Sunday, February 16, 2020

อุบัติภัยรอบตัวน้องหมา




อุบัติภัยรอบตัวน้องหมา (Dogazine Healthy)
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ

          อย่างที่ทราบกันดีว่าน้องหมาตัวยุ่งมักจะหาเรื่องปวดหัวมาให้เราได้เสมอ ด้วยลักษณะนิสัยของสุนัขที่มีความอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งรอบตัวในบ้าน ในบางครั้งความช่างสงสัยเหล่านี้ก็เป็นเหตุให้นักสำรวจได้รับอันตรายจากการสำรวจบ้านได้ เช่น กองไม้ ไม้พุ่มในสวนสวย หรือแม้กระทั่งในห้องเก็บของ สิ่งแวดล้อมต่างๆ เหล่านี้อาจก่ออันตรายให้กับสุนัขได้จากเหล่าแมลงทั้งหลาย ซากหนูตาย พืชมีพิษ และแมลงสัตว์กัดต่อย รวมไปถึงอันตรายที่มาจากสารพิษต่าง ๆ ที่เราไม่รู้อีกด้วย เมื่อเจ้าตัวเล็กของคุณเกิดอุบัติเหตุ ใจเย็น ๆ ไว้ อย่าเพิ่งตระหนก ค่อยๆ คิดอย่างมีสติ หากคุณเตรียมตัวเตรียมใจไว้อย่างดีแล้วล่ะก็ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป พาสุนัขไปที่โรงพยาบาลสัตว์ให้เร็วที่สุด โดยต้องขนย้ายสัตว์ป่วยอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุด


 ว่าด้วยเรื่องสารพิษ

          การได้รับสารพิษอันตรายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของสุนัขสูงสุด เมื่อพบว่าสุนัขตายโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็มีหลายกรณีที่พบว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และภัยธรรมชาติต่าง ๆ

          ในกรณีที่สุนัขได้รับสารพิษโดยการกิน สิ่งที่สำคัญก็คือต้องทราบว่าสารพิษนั้นมาจากอะไร หากสุนัขเผลอไปกินอะไรแปลก ๆ เข้า เจ้าของอาจนำฉลากของสารพิษเหล่านั้นมาดูว่าประกอบด้วยสารชนิดใด เพื่อแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบได้อย่างถูกต้อง เมื่ออาการของความเป็นพิษเริ่มแสดงออกมาให้เห็น ควรรีบพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์ทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เร็วที่สุด

          หากสุนัขได้รับสารพิษจากการกินเศษซากของสิ่งมีพิษต่าง ๆ ก็จะปรากฏให้เห็นในกระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงต้องนำสารก่อพิษออกจากกระเพาะอาหาร โดยสัตวแพทย์จะทำการล้างท้องเพื่อรักษา ในหลายๆ กรณีอาจต้องทำให้สุนัขอาเจียนออกมา เช่น หากเราเห็นสุนัขกำลังกินสารมีพิษเข้าไป ควรทำให้สุนัขอาเจียนเอาสารมีพิษนั้นออกมาทันที แต่ในบางกรณีก็ไม่ควรทำให้สุนัขอาเจียนออกมา เช่น สุนัขเพิ่งอาเจียนออกมา สุนัขมีอาการหายใจลำบาก มีอาการชัก หรืออาการเกี่ยวกับระบบประสาท และสุนัขกลืนสารที่มีความเป็น กรด ด่าง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ของใช้ในบ้านที่มีสารเคมี ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปิโตรเลียม รวมทั้งของแหลมต่างๆ เพราะอาจทำให้เกิดการฉีกขาดที่ทางเดินอาหารได้


 ตั้งสติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

          ในบางครั้งการเผลอเปิดประตูรั้วไว้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เจ้าตัวยุ่งก็วิ่งพุ่งออกไปที่ถนนอย่างรวดเร็ว และสุนัขที่โชคร้ายอาจวิ่งหลบไม่พ้นรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว การขนย้ายสุนัขที่ได้รับความกระทบกระเทียมรุนแรงควรกระทำด้วยความระมัดระวัง หากสงสัยว่าอาจมีกระดูกหัก ได้รับความกระทบกระเทียนที่สันหลัง หรือมีเลือดออกที่อวัยวะภายใน ควรทำการขนย้ายสุนัขบนอุปกรณ์ที่มีความแน่นหนามั่นคง วางสุนัขบนเปล หรือผ้าขนหนูที่ขึงตึง โดยไม่เอาผ้ามาคลุมหน้าสุนัขไว้ เพราะอาจทำให้เค้าตื่นกลัว

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

          เมื่อลูกสุนัขเคี้ยวอาหารอย่างรวดเร็ว หรือเคี้ยวเอาของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว อาจเกิดการสำลักติดคอขึ้นมาได้ หากเจ้าของไม่ได้อยู่ดูแลในบริเวณนั้น และสุนัขไม่ได้รับการดูแลที่รวดเร็วก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ วิธีป้องกันอาการสำลักมีเทคนิคง่ายๆ เพียงแค่เจ้าของอย่าให้ลูกสุนัขของคุณเล่นของเล่นที่มีขนาดเล็กกว่าใบหน้าเจ้าตัวยุ่งเท่านั้น และเมื่อเกิดการสำลักขึ้นมาแล้วให้จับสุนัขให้อยู่ในท่ายืน พยายามล้วงเอาของที่ติดอยู่ที่คอออก แต่หากไม่สามารถทำได้ ควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์

