Friday, December 23, 2016

10 อันดับ สุนัขยอดฮิตของไทย



 

อันดับ 1 "ชิวาวา" 
มีขนาด เล็กที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก ราวศตวรรษที่19 แต่เดิมสุนัขพันธุ์นี้มีขนาดเล็ก แต่ไม่เล็กเท่าสุนัขพันธุ์ชิวาวาในปัจจุบัน 

นิสัย  คือ ฉลาดและรักเจ้าของมาก ไม่ค่อยส่งเสียงเห่ารบกวน และกล้าหาญ ไม่กลัวแม้ต้องต่อสู้กับสุนัขตัวอื่นที่ใหญ่กว่า

อันดับ 2 "ปอมเมอเรเนียน" 
มีถิ่นกำเนิดที่เมืองปอมเมอเรเนีย ประเทศเยอรมนี ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสุนัขอารักขาและได้รับการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง 

นิสัย  เฉลียวฉลาด ร่าเริงและตื่นตัวอยู่เสมอ ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ ขี้ประจบ 

อันดับ 3 "ชิห์สุ" 
มีถิ่นกำเนิดจากทิเบต ชื่อ ชิห์สุ เป็นภาษาจีน แปลว่า "สุนัขสิงโต" เป็นสุนัขในสามสายพันธุ์ชั้นสูง พวกเดียวกับปักกิ่งและปั๊ก ในสมัยโบราณ พระทิเบตมอบสุนัขพันธุ์ชิห์สุให้จักรพรรดิจีนเป็นของกำนัล แล้วจึงแพร่หลายในอังกฤษ ฝรั่งเศส 

นิสัย  แม้ตัวเล็กแต่ก็ดุ เห่าเก่ง ขี้ประจบ และเป็นมิตร 

อันดับ 4 "ยอร์กเชียร์ เทอร์ เรียร์"  
มี ถิ่นกำเนิดจากเมืองยอร์กเชียร์ของอังกฤษ โดยการผสมข้ามสายพันธุ์เทอร์เรียร์ ที่แตกต่างกันหลายสายพันธุ์ แต่ก่อนตัวใหญ่กว่านี้ เพราะใช้ล่าหนู ต่อมาพัฒนาให้ตัวเล็กลงเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน 

นิสัย แม้ตัวเล็ก แต่กล้าหาญ เฝ้าบ้านดี รักเจ้าของ แต่เชื่อมั่นในตัวเองสูงจนไม่ค่อยฟังคำสั่งเจ้านาย

อันดับ 5 "บีเกิ้ล" 
สุนัขพันธุ์นี้เป็นต้นแบบของการ์ตูนสุนัขสนูปปี้ ที่โด่งดัง บีเกิ้ลมีถิ่นกำเนิดที่สหราชอาณาจักร เดิมใช้ล่ากระต่ายเพราะมีประสาทดมกลิ่นที่ดีมาก ต่อมาฝึกให้เป็นสุนัขตรวจสอบของผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด วัตถุระเบิด 

นิสัย  สุภาพ เป็นมิตร ไม่ดุร้าย ขี้เล่น เหมาะสำหรับเลี้ยงในบ้าน แต่เพราะเชื่องกับคนทั่วไปจึงไม่เหมาะสำหรับเฝ้าบ้าน 

อันดับ 6 "ปั๊ก"  
มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน สมัยโบราณนิยมเลี้ยงไว้ในวัดจีน ก่อนจะแพร่หลายไปยังยุโรป 

นิสัย  ซน แม้ฉลาดแต่ก็ดื้อ ไม่ค่อยเชื่อฟัง และฝึกยากอยู่สักหน่อย 

อันดับ 7 "บูลด๊อก"  
มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ มีรูปร่างคล้ายวัวขนาดเล็ก ชาวอังกฤษโบราณยังฝึกบูลด๊อกไว้ต่อสู้กับวัว ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ตัวเล็กลงเพื่อความคล่องตัวในการต่อสู้กับวัว แต่เมื่อกีฬาสุดโหดนี้เสื่อมความนิยม ก็มีการคัดเลือกสิ่งดีๆ ในสายพันธุ์ของมันไว้ ยกเว้นความดุร้ายที่ต้องตัดออกไป 

