Monday, January 16, 2017

เจอหมาข้างทางวิ่งไล่...ทำตาม 5 ข้อนี้ รับรองไม่โดนกัด


        วิธีป้องกันตัวไม่ให้หมากัด เพราะเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหมาที่อยู่ข้างทางได้ตลอด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้โดนกัดและจู่โจม ลองทำตามวิธีนี้เลย 

          สถานการณ์จริงที่เราต้องเผชิญหน้ากับหมาข้างทางที่มีนิสัยดุดัน มันเป็นเรื่องยากมาก กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีป้องกันตนเองจากหมาข้างทางมาฝากกันค่ะ ถ้าไม่อยากโดนหมาข้างทางกัด จนต้องเข้าโรงพยาบาลไปฉีดยาหลาย ๆ รอบ ถ้าเจอหมาข้างทางวิ่งไล่ ให้ตั้งสติ แล้วทำตาม 5 ข้อนี้ ก็จะช่วยให้เอาตัวรอดจากสถานการณ์ขับคับได้ ว่าแล้วก็ตามไปดูกันเลยค่ะ

1. อย่ากลัวการเผชิญหน้า

          สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ ตั้งสติให้ดี ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกหรือตกใจจนเกินเหตุ แม้ว่าหมาข้างทางที่ดุร้ายเหล่านี้กำลังขู่และเห่าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง เพราะหมารวมไปถึงสัตว์นานาชนิด ต่างก็มีสัญชาตญาณที่รับรู้ความรู้สึกของมนุษย์ได้ โดยเฉพาะความกลัว ยิ่งถ้าตกใจกลัวจนร้องกรี๊ดหรือวิ่งหนี ก็จะยิ่งดูเหมือนเหยื่ออ่อนแอที่พวกมันสามารถเข้าจู่โจมได้อย่างสบาย ๆ

2. อย่าวิ่ง

          คนส่วนใหญ่มักจะวิ่งเมื่อเจอหมาไล่ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเดินไปตามปกติ แม้หมาจะเห่าตามอยู่ด้านหลัง หากกำลังวิ่งอยู่ให้ค่อย ๆ ลดความเร็วลง แล้วเปลี่ยนเป็นเดินเลี่ยงไปอีกเส้นทางจากที่หมาวิ่งมา แต่ถ้ายืนอยู่เฉย ๆ แล้วมีหมาเดินเข้ามาใกล้ ๆ ให้ยืดแขนออกไปด้านข้าง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแล้วหมาก็จะเดินผ่านไปเอง

3. โยนสิ่งของเบี่ยงเบนความสนใจ

          ถ้าประเมินแล้วว่าต้องโดนจู่โจมแน่นอน ให้เบนความสนใจด้วยสิ่งของที่มีอยู่ในตัว ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็ก ๆ เช่น ขนม อาหาร รองเท้า หรือกระเป๋า ไปอีกทางเพื่อเบี่ยงความสนใจของหมา จากนั้นก็ใช้จังหวะที่หมากำลังสับสน ตั้งสติแล้ววิ่งหนีไปในที่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว

4. อย่าสบตา

          ไม่ว่าสถานการณ์จะดูแย่สักแค่ไหนก็ขอให้ท่องไว้เลยว่า อย่าสบตาพวกมันเพราะไม่อย่างนั้นหมาจะรู้สึกกำลังโดนคุกคามและพร้อมจู่โจมทุกเมื่อ ดังนั้นแค่มองให้หมาอยู่ในระยะสายตาแต่เลี่ยงการจ้องตาพวกมันโดยตรงก็พอ เพื่อส่งสัญญาณให้หมารู้ว่าไม่ได้จะมาทำร้าย แล้วหมาก็จะเลิกวิ่งไล่ตามไปเอง

5. สั่งหมาให้ถอยห่างออกไป !