          เหตุการณ์รุนแรง เช่น อุบัติเหตุ อาการสำลักอย่างรุนแรง การได้รับสารพิษ หรือโดนไฟฟ้าช็อต อาจเกิดขึ้นได้ การช่วยชีวิตสุนัขด้วยวิธี CPR เบื้องต้น อาจช่วยชีวิตสุนัขของเราให้ปลอดภัยได้ โดยหากลูกสุนัขมีขนาดใหญ่ ให้จัดท่าลูกสุนัขนอนในท่าตะแคงขวา แต่หากลูกสุนัขมีขนาดตัวเล็ก ให้วางมือของเราไว้ที่อีกด้านของช่องอก กดช่องอกที่บริเวณหัวใจ ด้วยจังหวะ 1 ครั้งต่อวินาที สลับกับการเป่าลมเข้าทางเดินหายใจทุกๆ 6 วินาที

          การห้ามเลือดในกรณีที่เกิดบาดแผลจากการขีดข่วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงแค่ทำความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่นานแผลก็จะหายดี แต่หากแผลมีเลือดออกมากและไหลไม่หยุด ให้ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผล ใส่ยาสำหรับใส่แผล และทำการพันแผลเอาไว้ แต่หากเลือดยังไหลอยู่เรื่อยๆ ควรทำการกดแผลเอาไว้ แล้วพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ เพราะสุนัขอาจเสียเลือดจนเสียชีวิตได้

          เมื่อสุนัขถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือโดนสัตว์มีพิษทำร้าย ซึ่งบริเวณนั้นอาจบวม และสุนัขมีการเกาหรือเลียตรงที่เป็นแผล อันตรายร้ายแรงจะเกิดขึ้นเมื่อสุนัขมีอาการแพ้จากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือถูกพิษ หากพบว่าสัตว์มีพิษกัด ให้ทำการล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาด แล้วนำสุนัขมาพบสัตวแพทย์ทันที

          นอกจากนี้ลูกสุนัขจอมจุ้นอาจได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ซึ่งทำให้เกิดผิวหนังเป็นรอยไหม้ได้ ให้เจ้าของสุนัขทำการราดน้ำล้างบริเวณที่ถูกสารเคมีนาน 5-10 นาทีด้วยน้ำสะอาด และใช้ครีมที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะทาวันละ 2 ครั้ง แต่หากมีแผลเป็นบริเวณกว้าง ควรพาลูกสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันที

          สุดท้าย สิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใด คือเจ้าของสุนัขควรตั้งสติให้ดี หากความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นยากเกินกว่าที่เราจะรับมือในเบื้องต้นได้ ให้รีบพาสุนัขไปสถานพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุด เพื่อความปลอดภัยของสุนัขของท่านเอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/15551561204515053/

Saturday, February 15, 2020

สิ่งจำเป็นสำหรับลูกสุนัข ที่คุณควรรู้



สิ่งจำเป็นสำหรับลูกสุนัขที่คุณควรรู้ (dogloverzone)

          เพื่อเป็นการต้อนรับสมาชิกตัวน้อยเข้าสู่บ้านหลังใหม่ เราควรซื้อของต่อไปนี้เตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้คุณและลูกสุนัขได้ใช้เวลาในการทำความรู้จักซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น 

 ชามใส่อาหารและน้ำ

          เพราะลูกสุนัขมักมีนิสัยขี้เล่นและซน คุณจึงควรมองหาชามที่ไม่คว่ำง่ายและทำความสะอาดได้สะดวก ควรแยกชามอาหารและชามน้ำเป็นอย่างละใบ เพื่อให้บริเวณรับประทานอาหารของลูกสุนัขสะอาดอยู่เสมอ เริ่มต้นจากชามขนาดเล็กก่อนก็ได้ค่ะ แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นชามขนาดใหญ่เมื่อลูกสุนัขของคุณโตขึ้น 

 ปลอกคอ

          ปลอกคอน้ำหนักเบานั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเข็มขัดหรือแบบติดแป๊ก แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน อย่าลืมติดป้ายไว้ที่ปลอกคอ โดยระบุชื่อของลูกสุนัข รวมทั้งที่อยู่และเบอร์ติดต่อของคุณ

          ปลอกคอของลูกสุนัขควรทำจากไนลอนหรือหนังที่มีน้ำหนักเบา และมีขนาดที่เหมาะสม ซึ่งจะวัดได้โดยการวัดรอบคอลูกสุนัขและบวกเพิ่มอีก 2 นิ้ว และเพื่อให้มั่นใจว่าปลอกคอนั้นพอดีกับขนาดคอ ให้ลองสอดนิ้ว 2 นิ้วเข้าไประหว่างปลอกคอของลูกสุนัข หากสามารถขยับได้สบาย แปลว่าปลอกคอนั้นขนาดกำลังดี แต่ถ้าหากเหลือพื้นที่ระหว่างนิ้วกับปลอกคอมากเกินไป แปลว่าปลอกคอนั้นหลวม แต่ถ้าหากไม่สามารถสอดนิ้วเข้าไปได้ แปลว่าคุณอาจต้องเลือกปลอกคอใหม่

