีกว่า 

1. เสื้อผ้าและวิธีสวมใส่ที่ถูกต้อง

             ทั้งนี้เสื้อผ้าที่คุณนำมาสวมใส่กันหนาวให้กับสุนัข ไม่ควรจะดูที่สีสันหรือความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะพิจารณาลักษณะและความหนาของเนื้อผ้าด้วย เสื้อผ้าของสุนัขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหน้าหนาวแบบนี้ก็คือ เสื้อที่มีคอทรงสูง อย่างเช่น เสื้อคอเต่า หรือเสื้อที่สามารถคลุมตั้งแต่โคนหางจนถึงลำคอของสุนัข นอกจากนี้แล้วควรสวมถุงเท้าให้กับเจ้าสี่ขาของคุณด้วยนะคะ เพราะพื้นภายในบ้านของคุณก็คงจะเย็นไม่น้อยเหมือนกัน อีกทั้งถุงเท้ายังช่วยปกป้องเท้าของสุนัขจาก จากสิ่งสกปรก ของมีคม สารเคมีต่าง ๆ รวมไปถึงโรคเท้าอักเสบ

 2. พาสุนัขไปออกกำลังกาย

             นอกจากนี้ การสวมเสื้อผ้าให้กับสุนัขเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ดังนั้น ในเวลาที่มีอากาศหนาวแบบนี้ควรจะพาสุนัขของคุณไปออกกำลังกายด้วยน่าจะดีกว่า โดยการพาออกไปวิ่งเล่นบ้าง ในระหว่างนั้นหากิจกรรมเสริมให้กับสุนัขด้วยเพื่อความสนุกสนาน อย่างเช่น การโยนลูกบอลหรือจานร่อนแล้วให้สุนัขคาบกลับมาคืน เป็นต้น ทั้งนี้ควรให้สุนัขควรให้สุนัขทานน้ำสักเล็กน้อยก่อนออกกำลังกายด้วย และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและสุนัขควรจะใส่สายจูงเอาไว้จะดีกว่า

 3. ลดความถี่ในการอาบน้ำให้สุนัขลง

             ในกรณีที่คุณต้องการทำความสะอาดร่างกายให้กับสุนัข ควรใช้น้ำอุ่นและเช็ดให้แห้งทันทีหลังการอาบน้ำ ความถี่ของการอาบน้ำให้กับสุนัขไม่ควรเกินครั้งต่อสัปดาห์ เพราะหากอาบน้ำให้กับสุนัขมากเกินไปจะลดปริมาณน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังและเส้นขนแห้ง และเกิดอาการคันสาเหตุหลักของโรคผิวหนังอักเสบ หากคุณจำเป็นต้องทำความสะอาดสุนัขบ่อยครั้งควรเปลี่ยนเป็นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น บิดหมาด ๆ เช็ดตัวจะดีกว่า

 4. เน้นให้อาหารที่มีโปรตีนสูง 

             เรื่องการให้อาหารของสุนัขสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นแบบนี้ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นและช่วยเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับสุนัขอีก ด้วย

 5. เช็คประวัติสุขภาพของสุนัข

             ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็กประวัติการฉีดวัคซีน และพาสุนัขของคุณไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วย เพื่อเช็กความแข็งแรงทั้งร่างกายภายนอกและระบบภายในร่างกายของสุนัข โดยเฉพาะไวรัสที่มาของโรคต่าง ๆ อย่างเช่น โรคไข้หวัด โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคไข้หัดสุนัข เพราะไวรัสเหล่านี้อาจะเป็นอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งการฉีดวัคซีนยังช่วยลดอัตราการเป็นโรคแทรกแซงอื่น ๆ อีกด้วย


http://pet.kapook.com/view53002.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/613967361680463627/

Wednesday, November 9, 2016

ตั้งใจดูกันดีๆ นี่มันหมานะ ไม่ใช่หมีขั้วโลก อะไรจะกลมเบอร์นั้น



เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454

 
ขุ่นพระ !! อะไรมันจะตัวกลมเบอร์นั้น ตั้งใจดูกันให้ดี ๆ นี่มันคือน้องหมานะ ไม่ใช่หมีขั้วโลก ถึงแม้ไซส์มันจะใช่ แต่มันคนละสายพันธุ์กันนะเออ..

เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454




เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454




เครดิตจาก : https://www.facebook.com/sodeclub/posts/1269438819794454



โพสต์โดย nooyui01 เมื่อ 9 พ.ย. 59 13:59:53.
ภาพจาก : FB - ผู้หญิง Salaryman Thailand 

http://world.kapook.com/pin/5822c9694d265afe998b4567

Thursday, October 13, 2016

น้องหมาที่พยายามปีนขึ้นบันได




กลายเป็นภาพความน่ารักที่ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย สำหรับภาพของเจ้า Cobee ซึ่งเป็นน้องหมาสายพันธุ์คอร์กี้ที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยเจ้าของผู้ใช้ IG cobeethecorgi ในประเทศสิงคโปร์ ในภาพนั้นมันพยายามที่จะปีนขึ้นไปบนบันไดเพื่อไปหาเจ้าของ มันใช้ความพยายามอยู่สักพัก จนสามารถปีนบันได้ขั้นแรกขึ้นไปได้





  
โพสท์โดย: SpiderMeaw
http://board.postjung.com/993798.html

Monday, October 10, 2016

11 สายพันธุ์หมาหน้าสั้น กับโรคร้ายที่ต้องระวังเป็นพิเศษ !



       สายพันธุ์หมาหน้าสั้น (Brachycephalic Dog) พร้อมโรคร้ายที่ต้องระวัง หากคิดจะเลี้ยงควรศึกษาวิธีเลี้ยงที่ถูกต้อง ไม่ควรเลี้ยงตามกระแส เพราะหมาหน้าสั้นเลี้ยงไม่ง่ายเหมือนหมาทั่วไป

        หมาหน้าสั้น (Brachycephalic Dog) เป็นสายพันธุ์ของหมาที่ลักษณะกะโหลกศีรษะกลม ปากและจมูกสั้น ตาใหญ่และโปน เบ้าตาตื้นกว่าปกติ กรามเป็นเหลี่ยมชัดเจน และกรามบนจะสั้นกว่ากรามล่าง ทำให้สุนัขบางตัวที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้มีฟันล่างยื่นออกมา ด้วยลักษณะที่กล่าวมาทำให้หมาหน้าสั้นมีความเสี่ยงในการเป็นโรคต่าง ๆ มากกว่าสุนัขทั่วไป ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ดังนี้

1. ปั๊ก (Pug)

ลักษณะทั่วไป

        สูง 12-14 นิ้ว หนัก 6-9 กิโลกรัม ศีรษะกลมและมีขนาดใหญ่ ตาใหญ่ หูพับลง ผิวหนังบริเวณใบหน้าจะพับย่น หางม้วนขึ้น ขนสั้น นุ่ม ลื่น มีน้ำตาลอ่อนและดำ นิสัยร่าเริง กระตือรือร้น มีความระมัดระวังสูง ซื่อสัตย์ รักและติดเจ้าของมาก

โรคที่ต้องระวัง

        ปั๊กเป็นสุนัขที่เป็นไข้หวัดง่ายมาก ถ้าต้องเจอกับอากาศร้อนหรือหนาวจัดจะเกิดภาวะเครียด มักมีปัญหาเกี่ยวกับตา การหายใจ มีความเสี่ยงในการเป็นเนื้องอก การคลอดต้องอาศัยการผ่าตัดเท่านั้นเนื่องจากแม่สุนัขมีสะโพกแคบ ส่วนหัวและใหญ่ของลูกจะใหญ่


2. บูลด็อก (Bulldog)

ลักษณะทั่วไป

        สุนัขขนาดกลาง สูง 12-16 นิ้ว หนัก 22-25 กิโลกรัม ผิวหนังมีลักษณะคล้ายรอยพับ ศีรษะใหญ่ ขาสั้น เนื้อบริเวณหน้าผากและใบหน้าจะเยอะและย่นลงมา จมูกแบน รูจมูกใหญ่  กรามใหญ่ และหูจะมีขนาดเล็ก นิสัยเป็นมิตร ชอบเดินเล่นและออกไปข้างนอก ช่างระมัดระวัง สามารถเลี้ยงเป็นหมาเฝ้าบ้านได้

โรคที่ต้องระวัง

        โรคที่พบบ่อยในสุนัขพันธุ์บูลด็อกคือ โรคที่เกี่ยวกับการหายใจเพราะส่วนใหญ่แล้วสุนัขพันธุ์นี้จะมีหลอดลมเล็ก รวมไปถึงโรคเชอร์รี่อาย (Cherry Eye) โรคเกี่ยวกับสะโพกและเข่า ตัวเมียมีความเสี่ยงในการคลอด อีกโรคที่ต้องระวังคือ ฮีทสโตรก เนื่องจากไม่ชอบอากาศร้อน ดังนั้นไม่ควรพาออกไปข้างนอกหรือปล่อยไว้ในรถในวันที่มีอากาศร้อนจัด
  
3. เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog)