          หากหมาไม่หยุดจ้องจู่โจมจริง ๆ และบวกกับว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แนะนำให้ตั้งสติ สร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง จ้องหน้าทำทีว่ามีอำนาจเหนือมัน (แต่ห้ามจ้องตาเด็ดขาด !) แล้วพูดสั่งด้วยเสียงที่เข้มแข็งว่า ไม่หรือ ไปห้ามใช้เสียงแหลมเด็ดขาด พูดสั่งให้มันตกใจแล้วมันจะเดินหนีไปเอง

          แม้ว่าวิธีพวกนี้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายได้ก็จริง แต่สิ่งที่ควรทำมากที่สุดไม่ว่าสถานการณ์มันดูน่ากลัวขนาดไหน นั่นก็คือ ตั้งสติให้ดี ๆ แล้วนึกถึงวิธีเหล่านี้ คุณก็จะมีโอกาสรอดพ้นจากการโดนกัดได้มากกว่าการทำวิธีอื่น ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Brightside, wikihow และ cesarsway
https://pet.kapook.com/view163988.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/47147127338541613/

Saturday, January 14, 2017

รส กลิ่น เนื้ออาหาร...แบบไหนที่เจ้าตูบชอบ



          "อาหารจานโปรดของสุนัขที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน คืออะไรครับ" เจ้าของส่วนใหญ่จะตอบได้ทุกคน แต่ทราบหรือไม่ครับว่าสุนัขมีหลักในการตัดสินใจอย่างไรว่าอาหารอันนี้อร่อยหรือไม่อร่อย ปัญหาที่พบบ่อย คือ สุนัขร่าเริงดี ไม่ซึม แต่ไม่ยอมกินอาหาร ไปหาหมอตรวจอย่างละเอียดแล้วก็ยังไม่พบว่าป่วย ตรงกันข้ามกับสุนัขบางตัวที่อาจกินอาหารมากเกินไปจนเกิดภาวะอ้วนและมีปัญหา สุขภาพอื่น ๆ ตามมา มาทำความเข้าใจกับนิยามความอร่อยของอาหารและพฤติกรรมการกินของสุนัขกันดี กว่าครับ

อาหารอร่อยคืออะไร

           สุนัขรับรู้รสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม และขมได้เหมือนกับมนุษย์ ต่างกันที่ความชอบในเรื่องรสชาติและเนื้อของอาหาร เนื่องจากสุนัขมีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นดีกว่าคนอย่างน้อยเป็น 1,000 เท่า กลิ่นของอาหารจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำให้อาหรน่ากินหรือไม่น่ากิน เรียกว่าหากไม่สบายแล้ว จมูกรับรู้กลิ่นลดลง ความอยากอาหารจะหายไปเยอะทีเดียว

           
ข้อมูลต่อไปนี้ คือ แนวโน้มของอาหารที่สุนัขส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าน่ากินครับ สุนัขมักชอบเนื้อสัตว์มากกว่าอาหารประเภทที่มีโปรตีนและไขมันสูงแต่ไม่ใช่ เนื้อ เช่น ไข่ และถ้าให้ไล่เรียงตามลำดับจากชอบมากไปหาน้อยจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อไก่ และเนื้อม้า อาหารกระป๋องมักมีความน่ากินกว่าอาหารพวก semimoist (อาหารที่มีความชื้นอยู่ระหว่างอาหารกระป๋องกับอาหารเม็ด) และอาหารเม็ดจะมีความน่ากินน้อยที่สุด ถ้าเปรียบเทียบระหว่างเนื้อประเภทเดียวกัน เนื้อที่มีในรูปกระป๋องจะน่ากินกว่าเนื้อที่ปรุงสุก และเนื้อดิบตามลำดับ เนื้อบดจะมีความน่ากินกว่าเนื้อที่ปรุงสุก และเนื้อดิบตามลำดับ เนื้อบดจะมีความน่ากินกว่าเนื้อที่เป็นชิ้น และอาหารที่อุ่นแล้วจะน่ากินกว่าอาหารที่มาเย็น ๆ