          คุณอาจต้องให้เวลากว่าลูกสุนัขทำความคุ้นเคยกับการใส่ปลอกคอ หากเห็นว่าลูกสุนัขอึดอัดหรือพยายามตะกุยเพื่อเอาปลอกคอออก อย่างไรก็ตามคุณควรคอยปรับขนาดปลอกคอให้พอดีกับร่างกายของลูกสุนัขเมื่อโตขึ้นด้วย 

 สายจูง

          สายจูงสุนัขมีให้เลือกหลากหลายเช่นกันค่ะ ทั้งที่ทำจากหนังหรือไนลอน และที่สามารถม้วนเก็บได้ รวมถึงยังมีความยาวให้เลือกหลายแบบอีกด้วย โดยความยาวของสายจูงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนและพาสุนัขไปเดินเล่นควรอยู่ที่ 6 ฟุต

          คุณควรผูกสุนัขไว้กับสายจูงตลอดเวลา  ยกเว้นเวลาที่นำสุนัขไปในบริเวณที่จำกัดขอบเขต   

 อุปกรณ์เครื่องแต่งตัว

          เตรียมพร้อมเพื่อความสวยหล่อให้ลูกสุนัขด้วยการเลือกอุปกรณ์เครื่องแต่งตัวให้เหมาะกับขนของสุนัข เช่น สุนัขพันธุ์ขนสั้น เลือกใช้แปรงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ หวียาง หรือถุงมือ สุนัขพันธุ์ขนยาว เลือกใช้หวีโลหะซี่ใหญ่และหวีตัดผมที่พันกัน และที่ขาดไม่ได้คือหวีสางหมัด โดยมาเริ่มกำหนดตารางการอาบน้ำแต่งตัวในแต่ละสัปดาห์ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเคยชินให้ลูกสุนัข 

 ของเล่น

          ลูกสุนัขก็เหมือนเด็กๆที่ต้องการของเล่น นอกจากจะช่วยให้ลูกสุนัขได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติของสุนัขในเรื่องการกัดแทะ คุณควรเลือกของเล่นที่ผลิตขึ้นสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ โดยจะต้องไม่แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ฉีกออกจากกัน หรือกลืนลงไปได้ง่าย

          ให้เลือกแผ่นหนังขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ฟอก ของเล่นสำหรับแก้คันฟันซึ่งทำจากไนลอน หรือลูกบอลยางแบบแข็ง ซึ่งของเล่นเหล่านี้สามารถเล่นได้สนุกและยังปลอดภัยอีกด้วย แต่หากของเล่นเข้านั้นเข้าปากลูกสุนัขได้ง่าย แปลว่าของเล่นนั้นมีขนาดเล็กเกินไป ซึ่งไมควรนำมาให้สุนัขเล่น

 ของเล่นของลูกสุนัขชนิดที่ไม่ควรนำมาให้สุนัขเล่น ได้แก่

           ของเล่นฟองน้ำหรือสิ่งของที่มีปลายแข็งและแหลม ซึ่งสามารถแตกออกเป็นชิ้นๆ และอันตรายหากกลืนลงไป

           เสื้อผ้าหรือรองเท้า เพราะจะเป็นการสอนให้ลูกสุนัขเข้าใจผิดว่าเสื้อผ้าและรองเท้าเป็นสิ่งที่สามารถกัดแทะได้

           ม้วนเชือก ด้าย กระดาษแก้ว ที่ปิดปากถุงพลาสติก หรือถุงพลาสติกที่มัดจนป่อง ตลอดจนชิ้นส่วนเครื่องใช้ภายในบ้าน ที่อาจเข้าไปติดในคอของลูกสุนัข และทำให้สำลักหรือขาดอากาศหายใจได้

           ของเล่นเด็กที่ทำจากยางนิ่มๆ ขนสัตว์ปุยๆ ฟองน้ำ หรือพลาสติก หากลูกสุนัขกลืนวัสดุเหล่านี้เข้าไป อาจทำให้มีปัญหาที่ระบบทางเดินอาหารได้

 อาหารสำหรับลูกสุนัข

          เพื่อให้ลูกสุนัขเติบโตและแข็งแรงเต็มศักยภาพตั้งแต่เด็ก เพื่อเป็นรากฐานของการเติบโตในอนาคต ควรเริ่มต้นให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุลตั้งแต่สุนัขยังเป็นลูกสุนัข คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารและคุณค่าทางโภชนาการได้ที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ 

 กรงหรือเบาะนอน

          ในช่วงที่สุนัขนอนหลับพักผ่อน ลูกสุนัขก็ต้องการที่นอนที่อบอุ่นและสบายเช่นเดียวกับเราๆ เพราะกรงนั้นจะเป็นที่ที่ลูกสุนัขรู้สึกปลอดภัยในเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน โดยทั่วไปกรงจะมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ กรงพลาสติกแบบล้อมปิดทุกด้านและสามารถยกย้ายได้พร้อมหูจับ กับกรงที่ทำจากลวดเหล็ก