ลักษณะทั่วไป

        จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขขนาดเล็ก สูง 12 นิ้ว หนักประมาณ 10 กิโลกรัม ศีรษะใหญ่ เห็นกรามเป็นเหลี่ยมชัดเจน หน้าผากกลมนูน หน้ากลมโต หูตั้งตรงรูปร่างเหมือนหูค้างคาว จมูกเชิด ปากบนครอบปากล่าง ขนสั้นเรียบ นิสัยร่าเริง ขี้เล่น ปราดเปรียว ฉลาดหลักแหลม มีความอดทน ชอบเข้าสังคม

โรคที่ต้องระวัง

        หมาพันธุ์นี้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อ กระดูกสันหลัง ภาวะเกี่ยวกับหัวใจ และโรคเกี่ยวกับตา ต้องระวังเกี่ยวกับการให้อาหาร เพราะถ้ามีน้ำหนักเกินจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจตามมา
  
4. บูลมาสทิฟฟ์ (Bullmastiff)

ลักษณะทั่วไป

        หมาขนาดใหญ่ สูง 25-27 นิ้ว  หนัก 50-60 กิโลกรัม ศีรษะใหญ่และกว้าง หน้าผากแบน จมูกแบน รูจมูกใหญ่ มีรอยย่นและรอยพับตามใบหน้า นิสัยใจดี อ่อนโยน ไม่ค่อยเห่า เข้ากับเด็กได้ดี แข็งแรง มีพลังงานเหลือล้น

โรคที่ต้องระวัง

        เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่น้ำหนักเพิ่มง่าย ฉะนั้นควรระวังเรื่องการให้อาหาร โดยแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ วันละ 2-3 มื้อ ดีกว่าให้มื้อใหญ่มื้อเดียว โรคที่ต้องระวัง ได้แก่ โรคมะเร็ง เนื้องอก ปัญหาเกี่ยวกับหนังตาและเปลือกตา
  
5. บอสตัน เทร์เรียร์ (Boston Terrier)

ลักษณะทั่วไป

        หมาขนาดเล็ก หนักประมาณ 6-11 กิโลกรัม มีลักษณะเด่นคือใบหน้าที่เป็นมิตร หูชี้ตั้ง หัวได้สัดส่วนกับขนาดตัว กรามเป็นเหลี่ยมชัดเจน หางสั้น ขนสั้นลื่น สีดำและสีน้ำตาล บริเวณหลังคอ กลางหน้าผากจนถึงอกจะเป็นสีขาว นิสัยร่าเริง เป็นมิตร ฉลาด

โรคที่ต้องระวัง

        โรคที่ต้องระวังของหมาสายพันธุ์นี้จะเป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับตา ได้แก่ ต้อกระจก ภาวะหนังตาม้วนเข้าข้างใน เชอร์รี่อาย ตาแห้ง ขนตาซ้อนแยง ต้อหิน กระจกตาเสื่อม และกระจกตาเป็นแผล ส่วนโรคอื่น ๆ ก็จะได้แก่ เนื้องอกตามผิวหนัง ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจเมื่อเครียดหรือตอนที่ต้องอยู่ในภาวะร้อนหรือหนาวจัด

6. บ๊อกเซอร์ (Boxer)

ลักษณะทั่วไป

        หมาขนาดกลาง สูงประมาณ 60 นิ้ว หนัก 27-31 กิโลกรัม ขนสั้นเรียบลื่น หูตัด ปกติแล้วจะพับแต่เวลาตื่นตัวหูจะตั้ง มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ในอดีตถูกเลี้ยงไว้ใช้ทำงาน มีประสาทสัมผัสทางการได้ยินที่ดี นิสัยขี้เล่น ซื่อสัตย์ และรักเจ้าของมาก

โรคที่ต้องระวัง

        โรคที่หมาพันธุ์นี้มักจะเป็นกันมาก คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับหัวใจ  ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ ต่อมไทรอยด์ เมื่ออายุมากขึ้นจะเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอก โรคไขข้อ และโรคที่เกี่ยวกับหลังและเข่า

7. ไชนีส ชาเป่ย (Chinese Shar-Pei)

ลักษณะทั่วไป

        หมาหน้าสั้นที่อยู่ในกลุ่มหมาขนาดกลาง สูงประมาณ 18-20 นิ้ว หนัก 18-25 กิโลกรัม หน้าผากแบน ตาเล็ก จมูกใหญ่และสั้น ใบหูมีขนาดเล็ก ขนสั้น ตอนเด็ก ๆ ผิวหนังมีรอยพับย่นทั่วทั้งตัว เมื่อโตขึ้นผิวหนังตามลำตัวจะเริ่มเรียบ เหลือรอยพับเฉพาะที่ใบหน้า นิสัยซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก ฉลาด ขี้เล่น กล้าหาญ ระมัดระวังตัวเมื่อเจอคนแปลกหน้า