นิสัย  ขรึม เห่าน้อย บางตัวอาจก้าวร้าว แต่ส่วนใหญ่ชอบเล่น และชอบเด็กๆ 

อันดับ 8 "ไซบีเรียน ฮัสกี้"  
มีถิ่นกำเนิดในตะวันออกของไซบีเรีย ต่อมานำเข้ามาในอลาสก้าและแพร่พันธุ์เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา นิยมเลี้ยงเพื่อเป็นสัตว์ลากเลื่อน แล้วจึงนำมาเลี้ยงเป็นสุนัขบ้านในเวลาต่อมา

นิสัย  ฉลาดและเป็นมิตร ซนบ้างเป็นบางครั้ง รักอิสระ ชอบหอนมากกว่าเห่า 

อับดับ 9 "โกลเด้น รีทรีฟเวอร์" 
เนื่องจากใช้งานในกีฬาล่าสัตว์ที่อยู่ริมน้ำ จึงชอบน้ำเป็นพิเศษ พวกโกลเด้นมักจะเอาขาลงไปในบริเวณน้ำขัง เช่น สระบัว บ่อปลา อ่างน้ำของตัวเอง 

นิสัย  สุภาพ น่ารัก ขี้เล่น ช่างประจบ รักเจ้าของ ใจดีกับคนและสัตว์อื่นๆ 

อันดับ 10 "ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์" 
มีต้นกำเนิดในรัฐนิว ฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ใช้ช่วยงานชาวประมงในการลากอวนเข้าฝั่ง ก่อนมาเป็นที่นิยมในอังกฤษ ต่อมาใช้ฝึกตรวจค้นหายาเสพติด ระเบิด และช่วยนำทางให้ผู้พิการสายตา

นิสัย  ฉลาด กระตือรือร้น รักสนุก เหมาะเป็นสุนัขเฝ้ายาม เนื่องจากมีเสียงเห่าทุ้มและหนักแน่น เป็นที่น่าเกรงขามเพื่อเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด / น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com
http://blog.eduzones.com
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82/

Thursday, December 22, 2016

รู้ไหม สุนัข คิดอะไรอยู่...




 Quiz Show กับ 10 คำถามที่จะมาถามว่า "ท่าทางของสุนัข บอกอะไรคุณ" 

1. หากคุณจูงสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้าน แล้วสุนัขยกหางตั้งขึ้นเมื่อเห็นสุนัขตัวอื่น ลักษณะท่าทางแบบนี้ของสุนัขหมายถึง


          A. สุนัขกำลังแสดงความเก๋า ไม่กลัวใคร และกำลังข่มสุนัขตัวอื่นอยู่นั่นเอง
          B. สุนัขกำลังมีความสุขกับการได้ออกาเดินเล่นกับเจ้านาย

2. สุนัขชูคอตั้งขึ้น หูตั้ง อ้าปากแยกเขี้ยว ยกหางตั้งสูงดูดุดัน พร้อมพุ่งตรงไปข้างหน้า ท่าทีแบบนี้เขากำลังคิดอะไรกันแน่

          A. สุนัขกำลังบอกว่า ฉันนี่แหละเป็นเจ้าถิ่นของที่นี่
          B. สุนัขกำลังบอกว่า ไม่ว่าหน้าไหนก็อย่าได้เข้ามาใกล้ฉันในตอนนี้ เพราะฉันกำลังอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ

3. สุนัขส่งเสียงคำรามขู่ ขนตามตัวพองตั้งอย่างเห็นได้ชัด ลักษณะแบบนี้เขาอยากบอกอะไรหนอ

          A. บอกว่า คุณกำลังทำให้ฉันไม่พอใจ
          B. บอกว่า อย่าเข้ามานะ ฉันขอเตือน

4. สุนัขนอนหมอบแบบก้นโด่ง แกว่งหางไปมา แล้วก็กลิ้งตัวเอียงคอเล็กน้อย สายตาจดจ้องมาที่คุณพร้อมอ้าปาก เขากำลังต้องการบอกอะไรคุณกันแน่

          A. บอกว่า ของรางวัลหน่อยดิเจ้านาย
          B. บอกว่า เจ้านายมาเล่นด้วยกันเถอะ

5. สุนัขหาวหวอด ๆ เขาต้องการบอกอะไรคุณกันนะ

          A. ฉันง่วงนอนแล้วนะ อย่าเพิ่งมากวนฉันตอนนี้
          B. รู้ไหมว่าฉันกำลังเบื่อมาก ๆ เลย

6. สุนัขย่อขาคู่หลังเตี้ยลงถึงพื้น หุบปากสนิท หูหลุบไปข้างหลัง หางตกไม่แกว่ง ส่งเสียงครางเบา ๆ หยุดอยู่กับที่ อาการแบบนี้บ่งบอกว่าสุนัขต้องการอะไร