          กรงของลูกสุนัขควรมีขนาดใหญ่พอที่ลูกสุนัขสามารถยืนขึ้น หมุนไปรอบๆ และนอนลงได้  รวมถึงการระบายอากาศที่ดี หากคุณซื้อกรงสำหรับสุนัขโตเต็มวัย ควรมีฉากกั้นหรือใส่กล่องกระดาษลงไปที่ด้านหลัง เพื่อให้มีพื้นที่ที่ลูกสุนัขรู้สึกอบอุ่นและสะดวกสบาย และคุณอาจต้องซื้อเบาะนอนแยกต่างหาก เพื่อให้ลูกสุนัขนอนเล่นเวลาที่คุณอยู่บ้าน ซึ่งควรเป็นขนาดสำหรับลูกสุนัขมากกว่าจะเป็นขนาดสำหรับสุนัขโตเต็มวัย เพื่อให้ลูกสุนัขรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

 น้ำยาเช็ดพื้นและน้ำยาดับกลิ่น

          น้ำยาเช็ดพื้นและน้ำยาดับกลิ่นที่ใช้ทั่วไปภายในบ้านอาจจะปกปิดกลิ่นที่มีอยู่ได้สำหรับมนุษย์ แต่ไม่ใช่สำหรับจมูกที่ไวต่อกลิ่นของลูกสุนัข  ดังนั้น คุณควรใช้น้ำยาเช็ดพื้นและน้ำยาดับกลิ่นสูตรพิเศษ เพื่อขจัดกลิ่นให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง หากคุณใช้น้ำยาทั่วไป ก็ไม่ต้องตกใจหากลูกสุนัขหมุนวนอยู่บริเวณนั้น เพราะลูกสุนัขเพียงแค่พยายามกำหนดเขตแดนของตัวเองเท่านั้น 

 คู่มือการดูแลลูกสุนัข

          ไม่ว่าจะเป็นความแสนซนของลูกสุนัข หรือมือใหม่หัดเลี้ยง คุณควรวางคู่มือขนาดพกพาไว้ตามชั้นหนังสือในห้องนอน ห้องรับแขก หรือห้องครัว เพราะคุณอาจต้องการคำแนะนำอย่างรวดเร็วในบางครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
dogloverzone.com
https://pet.kapook.com/view11571.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/442689838381347848/

Friday, February 14, 2020

มาวัดกัน..น้องหมาฉลาดและเข้าใจคุณ แค่ไหน ?






น้องหมาของคุณฉลาดและเข้าใจคุณดีสักแค่ไหน ? (Dogazine)

1. หากคุณนำขนมใส่ไว้ในห่อ แล้วนำไปวางให้น้องหมา น้องหมาของคุณจะจัดการอย่างไรกับห่อขนมชิ้นนั้น ?

          A.  น้องหมาของฉันจะทำหน้างง ๆ แล้วเอาเท้าเขี่ยเล่น (1 คะแนน)
          B. น้องหมาของฉันจะพยายามทำทุกวิถีทาง ใช้ทั้งปากและเท้า เพื่อให้ได้ขนมในห่อ (2 คะแนน)
          C. น้องหมาของฉันสามารถเปิห่อขนมได้โดยใช้เพียงอุ้งเท้าเท่านั้น (3 คะแนน)

2. หากคุณนำของเล่นชิ้นโปรดของน้องหมาไปซ่อน เขาจะแสดงอาการอย่างไร ?

          A. น้องหมาของฉันจะเดินหาของเล่นด้วยท่าทีที่กระวนกระวายเป็นอย่างมาก (2 คะแนน)
          B. น้องหมาของฉันจะรีบวิ่งไปหา แล้วคาบของเล่นชิ้นนั้นกลับมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ (3 คะแนน)
          C. น้องหมาของฉันจะเลิกเล่นแล้วสะบัดหางไปนอน โดยที่ไม่สนใจจะตามหาของเล่นชิ้นนั้นอีกเลย (1 คะแนน)

3. หากคุณเรียกชื่อน้องหมา 1 ครั้ง เขาจะมีอาการตอบสนองต่อคุณอย่างไร ?

          A. เขาจะค่อย ๆ ถอยห่างจากฉัน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย (1 คะแนน)
          B. เขาจะเดินมาหาฉัน แต่ก็หยุดแค่ครึ่งทาง (2 คะแนน)
          C. เขาจะรีบเดินตรงดิ่งมาหาฉัน พร้อมกระดิกหางรับ (3 คะแนน)

4. หากน้องหมาของคุณทำความผิด แล้วคุณตักเตือนเขาโดยการใช้น้ำเสียงที่ดังและดุดัน เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองคุณอย่างไร ?

          A. เขาจะทำหน้าหงอย ๆ จ๋อย ๆ ไม่กล้าสบตาฉัน (3 คะแนน)
          B. เขาจะส่งเสียงเห่าสวนกลับฉันในทันที (1 คะแนน)
          C. เขาจะเอียงหน้ามองฉันเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปทำกิจกรรมตามอัธยาศัยของเขาต่อ (2 คะแนน)

5. หากคุณใช้คำสั่งเบื้องต้น บอกให้น้องหมา "คอย" เขาจะตอบสนองคุณเช่นไร ?