โรคที่ต้องระวัง

        โรคที่มักจะพบในสายพันธุ์นี้ ได้แก่ โรคไตวาย เนื้องอก และโรคผิวหนัง ซึ่งเกิดจากลักษณะของผิวที่พับเป็นรอยย่นทั้งตัว สิ่งสกปรกและความชื้นจึงเข้าไปหมักหมม ก่อให้เกิดแบคทีเรียและเชื้อโรคตามมา        
        
8. คิง ชาร์ลส์ สแปเนียล (English Toy Spaniel)

ลักษณะทั่วไป

        หมาขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 นิ้ว หนัก 4-5 กิโลกรัม ศีรษะใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว ตาใหญ่ หูยาวและลู่ลง ขนจะยาวมาก นิสัยขี้เล่น สุภาพ อ่อนโยน ฉลาด เป็นมิตรกับเด็ก สุนัขและสัตว์ชนิดอื่น ๆ

โรคที่ต้องระวัง

        มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หายใจติดขัด มักหายใจเสียงดังตอนนอนและตอนอากาศร้อน นอกจากนี้ยังมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับตาและหู ต้องคอยทำความสะอาดและระมัดระวังสิ่งแปลกปลอม

9. เจแปนนีส ชิน (Japanese Chin)

ลักษณะทั่วไป

        หมาขนาดเล็ก สูง 7-11 นิ้ว น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2-7 กิโลกรัม ศีรษะใหญ่ หน้าผากกว้าง หูเล็ก ตาโต ขนยาว รูปร่างสง่างาม นิสัยร่าเริง ขี้เล่น ปราดเปรียว ฉลาด ซื่อสัตย์กับเจ้าของมาก ไม่ชอบเสียงดัง เข้ากับหมาและสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ดี

โรคที่ต้องระวัง       

        เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับคนเลี้ยงเจแปนนีส ชิน คือ โรคฮีทสโตรก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับเลี้ยงในบ้าน หลีกเลี่ยงการพาไปข้างนอกในวันที่อากาศร้อนหรือมีแดดจัด   


10. ปักกิ่ง (Pekingese)

ลักษณะทั่วไป

        จัดอยู่ในกลุ่มทอย (Toy) สูง 6-9 นิ้ว หนัก 3.6-4.5 กิโลกรัม ศีรษะใหญ่และแบน ตาใหญ่ กรามอยู่ต่ำ ลำตัวยาว หูยาว เป็นรูปหัวใจ ขนยาว หางม้วนขึ้น นิสัยกล้าหาญ ฉลาด ระมัดระวัง แต่อย่าเลี้ยงแบบตามใจเกินไป เพราะจะได้ใจ ทำให้ไม่เชื่อฟัง ชอบเห่าออกคำสั่ง

โรคที่ต้องระวัง

        หมาพันธุ์นี้เป็นหวัดได้ง่ายมาก โรคที่มักจะพบ ได้แก่ หมอนรองกระดุกเคลื่อนทับเส้นประสาท กระดูกหัวเข่าเคลื่อนที่ ขนตาซ้อนแยงดวงตา โรคเกี่ยวกับการหายใจ และโรคหัวใจ
  
11. ชิสุห์ (Shih Tzu)

ลักษณะทั่วไป

        จัดอยู่ในกลุ่มหมาขนาดเล็ก ความสูงเฉลี่ย 11 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ระหว่าง 4-7 กิโลกรัม ศีรษะมีลักษณะกว้างและกลม หูมีขนาดใหญ่ จมูกสั้นและยาว ตากลมโต ลำตัวยาว ขาสั้น ขนยาวถึงพื้น นิสัยร่าเริง ชอบวิ่ง รักสนุก ค่อนข้างดุและเห่าเก่ง

โรคที่ต้องระวัง

        หมาพันธุ์นี้มักจะมีอาการหายใจติดขัดและโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท ซึ่งสาเหตุมาจากลำตัวที่ยาวและขาที่สั้น โรคปัญหาเกี่ยวกับตา เชอร์รี่อาย ฟันหลุดล่วง โรคระบบทางเดินหายใจ ตอนนอนจะหายใจเสียงดัง การให้อาหารต้องให้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป เพราะน้ำหนักขึ้นง่าย เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน  

        นอกจากโรคที่เกี่ยวกับการหายใจและตาแล้ว จะเห็นได้ว่าสุนัขแต่ละสายพันธุ์ที่กล่าวมาจะมักมีโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย ดังนั้นแล้วก่อนการเลี้ยงหมาหน้าสั้นควรสำรวจความพร้อมของตัวเองก่อนด้วยว่า สามารถดูแลหรือกำลังในการรักษาเมื่อหมาเป็นโรคเหล่านี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก AKC, dogtime, dogbreedinfo, vetstreet
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/67694800635514133/