          A. บ่งบอกว่าน้องหมากำลังยอมจำนนหรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “น้องหมาหงอ” นั่นเอง
          B. บ่งบอกว่าสุนัขกำลังกลัวและพร้อมจะต่อสู้

7. สุนัขนอนหงาย หางจุกก้น ยกคอขึ้นแก่ก้มหน้าลง ขาคู่หน้างอ หูยกขึ้นเล็กน้อย เขากำลังจะบอกคุณว่า

          A. ฉันไม่ได้ยอมแพ้ แต่ฉันสู้ไม่ได้
          B. ฉันยอมแพ้แล้ว กลัวแล้วจ้า

8. สุนัขยกหัวตั้งสูง หางทอดตามสบาย สะบัดหางแกว่งไปมา เผยอปากเล็กน้อย อยู่ในท่าทางสบาย ๆ นั่นหมายความว่า

          A. สุนัขกำลังอารมณ์ดี แสดงความเป็นมิตร หรือที่เรียกว่า น้องหมารับแขก นั่นเอง
          B. สุนัขเตรียมพร้อมที่จะเล่นกับเจ้าของแล้ว

9. สุนัขมีลักษณะขนหลังตั้งชัน ย่อตัวเล็กน้อย ลำตัวเกร็ง หางเหยียดตรงหยุดนิ่ง หูหลุบไปข้างหลัง อ้าปากจนเห็นฟัน คอเสมอลำตัวมองพุ่งตรงไปข้างหน้า มีอาการแยกเขี้ยว สุนัขกำลังจะบอกว่า

          A. ฉันนี่แหละคือสุนัขที่ก้าวร้าว
          B. ฉันไม่ใช่สุนัขที่ก้าวร้าว เพียงแต่ฉันกำลังระแวดระวังภัยก็เท่านั้น

10. สุนัขแสดงอาการเลียแขนขาเจ้าของ เขาอยากจะบอกคุณว่าอย่างไร

          A. บอกว่า ฉันหิวแล้วนะ
          B. บอกว่า ฉันกำลังแสดงความรักที่มีต่อคุณ


          
มาดูกันซิว่าคุณเข้าใจสุนัขมากน้อยแค่ไหน ตอบถูก ตอบผิดกันกี่ข้อ

          ตามมาดูเฉลยกันได้เลยจ้า


         
 เฉลยข้อ 1. A /  2.A /  3.B /  4.B /  5.B /  6.A /  7.B /  8.A /  9.A / 10.B


แหล่งที่มา  http://pet.kapook.com, Dogazine
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/298152437805872842/

Wednesday, December 21, 2016

ทำอย่างไร เมื่อน้องหมาไม่เชื่อฟัง เห่าพร่ำเพรื่อ




ก่อนอื่นขอชี้แจงถึงพฤติกรรมก้าวร้าวของน้องหมากันก่อน

เนื่องจากมีผู้เลี้ยงบางท่าน ไม่รู้ว่าน้องหมาของท่านนั้นกำลังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่  แน่นอนว่าบางพฤติกรรมนั้นน่ารักน่าชัง น่าตบหัว  แต่ขอให้รู้ไว้ด้วยว่า!  พฤติกรรมต่อไปนี้นั้น เป็นพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่า น้องหมากำลังจะไม่เชื่อฟังท่านอีกต่อไป!!

1. ชอบกัดเบาๆ งับๆมืองับๆแขน มาแทะมือแทะเท้า อู๊ยยยน่าร๊ากกก  แต่ขอบอกไว้เลยว่า...นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดี!
2. เจ้าของเรียกแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำมึนไม่สนใจ
3. พอหยิบของของน้องหมามา(ของเล่นที่น้องหมาเราชอบหรืออะไรแบบนั้น) ก็จะโดนขู่ใส่
4. ในระหว่างที่เดินเล่น มักจะลากเราไปในทางที่น้องหมาอยากไป หรือหยุดอยู่นิ่งไม่ยอมเดิน
5. เมื่อเจ้าของเข้าไปใกล้ๆ ขณะที่กินอาหารอยู่ก็จะถูกขู่ใส่...
6. ชอบเห่าและข่มขู่น้องหมาตัวอื่นในขณะที่พาไปเดินเล่น
7. เห่าแขกที่มาบ้านอย่างไร้เหตุผล

หากน้องหมาเห่าพร่ำเพรื่อ หรือพยายามอาละวาดวิ่งไปกัดน้องหมาตัวอื่น หรือคนอื่น
 
การฝึกนี้ง่ายมาก!!!