           ความชอบในเรื่องอาหารเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสุนัขแต่ละตัวที่อาจจะแตกต่างกันได้ครับ สภาพแวดล้อมก็มีส่วนอาหารบางอย่างอาจไม่ได้น่ากินมากแต่ถ้ามาในเวลาที่สุนัขหิวก็อาจจะอร่อยได้ สุนัขที่เลี้ยงอยู่ร่วมกับตัวอื่นมีแนวโน้มที่จะกินอาหารบ่อยขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิม (โดยเฉพาะสุนัขโตจะกินมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีสุนัขตัวใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน) หรือถ้าหากอยู่ในห้องที่อากาศร้อน สุนัขมักจะกินอาหารลดลง ประสบการณ์ในการเรียนรู้ก็มีส่วนสำคัญ หากเจ้าของเลี้ยงลูกสุนัขตั้งแต่ช่วงที่หย่านมจนถึงอายุ 6 เดือน โดยไม่ได้ให้อาหารอื่นนอกจากอาหารชนิดเดิม เช่น อาหารเม็ดยี่ห้อที่เรากำหนดไว้ ลูกสุนัขมักจะปฏิเสธที่จะกินอาหารชนิดอื่นที่ไม่เคยกิน

สุนัขชอบกินขนมหวานหรือเปล่า

           สุนัขป่าที่อยู่ในธรรมชาติไม่มีโอกาสกินอาหารที่มีรสหวาน แต่ลิ้นสุนัขมีตุ่มรับรสหวานและสุนัขเองก็ชอบกินอาหารที่มีรสหวานมากกว่าอาหารรสจืดด้วย ตุ่มรับรสนี้นอกจากตอบสนองกับน้ำตาลแล้ว ยังตอบสนองกับกรดอะมิโนโดยจะแปลผลออกมาเป็นรสหวาน น้ำตาลที่สุนัขชอบมาก คือ กลูโคส รองลงไปเป็นฟรุคโตสลูโครสตามลำดับ แต่หากเป็นน้ำตาลมอลโตสหรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น ขัณฑสกร สุนัขจะไม่ชอบกินเลย คงไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าสุนัขบางตัวชอบกินผลไม้สุก (ซึ่งมีน้ำตาลซูโครสสูง) ที่สำคัญ คือ ร่างกายของสุนัขไม่มีกลไกโดยธรรมชาติที่สั่งให้พอเมื่อกินอาหารหวาน ๆ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะกินมากเกินความจำเป็น เจ้าของจึงควรต้องระมัดระวังในการให้อาหารหวานด้วยครับ


เมื่อเบื่ออาหาร

           "สุนัขเบื่ออาหาร" เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเจ้าของหลาย ๆ คน ที่สำคัญ คือ เจ้าของควรพาไปพบสัตวแพทย์ก่อนสุนัขบางตัวอาจจะมีความอยากอาหารดี น้ำตาไหล และสนใจอาหารตลอด แต่อาจไม่สามารถกินได้เพราะมีโรคฟันหรือกระดูกคอมีปัญหา ทว่าสำหรับสุนัขที่ไม่มีความมอยากอาหารเลย อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น เจ็บป่วย มีไข้ คลื่นไส้ ผอมแห้ง หรือเป็นปัญหาเชิงพฤติกรรม อาทิ ความเครียดเวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน

          
 สุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรงแต่กินน้อยอาจเป็นปกตินิสัยของสุนัขตัวนั้น หรืออยู่ในช่วงที่สุนัขเป็นสัดหรือท้องเทียม ปัญหาใหญ่เชิงพฤติกรรมที่พบได้บ่อย คือ เมื่อสุนัขเบื่ออาหารเจ้าของมักจะนำอาหารพิเศษหรือขนมมาให้สุนัขกินสุนัขจะเกิดเงื่อนไขของการรอไม่ยอมกินอาหารเพื่อรอเจ้าของนำอาหารที่ดีกว่ามาให้จนเป็นปกตินิสัย สิ่งหนึ่งที่เจ้าของควรรู้ คือ แทบจะไม่มีสุนัขที่สุขภาพดีตัวไหนยอมอดอาหารจนตาย จึงไม่ควรเสนออาหารพิเศษให้สุนัขโดยไม่จำเป็น