          A. เขาจะไม่สนใจฉันเลย และยังคงทำกิจกรรมใด ๆ ของเขาต่อไป (1 คะแนน)
          B. เขาหันมามองฉันอย่างฉงน แต่ไม่หยุดคอยตามคำสั่ง อาจกำลังคิดว่า "เจ้านายบ่นอะไรอีกแล้วเนี่ย" (2 คะแนน)
          C. เขาจะหยุดคอยตามคำสั่งของคุณทันที (3 คะแนน)

มาดูผลการทดสอบกัน!

 หากน้องหมาของคุณได้ 5-9 คะแนน

          น้องหมาของคุณมีระดับความฉลาดและเข้าใจคุณในระดับพื้นฐาน เขายังไม่สามารถเข้าใจวิธีการสื่อสารของคุณได้ จึงควรหมั่นฝึกฝนเขาอย่างสม่ำเสมอ อาจชวนเขาเล่นเกมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เขารู้จักการแก้ไขปัญหา และควรฝึกสอนเรื่องต่าง ๆ ซ้ำ ๆ เป็นประจำ ในที่สุดน้องหมาของคุณก็จะสามารถรับรู้และเข้าใจคุณมากขึ้นด้วยสัญชาตญาณของเขาอย่างแน่นอน และอย่าลืม ใส่ใจมอบความรักแก่เขาให้มากกว่านี้อีกนีสสส...นึงด้วยนะ

 หากน้องหมาของคุณได้ 10-14 คะแนน

          น้องหมาของคุณมีระดับความฉลาดและเข้าใจคุณในระดับดี หากคุณพยายามสื่อสารกับเขาให้มากขึ้น และมอบความรักแก่เขาอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดตกบกพร่อง รับรองว่าเขาจะสามารถเรียนรู้และเป็นน้องหมาระดับอัจฉริยะได้ในไม่ช้า

 หากน้องหมาของคุณได้ 15 คะแนน

          น้องหมาของคุณ มีระดับความฉลาดและเข้าใจคุณในระดับดีมาก (เย้!) ทั้งในเรื่องของการปรับตัว หรือการเชื่อฟังคำสั่ง หากคุณฝึกฝนเขาอย่างสม่ำเสมอแบบนี้อีกต่อไป รับรองว่าเขาจะเป็นน้องหมาที่แสนฉลาดและเข้าใจคุณได้ดีที่สุด ชนิดว่ารู้ใจกันเลยเชียวล่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view16900.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/1266706138157154/




Friday, February 7, 2020

สาเหตุและวิธีบรรเทา อาการคันและการเกาของเจ้าตูบ



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          หากเสียงกระดิ่งหรือโลหะที่ปลอกคอของเจ้าตูบกระทบกันดังกรุ๊กกริ๊ก ๆ ถี่ ๆ นี่อาจไม่ใช่เสียงที่มาจากการขยับตัวของมัน แต่เป็นเสียงที่เกิดขึ้นเพราะมันกำลังเกาตัวเองอยู่ต่างหาก ซึ่งนี่เป็นปัญหาชวนคันของทั้งเจ้าตูบและผู้เป็นเจ้าของเลยทีเดียว เจ้าตูบเองก็ทรมานผิวเพราะอาการคัน ส่วนเจ้าของก็รู้สึกยุบยิบหงุดหงิดและกังวลใจตามไปด้วย เพราะได้เห็นมันเกาไม่หยุด ได้ยินเสียงกรุ๊กกริ๊ก ๆ บ่อย ๆ แถมบางครั้งก็ยังได้กลิ่นตุ ๆ จากแผลที่เกิดขึ้นจากการเกาของมันอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาหาทางแก้ไขบรรเทาอาการคันยุบยิบให้กับน้องตูบของเราแล้วล่ะค่ะ แต่ก่อนที่จะไปดูว่าจะแก้ปัญหาของมันอย่างไร เรามาดูสาเหตุของอาการคันกันก่อนดีกว่า

          ในขณะที่ร่างกายของคนเรามักตอบสนองต่ออาการแพ้ต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ด้วยการไอ จาม หรือว่ารู้สึกคัดจมูกน้ำมูกไหล เจ้าตูบนั้นกลับตอบสนองต่ออาการแพ้ด้วยอาการทางผิวหนังเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นก็คือทำให้มันเกิดอาการ "คัน" ขึ้นมานั่นเอง โดยอาการเกาของเจ้าสี่ขาก็จะทำโดย ใช้เท้าเกา ใช้ลิ้นเลีย ใช้ฟันงับ หรือถูไถบริเวณที่คันไปกับพื้น

          สิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เจ้าตูบเกิดอาการแพ้และคันขึ้นมา เป็นได้ตั้งแต่ละอองเกสรดอกไม้ สปอร์เชื้อรา หญ้า ไปจนถึงส่วนผสมบางอย่างในอาหารสัตว์ ซึ่งการวินิจฉัยหาสาเหตุอาการคันของเจ้าตูบนั้น คงไม่สามารถรู้ได้ใน 1 วัน หรือจากการพามันไปพบสัตวแพทย์เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการสังเกต รวมทั้งพิจารณาเรื่อง อายุ สายพันธุ์ของน้องหมา (บางสายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ) และ ส่วนของร่างกายที่เกิดอาการคันร่วมด้วย