แค่โอบกอดน้องหมาจากด้านหลังเมื่อยามน้องหมาเห่าพร่ำเพรื่อ พยายามล๊อคอยู่กับที่อย่าให้น้องหมาขยับ น้องหมาอาจจะเห่าโวยวายว่า โฮ่งๆๆๆๆๆๆ!!! ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ต้องทน จนกว่าน้องหมาจะสงบ ...

พอน้องหมาสงบลงแล้ว ก็ให้ลองเอามือลูบๆไปตามตัวน้องหมาด้วยนะ ถ้ายังมีท่าที่ฮึดฮัดๆ อยู่ก็ให้เอามือจับปากน้องหมาไว้ไม่ให้อ้าปากได้...

ถ้าเกิดดูไม่ฮึดฮัดต่อต้านแล้วก็ลองเอามือไปจับๆ ดูฟันในปากด้วยนะ ถ้าทำได้ก็ถือว่ามาได้ถูกทางแล้ว จากนั้นก็ให้จับน้องหมานอนหงายแล้วลูบท้องเล่นเบาๆ หรืออาจจะลูบๆข้างๆตัวก็ได้ 

เท่านี้เอง น้องหมาก็จะยอมรับนับถือเราโดยดี

คำสั่งให้น้องหมา "นั่ง"

เมื่อน้องหมานั่งลงเองตามธรรมชาติแล้วหากเราพบเห็นให้ตะโกนเป็นคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ ใช้เมื่ออยากให้น้องหมานั่งทันที เช่น "นั่ง" "ปีเตอร์"  "แจ๊คสัน" อะไรแบบนั้น พอน้องหมานั่งลงแล้วก็ให้กล่าวชมด้วย  ต่อไปน้องหมาจะเริ่มเข้าใจเองว่า เมื่อพูดคำนี้แล้วน้องหมาทำแบบนี้แล้ว จะได้รับคำชม(หรือขนมน้องหมา)

คำสั่งให้ "หมอบ"
 
เมื่อน้องหมานั่งลงแล้ว ให้ลองกดไหล่ของน้องหมาลง แล้วดึงขาหน้าออกมาให้อยู่ในท่าสฟิงซ์ แล้วพูดคียเวิร์ดที่ต้องการออกมา เมื่อน้องหมาเริ่มเข้าใจท่าหมอบแล้ว ต่อไปก็ลองไม่ต้องดึงขาช่วยดู ถ้าเรายืนขึ้นแล้วน้องหมายังหมอบอยู่ก็ให้ชมน้องหมาด้วยหละ

คำสั่ง "หยุด" หรือ "รอ"
 
เมื่อน้องหมาของเรานั่งลง ให้พูดว่า "หยุด"  ชูมือสองข้างขึ้นในลักษณะว่าห้ามเดินตามมานะ แล้วค่อยๆเดินถอยห่างน้องหมาออกมา ถ้าน้องหมาเดินตามก็ให้พาน้องหมากลับไปที่เดิมแล้วเริ่มต้นใหม่ ถ้าเกิดว่าน้องหมารอเราได้ซักครู่ก็ให้เดินกลับไปหาก่อนที่น้องหมาจะเริ่มเคลื่อนไหว และอย่าลืมกล่าวชมด้วยนะ เมื่อทำได้แล้วต่อไปก็ลองเพิ่มระยะห่างในการเดินถอยออกมาให้มากขึ้น เท่านี้น้องหมาเราก็สามารถรอเราที่หน้าห้างขณะช็อปปิ้งได้เป็นปีๆ แล้ว

คำสั่ง "มานี่"
 
พอน้องหมานั่งลงแล้ว ก็ให้ลองพูดคำว่า "มานี่" หรือ คีย์เวิร์ดอื่นๆ ถ้าน้องหมาไม่ยอมมา ก็ให้ดึงเชือกเบาๆ พอน้องหมาเดินมาใกล้ก็ให้ชมน้องหมาด้วย

เท่านี้น้องหมาของท่านๆ ก็จะพร้อมใจกันยกตำแหน่งให้ท่านเป็นเจ้านายแล้ว!!!