           อีกสาเหตุของการเบื่ออาหารที่พบได้บ่อย คือ เมื่อสุนัขถูกนำไปฝากไว้ที่อื่นเวลาที่เจ้าของไปทำธุระไกล ๆ สุนัขบางตัวอาจจะไม่ยอมกินอาหารเลย จนกว่าเจ้าของจะกลับมาหรือจนกว่าจะรู้สึกคุ้นเคยกับผู้ที่ดูแลสุนัขในสถานที่รับฝาก แนวทางการแก้ปัญหาที่พอทำได้ คือ ควรนำสุนัขไปฝากไว้กับสถานรับฝากที่คุ้นเคยเป็นช่วงสั้น ๆ ไป ๆ กลับ ๆ บ่อยครั้งจนสุนัขเกิดความเคยชินก่อนที่เจ้าของจะฝากสุนัขไว้เป็นเวลานาน หรืออาจจะหาคนที่คุ้นเคยกับสุนัขมาดูแลสุนัขที่บ้านหรือฝากไว้กับเพื่อนบ้านในเวลาที่เจ้าของไม่อยู่

เมื่อกินมากไป...

           สุนัขในธรรมชาติต้องมีการออกเดินทางเพื่อล่าสัตว์ แต่ละครั้งที่ล่าสัตว์ได้ก็จะกินอาหารเป็นปริมาณมากเพราะไม่รู้ว่าจะมีอาหารมื้อต่อไปกินอีกเมื่อไหร่ พฤติกรรมนี้จึงตกทอดมาทางพันธุกรรมของสุนัขบ้านในปัจจุบัน คือหากมีอาหารให้กินสุนัขจะกินอย่างเต็มที่ในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก ซึ่งพลังงานจากอาหารที่กินไปนั้นมักจะเกินกว่าความต้องการของร่างกายไปมาก เนื่องจากสุนัขบ้านแทบจะไม่ต้องใช้พลังงานในการออกเดินทางเพื่อหาอาหารเลย (ส่วนนี้หมายถึงสุนัขที่สุขภาพปกตินะครับ ไม่รวมถึงสุนัขที่กินเยอะจากการป่วยเป็นโรค เช่น เบาหวาน) เจ้าของส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าสุนัขกินได้ก็มักจะเติมให้อีกเพราะคิดว่าสุนัขไม่อิ่ม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคอ้วน

           สุนัขพันธุ์ที่มีพันธุกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ได้แก่ อเมริกันค็อกเกอร์สกอตทิช เทอร์เรียร์ และบีเกิล โดยมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคอ้วนจะสูงขึ้นในสุนัขเพศเมียสุนัขที่ทำหมันแล้ว สุนัขที่อยู่ในช่วงกลางวัยจะอ้วนง่ายกว่าสุนัขเด็ก สุนัขที่ได้กินขนมหรือได้อาหารจากโต๊ะเวลาที่เจ้าของกิน หรือสุนัขที่กินอาหารปรุงเองที่บ้านก็เป็นอีกกลุ่มที่มักจะอ้วนง่าย