          แต่อย่างไรก็ดี ยังนับว่าโชคดีที่น้องหมาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาการคัน และการเกาที่รุนแรงนัก เจ้าของจึงไม่ต้องถึงกับเสียสตางค์หรือใช้เวลามากมายเป็นพิเศษในการดูแลรักษาเจ้าตูบ สิ่งที่สามารถทำเพื่อบรรเทาและรักษาอาการคันของมันได้เป็นอย่างดี ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องการควบคุมเหล่าปรสิต เห็บหมัดต่าง ๆ ที่มาอาศัยอยู่บนตัวสัตว์เลี้ยง ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักของอาการคันคะเยอ การพาไปพบสัตวแพทย์เสียแต่เนิ่น ๆ ที่มีอาการผิดปกติทางผิวหนัง และการดูแลมันอย่างใกล้ชิดขึ้น ดังนี้ค่ะ

วิธีบรรเทาอาการคันและการเกาของน้องหมาที่คุณสามารถทำได้

1. กำจัดเห็บหมัด

          เห็บหมัดทั้งหลายนี่แหละค่ะ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เจ้าตูบของคุณเกิดอาการคันยุบยิบ  พาน้องหมาไปพบคุณหมอเพื่อหาวิธีกำจัดปรสิตตัวจิ๋วออกไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด รวมทั้งที่บ้านคุณก็ต้องรักษาความสะอาดให้กับที่หลับที่นอนของมันด้วย นำที่นอนของมันออกมาซักล้างทำความสะอาดอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง รวมทั้งดูดฝุ่นทำความสะอาดบริเวณที่มันนอน ทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยทำลายวงจรชีวิตของเหล่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญได้เป็นอย่างดี

          ส่วนบริเวณนอกบ้าน คุณสามารถใช้ยากำจัดเห็บหมัด โรยตามบริเวณต่าง ๆ ที่เจ้าตูบของคุณชอบไปกลิ้งเกลือก แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณ สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำข้างกล่องอย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ


2. อาบน้ำเจ้าตูบอย่างสม่ำเสมอ

          อาบน้ำให้เจ้าตูบของคุณอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ด้วยแชมพูที่อ่อนโยนหรือแชมพูที่สัตวแพทย์แนะนำ การอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยขจัดเอาสิ่งที่อาจก่อความระคายเคืองแก่ผิวของเจ้าสี่ขาออกไปได้ นอกจากนี้การอาบน้ำให้มันด้วยน้ำเย็น (ไม่ต้องเย็นจัดนะจ๊ะ) กับแชมพูสูตรโอ๊ตมีล จะช่วยปลอบประโลมผิวของเจ้าตูบได้เป็นอย่างดี สำหรับเจ้าตูบที่มีอาการคันรุนแรง คุณหมออาจให้อาบน้ำด้วยแชมพูพิเศษที่ผสมยาฆ่าเชื้อก็เป็นได้


3. สวมเสื้อให้น้องหมา

          เสื้อผ้าน้องหมาที่ทำมาจากผ้าบางเบา และระบายอากาศได้ดี จะช่วยควบคุมและบรรเทาอาการคันของมันได้ เนื่องจากเสื้อผ้าจะช่วยกันสิ่งแปลกปลอมไม่ให้ถูกผิวหนัง และป้องกันไม่ให้ถูกเกาจนเป็นแผลด้วยค่ะ


4. เปลี่ยนอาหาร

          อาการแพ้ที่ทำให้เกิดการคันของน้องหมาในบางกรณี อาจเกิดจากส่วนผสมบางอย่างในอาหารก็เป็นได้ ฉะนั้นการเปลี่ยนอาหารอาจช่วยแก้ปัญหาอาการคันได้ตรงจุดอีกวิธีหนึ่ง แต่ทั้งนี้คุณไม่ควรเปลี่ยนอาหารให้มันเองโดยพลการ ทางที่ดีควรจะปรึกษาสัตวแพทย์ ผู้จะให้คำแนะนำได้ว่าควรเปลี่ยนอาหารเป็นแบบไหน หรืออาจทดแทนด้วยอาหารซึ่งคุณเตรียมเองที่บ้านก็ได้ค่ะ

          น้องหมาของใครมีอาการคันคะเยอ เกาจนอยู่ไม่สุข เจ้าของก็ต้องดูแลความสะอาดของมันเป็นพิเศษ แต่หากยังมีอาการคันมากจนผิดปกติ ก็ต้องพาไปพบคุณหมอด้วย แล้วเรื่องเล็ก ๆ ที่กวนใจทั้งคนทั้งเจ้าสี่ขาก็จะได้บรรเทาลงไป เจ้าของสบายใจ เจ้าตูบก็สบายตัวด้วยนะคะ ^^


https://pet.kapook.com/view49233.html
เครดิตภาพ   https://www.pinterest.com/pin/270356783874683384/

Thursday, February 6, 2020

10 สายพันธุ์สุนัขสุดซน เอาอะไรมาฉุดก็หยุดไม่อยู่


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Dogster

ถึงแม้สุนัขจะได้ขึ้นชื่อว่า เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก ซื่อสัตย์ และรักเจ้าของ แต่พวกมันก็ยังมีความซุกซนซ่อนอยู่ในตัวเหมือนกัน โดยเฉพาะสุนัข 10 สายพันธุ์ จาก dogster.com ที่บอกได้เลยว่าซน แสบซ่า และบ้าพลังแบบสุด ๆ โดยตัดสินจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของสุนัข อย่างเช่น ระดับความดื้อรั้น ไม่ฟังคำสั่ง เจ้าเล่ห์ ขี้โกง และขี้เล่นมากเกินไปนั่นเอง ว่าแล้วตอนนี้ก็ตามไปดูกันดีกว่า ว่า มีสุนัขสายพันธุ์ไหนติดอันดับบ้าง