คัดลอกข้อความบางส่วนจาก :   คุณ "คดีฆาตกรรมถั่วงอก" / www.pantip.com
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/kimberlylara16/corgis/




Tuesday, December 20, 2016

บีเกิ้ล เจ้าหมาน้อยเด็กแนว


 
         ในระยะนี้เรามักได้เห็นความน่ารักของเจ้าตูบพันธุ์บีเกิ้ลผ่านสื่ออยู่บ่อยๆ จนทำให้หลายคนตกหลุมรักเจ้าตูบพันธุ์นี้ซะจนอยากได้มาเป็นเลี้ยงสักตัว ก็เพราะเจ้าบีเกิ้ลเป็นน้องหมาที่มีใบหน้าน่ารัก หูปรก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน แถมยังเป็นสุนัขที่รักเด็ก  เข้ากับคนง่ายและเข้ากันได้ดีกับสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจไปรับสมาชิกใหม่พันธุ์นี้มาเพื่อนสี่ขาคู่ใจ ลองไปทำรู้จักกับเจ้าบีเกิ้ลกันก่อนดีกว่าค่ะ

          
บีเกิ้ล (Beagle) เป็น สุนัขมีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ จัดอยู่ในจำพวกกลุ่มสุนัขล่าเนื้อ(Hound) มีขนสั้นและหูปรก เป็นสุนัขที่มีประสาทด้านการดมกลิ่นเป็นเลิศ (scent hounds)ถูกพัฒนาสายพันธ์ขึ้นมาคเพื่อเป็นผู้ช่วยมนุษย์ ในกีฬาการล่าต่างๆ โดยเฉพาะการล่ากระต่าย เนื่องจากบีเกิ้ลมีประสาทด้านการดมกลิ่นที่ไวมาก จึงได้มีการฝึกให้เป็นสุนัขตรวจสอบของผิดกฎหมาย อย่างเช่น ยาเสพติด วัตถุระเบิด ฯลฯ
           ขณะเดียวกันบีเกิ้ลก็ได้รับความนิยม ในฐานะสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีขนาดตัวที่พอเหมาะ เป็นสุนัขอารมณ์ดี และสุขภาพแข็งแรงออกแนวอึด ทนทานต่อโรค ด้วยคุณสมบัตินี้เอง บีเกิ้ลยังถูกใช้ในงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์อีกด้วย ทั้งนี้ สุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ลมีมากว่า 2,000 ปีแล้ว และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบท (Elizabethan era) ซึ่งปรากฏในงานวรรณกรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และหนังสือการ์ตูนเรื่องสนู๊ปปี้ (Snoopy) ซึ่งสนู๊ปปี้ถือเป็นบีเกิ้ลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก

          ในปี ค.ศ.1985 ได้มีการทำการศึกษาบีเกิ้ล พร้อมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ อย่าง ยอคเชียร์ เทอเรีย(Yorkshire Terrier) เคนท์ เทอเรีย (Cairn Terrier) เวส ไฮด์แลนด์ ไวท์ เทอเรีย (West Highland White Terrier) ฟอกซ์ เทอเรีย(Fox Terrier) ซึ่งผลออกมาว่า บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่ฉลาด และเป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาด้วยจุดประสงค์เดียว คือให้เป็นนักล่ามาเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝึกค่อนข้างยาก โดยทั่วไปเมื่อมันรับคำสั่งแล้ว จะสั่งยกเลิกได้ยาก และเมื่อมันจดจำกลิ่นหนึ่งได้ มักจะถูกกลิ่นอื่นรอบตัวเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย พวกมันจะไม่ค่อยยอมรับคำสั่งทั่วๆ ไป แต่ก็มีการตอบสนองต่ออาหารที่ดี มีความตื่นตัวสูง ช่างประจบ ในทางกลับกันก็เป็นสุนัขที่เบื่อง่าย