         
  แนวทางป้องกัน คือ เจ้าของควรระมัดระวังในการให้อาหารที่มีแคลอรีสูง หรือให้ขนมในปริมาณที่มากเกินไป เปลี่ยนมาใช้คำชม การลูบหัว หรือเล่นกับสุนัขเพื่อเป็นรางวัลให้สุนัขเวลาที่ตามคำสั่งแทนเป็นบางครั้ง กำหนดสถานที่และเวลาในการกินอาหารของสุนัขที่แน่นอนและทำให้เป็นประจำ ห้ามให้อาหารในบริเวณอื่นหรือเวลาอื่นนอกจากนี้ จะช่วยลดพฤติกรรมที่สุนัขมาขออาหารที่โต๊ะได้และเวลาให้อาหารเจ้าของควรคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับน้ำหนักสุนัขแล้ว ใส่ไว้ให้ในชามอาหารเลย อย่าป้อนอาหารสุนัขเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเผลอให้อาหารเกินความจำเป็นโดยเฉพาะเมื่อสุนัข ขอท่องไว้ครับกินให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากขึ้นแล้วจะห่างไกลจากโรคอ้วนครับ

เรื่องโดย : น.สพ.กมล ภาคย์ประเสริฐ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Wednesday, January 11, 2017

10 ภาพสุดฮาของเหล่าเจ้าตูบ ฮาแบบนี้ไม่แชร์ไม่ได้แล้ว



         ส่งต่อความฮากันเป็นทอด ๆ กับ 10 ภาพสุดฮาของเหล่าเจ้าตูบบนทวิตเตอร์ ถือเป็น 10 ภาพสุดฮาแห่งปีเลยทีเดียว จะฮาแค่ไหนไปชมกันเลย !           

          เป็นกระแสดังในทวิตเตอร์อยู่เรื่อย ๆ สำหรับภาพตลก ๆ ของเหล่าเจ้าตูบ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้เจ้าของทวิตเตอร์และเจ้าตูบทั้งหลายที่ได้ส่งต่อความฮากันมาเป็นทอด ๆ งานนี้กระปุกดอทคอมไม่รอช้า รวบรวม 10 ภาพที่เว็บไซต์ boredpanda การันตีมาว่าเป็นภาพสุดฮาแห่งปีจากทวิตเตอร์ที่ทาสหมาไม่ควรพลาด




ภาพจาก KateOfHysteria


          - อย่าปล่อยหมาไว้กับเด็ก...ไม่อย่างนั้นจะได้หมาที่มีเล็บฟรุ้งฟริ้งแบบนี้ 
 
 
 

ภาพจาก Adeline_Garrett


          - กรี๊ด...ตุ๊กตา !! อย่าเอาเข้ามาใกล้นะ กลัวแล้วจ้า 
 
 
ภาพจาก dogtextings

          - ก็แค่อยากหารายได้พิเศษ...เต้นโพลแดนซ์แป๊บ


ภาพจาก LeahTiscione

          - มองอะไร ไม่เคยเห็นหมาหรือไง แบร่ !
 
 
ภาพจาก mynameisntdave

          - หน้าตาดูตั้งใจทำงานมากเลย...โอ๊ย


ภาพจาก Probgoblin

          - รู้แล้วว่าชอบเล่นคาบกิ่งไม้ แต่นี่มันจะเยอะเกินไปเปล่า โถ...เต็มปากเลย


ภาพจาก dogtextings

          - ผมฝันร้ายงะ...เข้าไปนอนด้วยได้ไหม ?






ภาพจาก QaizerSoze

          - เซ็กซี่แบบนี้หาได้ที่ไหน...ไม่มี้



ภาพจาก RyanBarrell

          - ขอขอบคุณทุกเสียงโหวต ผมสัญญาว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง !



ภาพจาก dogtextings

          - นี่มันตัวอะไรกันหนอ...?




ขอขอบคุณข้อมูลจาก boredpanda
http://pet.kapook.com/view163300.html

Monday, January 9, 2017

สุนัขสายพันธุ์ใดเหมาะกับคุณ?