1. ดัชชุน (Dachshund)

           เรื่องอื่นอาจจะเป็นรอง แต่เรื่องความซุกซนต้องยกให้สุนัขไส้กรอกหรือดัชชุนเป็นอันดับแรกไปเลย เพราะทุกครั้งที่พวกมันเริ่มออกปฏิบัติการก่อกวน ขอให้เจ้าของเตรียมใจเอาไว้เลยว่า จะต้องมีเรื่องเดือนร้อนตามมาอย่างแน่นอน แม้พวกมันจะไม่รื้อของในบ้านจนกระจุยกระจาย แต่ต้องมีของเสียหายสักอย่างสองอย่างเป็นแน่

2. บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

          ไม่น่าเชื่อว่า สุนัขแสนซื่อตัวนี้จะเข้ามาติดอันดับด้วย นั่นอาจเป็นเพราะความ ซุกซนแบบน่ารัก กับพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ที่ไม่มีสุนัขพันธุ์ไหนสามารถเลียนแบบได้นั่นเอง

3. แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)

          แม้จะตัวเล็ก ๆ แบบนี้แต่ความแสบ ซนของแจ็ค รัสเซล ไม่แพ้ใครเลย และมันอาจทำให้คุณปวดหัวไปอีกนาน เพราะธรรมชาติของสายพันธุ์ที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น จนถึงขั้นซน ขี้เล่น อีกทั้งยังชอบหาอะไรที่น่าตื่นเต้นทำแก้เซ็งอยู่เสมอ อย่างเช่น ขุดรูเพื่อหาทางหนีเที่ยว เอาสิ่งของมาแทะเล่น หรือกระโดดปีนป่ายรั้วบ้าน เป็นต้น

4. ปั๊ก (Pug)

          สุนัขหน้าทะเล้นที่รักการเล่นสนุกเหนือสิ่งอื่นใด และหากเผลอตัวไปเล่นกับพวกมันคุณอาจจะเป็นฝ่ายที่นอนหมดแรงไปก่อนก็ได้ เพราะปั๊กเป็นสุนัขที่มีพละกำลังเหลือล้น แถมยังชอบเอาชนะ ดื้อรั้น และมีความเด็ดเดี่ยว ตามสไตล์พวกมันนั่นเอง

5. มอลทีส (Maltese)

          ถึงแม้เจ้าสุนัขขนยาวนุ่มราวกับแพรไหมตัวนี้ จะมีนิสัยอ่อนโยน เรียบร้อย และเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของเป็นอย่างดี แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมแสบซ่าพอตัว แถมยังชอบเล่นซ่อนแอบกับเจ้าของเสียด้วยสิ

6. อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย (American Pit Bull Terrier)

          แม้ว่าพิทบูลจะขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย แต่อีกด้านหนึ่ง พวกมันก็เป็นสุนัขที่น่ารัก ขี้เล่น และซุกซนเหมือนเด็ก ๆ วันดีคืนดีคุณอาจจะเจอของใช้ส่วนตัวของคุณใต้ที่นอนพวกมันก็ได้ โดยเฉพาะถุงเท้ากับตุ๊กตารูปสัตว์ทั้งหลาย

7. ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย (Yorkshire Terrier)

          สิ่งที่ทำให้เจ้ายอร์คเชียร์มีความสุขได้ นอกจากของเล่นกับอาหารแล้ว ก็คือการที่พวกมันได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเจ้าของนั่นเอง ด้วยความกระตือรือร้นกับพลังการเล่นอันยากจะควบคุม ทำให้เจ้าของหลายคนเกิดอาการปวดหัวไปตาม ๆ กัน

8. ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

           คนที่เป็นเจ้าของสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์คงจะรู้กันดีว่า สุนัขพันธุ์นี้เป็นจอมกวนมือฉมังประจำบ้าน โดยเฉพาะลาบราดอร์ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ถ้าหากเจ้าของเผลอเมื่อไหร่ ต้องมีของหายไปสักชิ้นสองชิ้นอย่างแน่นอน

9. อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)

           เห็นหน้าตาซื่อ ๆ ตัวใหญ่ อวบอ้วนแบบนี้ อย่าคิดว่ามันจะยอมสยบให้กับเจ้าของง่าย  ๆ โดยเฉพาะเวลาที่คุณเห็นว่า พวกมันชำเลืองสายตามองมาที่คุณ หากเจอแบบนี้ให้เจ้าของระวังตัวเอาไว้เลย เพราะอีกไม่นานจะต้องมีเรื่องปวดหัวตามมาอย่างแน่นอน

10. บีเกิล (Beagle)