            ปัจจุบันบีเกิ้ล ได้รับการเลือกเป็นหนึ่งในสุนัขดมกลิ่น ที่ใช้ตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัย ในงานด้านความมั่นคง และทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ (Beagle Brigade) บีเกิ้ลกับบทบาทด้านความมั่นคงในการตรวจสอบตามสนามบิน ซึ่งในปีหนึ่งๆ สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุผิดกฎหมาย ได้ถึง 75,000รายการต่อปี อีกเหตุผลหนึ่งที่บีเกิ้ลได้รับเลือกในหน้าที่นี้ เพราะว่าบีเกิ้ลมีขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็ก สามารถเข้าไปตรวจได้แม้กระทั่งคนที่ค่อนข้างกลัวสุนัข ดูแลง่าย ฉลาด และมันทำงานเต็มที่เพื่อรางวัล ซึ่งในหลายประเทศก็ได้มีการ ใช้งานบีเกิ้ลในลักษณะนี้อย่างกว้างขวาง ส่วนสุนัขดมกลิ่นขนาดใหญ่ ก็จะใช้ในงานค้นหาวัตถุระเบิดโดยเฉพาะ และงานที่จำเป็นต้องปีนป่ายเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งบีเกิ้ลไม่ค่อยเหมาะกับหน้าที่ลักษณะนั้น


ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

          บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่สุภาพ พวกมันค่อนข้างเป็นมิตร ไม่ดุร้ายเกินไปหรือเฉื่อยชาเกินไป ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม แต่มันก็เชื่องคนง่ายเกินจึงไม่เหมาะที่จะเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน ทว่ามันยังคงเห่าหรือหอนบ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า

          นอกจากนี้ บีเกิ้ลยังเป็นสุนัขที่เหมาะกับเด็กๆ เข้ากับเด็กๆ ในบ้านดีๆ ไม่พบประวัติการทำร้ายเด็ก บีเกิ้ลจึงเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันในครอบครัว และบีเกิ้ลยังเข้ากับสุนัขสายพันธุ์อื่นได้ง่าย พวกมันแข็งแรงมาก จึงวิ่งเล่นได้นานโดยที่ไม่เหนื่อยง่ายๆ อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติพวกมันเป็นสุนัขที่อยู่เป็นฝูง เวลานำไปเลี้ยงเดี่ยวจึงอาจเกิดอาการซึมเศร้าได้ และแม้ว่าบีเกิ้ลจะมีพลังเห่าหอนอันรุนแรง แต่ไม่ใช่บีเกิ้ลทุกตัวที่จะหอน แต่ส่วนมากจะเห่าเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งบางตัวจะเห่าหรือหอน เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ


อาหารและการเลี้ยงดู

         
 แม้ว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะมีขนาดเล็ก แต่ด้วยเหตุที่จุดประสงค์ดั้งเดิมที่เค้าถูกพัฒนาขึ้นมาคือการเป็นสุนัข สำหรับล่าสัตว์ ทำให้พวกเค้ามีพลังงานในตัวมากและชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง ผู้เลี้ยงจึงควรพาไปออกกำลังกายบ้างอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น และหากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่มีบริเวณกว้างขวางนัก อย่างเช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนต์ คุณก็จะต้องพิจารณาให้ดีว่าคุณพอมีเวลาและมีสวนสาธารณะใกล้เคียงที่คุณ สามารถพาเค้าไปเดินเล่นออกกำลังได้หรือไม่

         
 อย่างไรก็ดี สุนัขเหล่านี้ต้องอยู่ในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิด เพราะพวกมันช่างไม่มีสัญชาตญาณในการระวังภัยบนท้องถนนเอาเสียเลยและมักมี ความเข้าใจอย่างผิดๆ ว่ารถทุกคันจะหยุดรอให้พวกมันไปก่อน

          ด้านการดูแลทำความสะอาดให้สุนัขขนสั้นอย่างบีเกิ้ลนั้นแสนง่าย แค่อาบน้ำให้อาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอ จากนั้นก็เช็ดหรือเป่าตัวให้แห้งพร้อมๆ กับแปรงขนไปด้วย หรือถ้าไม่สกปรกมากอาจใช้แค่ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดตัวให้ก็ได้ ส่วนเรื่องการแปรงขนให้บีเกิ้ลสามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากว่าเค้ามีขนสั้นและสีเข้ม ซึ่งควรแปรงขนทุกๆ 3-4 วัน เพื่อกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไปและช่วยเพิ่มความเงางามแข็งแรงแก่เส้นขน