เชื่อว่าคนที่รักสุนัขต่างก็มีสายพันธุ์ที่ชื่นชอบอยู่ในใจ แต่สุนัขสายพันธุ์ที่เราชอบนั้นจะใช่และเหมาะสมกับเราหรือไม่ ลองมาทำแบบทดสอบกันค่ะ

1. ข้อใดต่อไปนี้ตรงกับความเป็นตัวคุณมากที่สุด
a. กระตือรือร้น แคล่วคล่อง ว่องไว สนุกสนาน ร่าเริง อารมณ์ดี
b. มั่นใจในตัวเอง เอาใจใส่กับทุกสิ่ง ชอบให้คนมาเอาใจ
c. เคร่งขรึม ลึกลับ มีโลกส่วนตัวสูง

2. ใน 1 วัน คุณมีเวลาว่างอย่างน้อยกี่ชั่วโมง
a. 1-2 ชั่วโมง
b. 5 ชั่วโมงขึ้นไป
c. ระบุไม่ได้ อาจมีเวลาว่างหรือไม่มีก็ได้

3. หากคุณมีวันหยุดยาว 1 สัปดาห์ กิจกรรมที่คุณเลือกทำคือข้อใด
a. ไปเที่ยวทะเล
b.เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้ง
c. เดินป่า ยิงนก ตกปลา ปีนเขา เน้นกิจกรรมลุย ๆ

4. การดูแลตัวเองในแบบของคุณ
a. ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่พิถีพิถันอะไรมาก
b. ก่อนออกจากบ้านต้องเนี้ยบเรียบกริบ รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว
c. ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองสักเท่าไหร่

5. กิจกรรมที่คุณชอบทำในวันหยุด
a. ปลูกต้นไม้
b. ทำอาหาร
c. เล่นกีฬา

6. คุณเลี้ยงสุนัขเพราะเหตุใด
a. ต้องการเพื่อน
b. เพราะเหงา
c. เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน

หากคุณเลือกตอบข้อ a มากที่สุด
คุณเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง แคล่วคล่อง กระฉับกระเฉง และออกแนวไฮเปอร์นิด ๆ  สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่ขี้เล่น ชอบชีวิตกลางแจ้งอย่างสายพันธุ์ บีเกิ้ลแจ็ก รัสเซลล์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์บูล เทอเรียร์ไซบีเรียน ฮัสกี้ และ ปั๊ก


หากคุณเลือกตอบข้อ b มากที่สุด
คุณเป็นคนที่มีความมั่นใจเกินร้อยแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและขี้เหงา ไม่ชอบความโลดโผน เป็นคนรักสวยรักงาม และมีจิตใจอ่อนไหวง่าย สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่ช่างประจบ ห่วงเจ้าของ สวยสง่า น่ารัก ฉลาด และออกแนวเจ้าเล่ห์นิด ๆ เช่น สุนัขสายพันธุ์ ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์,เวสต์ ไฮแลด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ชิสุพุดเดิ้ลมอลทีสปอมเมอเรเนียนปักกิ่ง ชเนาว์เซอร์ และชิวาว่า


หากคุณเลือกตอบข้อ c มากที่สุด
คุณเป็นคนที่ดูเคร่งขรึม น่าค้นหา และเป็นคนที่ไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดง่าย ๆ รักอิสระ สุนัขสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณจึงควรเป็นสุนัขที่แลดูสง่า กล้าหาญ ตื่นตัวอยู่เสมอ ได้แก่ สายพันธุ์ไทยหลังอานบางแก้วร็อตไวเลอร์และ เฟรนช์ บูลด็อก



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view9001.html

เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/14214555064548807/


Saturday, January 7, 2017

น้องหมานอนกรน....เพราะเหตุใด?