         
 ส่วนเรื่องอาหารการกิน หากเราต้องการให้เค้ามีสุขภาพแข็งแรง เติบโตสมวัย ก็ต้องใส่ใจเรื่องนี้ให้มาก ซึ่งวิธีการให้อาหารแก่บีเกิ้ลที่ถูกต้องก็มีดังนี้

          *  บีเกิ้ลอายุระหว่าง 2-3 เดือน ควรให้อาหารเม็ดวันละ 4มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย (ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง) โดยอาจใช้ถ้วยกาแฟขนาดเล็กตวง ผสมกับอาหารกระป๋อง 1 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้ทั่ว

          *  บีเกิ้ลอายุระหว่าง 3-4 เดือน ควรให้อาหารเม็ดวันละ 3มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย (ทุกๆ 6-8 ชั่วโมง) ผสมอาหารกระป๋อง 1 ช้อนโต๊ะ

          *  บีเกิ้ลอายุระหว่าง 4-12 เดือน ควรปรับมาให้อาหารเม็ดวันละ 2 มื้อ มื้อละ 1 ถ้วย หรืออาจจะมากน้อยกว่านั้นเล็กน้อย โดยให้สังเกตดูรูปร่าง ถ้าท้องป่องมากเกินไปควรลดจำนวนอาหารแต่ละมื้อลงบ้าง และต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับระดับการออกกำลังกายของเค้าด้วย หากบีเกิลของคุณมีโอกาสออกกำลังกายน้อย ปริมาณอาหารที่ให้ก็ควรปรับลดลง

          *  เมื่อบีเกิ้ลอายุครบ 12 เดือนขึ้นไป สามารถลดปริมาณการให้อาหารเหลือวันละ 1 มื้อ มื้อละ 1-1/2 ถ้วย ก็เพียงพอแล้ว

          *  นม ไม่จำเป็นต้องให้นมลูกสุนัขอีกหลังจากอายุครบ 2เดือนขึ้นไป เพราะเมื่ออายุพ้น 2 เดือนแล้วเค้าจะสามารถหาแคลเซียมทดแทนจากการกินอาหารสำเร็จรูปได้

          *  อาหารเสริม สำหรับบีเกิลป่วยอาจให้อาหารเสริมบ้าง แต่ไม่มีความจำเป็นต้องให้อาหารเสริมในยามที่เค้ามีสุขภาพปกติ

          *  อาหารคน ไม่ควรให้อาหารของคนกับบีเกิ้ลโดยเด็ดขาด เพราะเค้าอาจติดใจรสชาติ กลิ่นของอาหารคน และไม่อยากกินอาหารเม็ดอีกต่อไป นอกจากนั้นการให้อาหารสดยังอาจทำให้เค้าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้รับ มากเกินไปจนทำให้มีปัญหาสุขภาพตามมาภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อเค้าอายุมากขึ้น เช่น ปัญหาด้านการเจริญเติบโต ปัญหาสุขภาพขน การให้อาหารสดอาจให้บ้างเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นรางวัลสำหรับการฝึกเท่านั้น (ซึ่งอาจเป็นจำพวกตับ ไส้กรอก แฮม หรือชีส ก็ได้)

       
   ห้ามให้สุนัขกิน ช็อกโกแลตและหัวหอม เป็นอันขาด เพราะอาจทำให้สุนัขเป็นอันตรายถึงตายได้

 
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับบีเกิ้ล 
 
          ความสูงมากที่สุดของบีเกิ้ลที่ได้รับการยอมรับในประเทศสหรัฐอเมริกาคือ 15 นิ้ว ขณะที่ในประเทศอังกฤษคือ 16 นิ้ว

          สุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ลจะไม่มีน้ำลายไหลเยิ้ม ไม่ค่อยมีกลิ่นสาบ และผลัดขนน้อยมาก

          Lyndon B. Johnson ประธานาธิบดีคนที่ 36 แห่งสหรัฐอเมริกา เลี้ยงสุนัขบีเกิลจำนวน 3 ตัว ชื่อว่า Him, Herและ Edgar

          ตัวการ์ตูนสนูปปี้ (Snoopy) จากการ์ตูนชุด Peanuts ของCharles M. Schulz ก็มีต้นแบบมาจากสุนัขสายพันธุ์บีเกิล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
beagle-m.com 
https://pet.kapook.com/view2515.html
เครดิตภาพ  
https://www.pinterest.com/pin/40321359154599618/