การที่น้องหมานอนกรนนั้น ก็มีสาเหตุที่ใกล้เคียงกับในคนนี่แหละค่ะ โดยเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนอยู่ หรือเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายบางอย่าง เช่น กะโหลกศีรษะ กระดูกใบหน้าหรือโครงสร้างของหลอดลม ทำให้มีภาวะหยุดหายใจไปชั่วขณะซึ่งก็ คือ การนอนกรนนั่นเอง และต่อไปนี้ คือ สาเหตุต่างๆ ที่สามารถทำให้น้องหมานอนกรนได้ค่ะ

สาเหตุที่น้องหมานอนกรน

อ้วนเกินไป 
การที่น้องหมามีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จะทำให้มีไขมันสะสมกระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น สะโพก ท้อง ต้นขา และยังพบว่ามีเนื้อเยื่อไขมันกระจายอยู่รอบๆ ทางเดินหายใจช่วงบนมากขึ้นด้วย โดยไขมันที่พอกบริเวณคอนี้เองจะทำให้ช่องคอแคบลงได้ ร่วมกับการที่หน้าท้องมีไขมันเกาะอยู่มาก ทำให้กะบังลมทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจุของปอดลดลง จึงล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วขณะได้โดยง่าย นั่นก็ คือ การนอนกรนนั้นเอง

แน่นจมูก
จมูกเป็นต้นทางของทางเดินหายใจ ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้เกิดอาการแน่นจมูก เช่น น้องหมาเป็นหวัด มีน้ำมูก ภูมิแพ้ เยื่อบุจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือมีเนื้องอกในจมูก ย่อมทำให้เกิดอาการกรนขึ้นได้

หน้าแบน
ยกตัวอย่างเช่น น้องหมาพันธุ์ ปักกิ่ง ปั๊ก ชิสุ บูลด็อก บอสตัน เทอร์เรียร์ เป็นต้น การที่มีหน้าตาแบนๆ จะทำให้มีพื้นที่ทางเดินหายใจช่วงบนแคบลงและเกิดการอุดตันได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการติดเชื้อในทางเดินหายใจ จึงทำให้นอนกรนค่ะ 


การใช้ยาชาเฉพาะที่
เมื่อมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับอาการเจ็บปวดต่างๆ ในน้องหมาอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อต่างๆ คลายตัวลงจึงทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ 


การต้องอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่
การที่น้องหมาต้องอยู่ในที่ซึ่งมีควันบุหรี่หรือเจ้าของสูบบุหรี่ ก็จะทำให้น้องหมาได้รับควันบุหรี่ไปด้วย ซึ่งควันบุหรี่นั้นจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบ
ทางเดินหายใจแย่ลง ทำให้คออักเสบจากการระคายเคือง มีการหนาบวมของเนื้อเยื่อ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการอุดตันได้ง่าย และยังส่งผลเสียต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอีกด้วย 


วิธีแก้ไขเมื่อน้องหมานอนกรน

ถ้าน้องหมามีอาการกรนจากสาเหตุข้างต้น ก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปตามสาเหตุ เช่น ถ้าอ้วนเกินไปก็ควรจำกัดอาหารและลดความอ้วนของเขา แต่สำหรับน้องหมาที่มีหน้าแบนๆ ทั้งหลายนั้น อาจลดการนอนกรนของเขาได้โดยการปรับเปลี่ยนท่าทางการนอนให้เหมาะสม เช่น น้องหมาบางตัวชอบนอนหงาย ซึ่งจะทำให้มีอาการกรนได้มากขึ้น ฉะนั้นเจ้าของจะต้องคอยจัดท่าทางการนอนให้ใหม่ ในท่าทางที่หายใจได้สะดวกมากขึ้น หรือมีบางคำแนะนำบอกไว้ว่า การให้น้องหมานอนในที่นอนลักษณะโค้งกลมจะช่วยให้เขาอยู่ในท่าทางที่หายใจได้ ดีขึ้นและลดอาการนอนกรนลงได้ค่ะ

หวังว่าจะทำให้เจ้าของหลายๆ คนมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการนอนกรนของน้องหมาได้มากขึ้น ฉะนั้นลองหาสาเหตุดูว่าน้องหมาของเราเข้าข่ายในข้อไหนบ้างหรือเปล่า เผื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการลดอาการนอนกรนของเขาลงได้บ้าง 
จะได้ไม่ต้องให้เขามากรนแข่งกับเรานะคะ….
  
แหล่งที่มา  http://hukionline.com
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/571605377683325577/

จะรู้ได้ไงว่าน้องหมาไม่สบาย


ถ้าคุณเป็นคนที่หมั่นสังเกตุสุนัขของคุณอยู่ทุกวัน ก็ย่อมที่จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสุนัขที่ไม่สบาย แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จริงไหมครับ ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็ควรจะรู้ถึงอาการเบื้องต้นที่สังเกตุได้ เมื่อสุนัขกำลังจะป่วย  

สรุปก็ คือ ถ้าสุนัขของคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ แสดงว่าเขาเริ่ม ที่จะไม่สบายแล้วล่ะครับ

• 
ตา อาจพบว่ามีขี้ตา ตาแดง น้ำตาไหลตลอดเวลา แววตาเปลี่ยนไป มีความผิดปกติที่กระจกตาหรืออื่นๆ
• 
หู พบว่ามีน้ำหนองไหลออกจากรูหู หูมีกลิ่นแรง ขี้หูเป็นสีดำเหมือนเกล็ดกาแฟ ใบหูบวม หนาตัวขึ้น หรือสุนัขมีอาการเกาหูบ่อยๆ
• 
จมูก พบว่าจมูกแห้ง ไม่ชุ่มชื้น หรือมีเลือดออกจากรูจมูก
• 
ผิวหนังและขน พบว่าขนร่วง ขนหยอง ผิวหนังแห้งเป็นรังแค มีกลิ่นเหม็น หรือ มีก้อนเนื้อที่ใหญ่ผิดปกติเกิดขึ้น
• 
ขา พบว่ามีการบวมใหญ่ขึ้น ฝ่าเท้าแข็งผิดปกติ ยกขา เดินกะเผลก หรือไม่ยอมลุกเดินเลย
• 
ท้อง อาจพบว่าขยายใหญ่ขึ้นทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งท้อง
 อวัยวะเพศ มีหนองไหลออกมาตลอดเวลาจากอวัยวะเพศเมีย หรือ มีเลือดซึมออกมาจากอวัยวะเพศผู้ ลูกอันฑะบวมแดง ขยายใหญ่ หรือพบก้อนเนื้องอกออกมาจากอวัยวะเพศผู้และเพศเมีย เป็นต้น

นอกจากจะมีอาการผิดปกติทางกายแล้ว สุนัขป่วยมักแสดงพฤติกรรมที่แปลกไปจากเดิมด้วย เช่น ซึม เบื่ออาหาร กินน้ำมากหรือน้อยเกินไป ตัวร้อนผิดปกติหรืออุณหภูมิเกิน 103องศาฟาเรนไฮต์ อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะบ่อยเกินไป สีของปัสสาวะผิดปกติไป กล้ามเนื้อกระตุกหรือชัก การทรงตัวขณะเดินหรือวิ่งผิดปกติ การตอบสนองต่อเจ้าของผิดไปจากเดิม อารมณ์แปรปรวน 

ซึ่งความผิดปกติที่กล่าวมานี้ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า สุนัขของคุณป่วยแล้วนะ และถ้าหากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ได้แต่เนิ่นๆ แล้วพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว สุนัขของคุณก็จะได้รับการรักษาและหายป่วยได้เร็วขึ้น แต่ถ้าคุณสังเกตุเห็นว่าสุนัขมีอาการผิดปกติ แต่ปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปกว่าจะพามาพบหมอ บางครั้งก็อาจสายเกินไป ทำให้หมอไม่สามารถรักษาชีวิตของสุนัขไว้ได้ 

ดังนั้นหากพบว่าสุนัขของคุณมีความผิดปกติดังที่กล่าวมา ถึงแม้จะเพียงแค่ซึม เบื่ออาหาร ก็ควรพามาพบสัตวแทย์ให้เร็วที่สุดครับ... 


ที่มา..."นิตยสาร DOGAZINE" ,http://pipekemon.tripod.com