          สุนัขตัวเล็กที่มีความสามารถรอบตัว อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความเฉลียวฉลาด พอ ๆ กับความซุกซนและสุดแสบของพวกมัน แม้บีเกิลจะตัวเล็กขาสั้นตามที่เห็น แต่พวกมันบ้าพลังกว่าใคร แถมบางครั้งยังแอบหนีเที่ยวโดยที่คุณไม่รู้อีกด้วย

          หากคุณเจอกับสุนัขแสบ ๆ แบบนี้ละก็ อย่าเพิ่งยอมแพ้หรือตามใจพวกมันเกินไป ไม่เช่นนั้นระดับความซุกซนของพวกมันอาจจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว วิธีเด็ดที่จะช่วยให้คุณจัดการกับความซุกซนเหล่านี้ได้อยู่หมัดก็คือ ถ้าเจอกับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น กัดรองเท้า หนีเที่ยว หรือเล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา ก็ให้ลงโทษด้วย การตี เพิกเฉย หรือไม่สนใจ แล้วสุนัขจะหยุดทำพฤติกรรมเหล่านั้นไปเอง

https://pet.kapook.com/view71128.html
เครดิตภาพ  
https://www.pinterest.com/pin/330029478916093099/

Wednesday, February 5, 2020

12 อาหารอันตรายอาจถึงตาย ห้ามยื่นให้มะหมากินเด็ดขาด !


       แม้สุนัขจะออดอ้อนหรือทำตัวน่ารักเป็นพิเศษ ก็อย่าเผลอหยิบอาหารเหล่านี้ให้กินเด็ดขาด เพราะอาหารคน 12 ชนิดนี้เป็นอันตรายกับสุนัขอย่างมากและอาจทำให้ถึงตายได้เลย

        เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวเจ้าตูบเคราะห์ร้ายเผลอไปกินช็อกโกแลตเข้า ทำให้เกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรง (คนรักหมาต้องอ่าน เหตุผลที่ห้ามให้เจ้าตูบกินช็อกโกแลต ไม่งั้นอาจเป็นเช่นนี้ !) โชคดีที่เจ้าตูบตัวนี้รอดมาได้ ในกรณีแบบนี้อย่าถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวเชียว เพราะเราไม่สามารถคอยตามดูเจ้าตูบที่บ้านได้ทุกฝีก้าว เจ้าตูบที่บ้านของเราอาจเผลอกินอาหารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเข้าไปโดยที่เราไม่รู้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่เป็นอันตรายกับเจ้าตูบมาฝาก มาดูกันค่ะว่าอาหารที่ควรเก็บให้ห่างจากสายตา อุ้งเท้า และปากเจ้าตูบมีอะไรบ้าง

1. ช็อกโกแลต
          เป็นอาหารที่เป็นอันตรายสำหรับสุนัขอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าในช็อกโกแลตมีทั้งคาเฟอีนและธีโอโบรมีนเป็นส่วนประกอบ สารเหล่านี้มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจและระบบประสาทส่วนกลางรวมถึงออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร ถ้าสุนัขกินเข้าไปจะเกิดอาการอาเจียน ปวดท้องรุนแรง กล้ามเนื้อกระตุก หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ชัก และอาจตายได้

2. นมวัว

          ในนมวัวมีแลคโตสหรือน้ำตาลนมที่ร่างกายสุนัขไม่สามารถย่อยได้ ดังนั้นเมื่อสุนัขกินเข้าไปก็อาจจะทำให้อาเจียน ท้องเสีย และก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจมีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและสามารถก่อให้เกิดโรคร้ายได้

3. ชีส

          ชีสมีส่วนประกอบคล้าย  ๆ กับนม นั่นก็คือมีน้ำตาลและไขมันที่สุนัขไม่สามารถย่อยได้ ถ้าหากสุนัขกินเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้ท้องเสียและอาเจียน

4. หอมหัวใหญ่

          ในหอมหัวใหญ่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายสุนัข ซึ่งสารที่ว่านี้จะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้สุนัขอ่อนแรงและเคลื่อนไหวได้ช้า ถ้าหากกินเข้าไปในปริมาณมากอาจจะต้องรักษาโดยการถ่ายเลือด

5. ถั่วแมคคาเดเมีย

          สารที่เป็นอันตรายต่อสุนัขที่พบในถั่วแมคคาเดเมียยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า เป็นสารชนิดใด ถ้าสุนัขกินเข้าไปในปริมาณมากอาจจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาหลัง อาเจียน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุกและอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ

6. กระเทียม

          กระเทียมเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับหัวหอมใหญ่ ซึ่งในกระเทียมมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุนัขมากกว่าหัวหอมใหญ่ถึงเท่าตัว เมื่อสุนัขได้รับสารพิษเข้าไปร่างกายจะไม่แสดงอาการออกมาทันที แต่สุนัขจะมีอาการเหนื่อยล้าและไม่อยากขยับตัว สังเกตฉี่จะมีสีเหลืองไปจนถึงสีแดง ซึ่งอาจจะต้องรักษาโดยการถ่ายเลือดเช่นเดียวกัน

7. องุ่น

          สารในองุ่นและลูกเกดยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นสารชนิดใด แต่สารชนิดนี้เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อสุนัข ทำให้ไตวายเฉียบพลัน แต่ทั้งนี้อาการจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของสุนัขด้วย นอกจากอาการไตวายแล้วยังสามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน ภาวะซึมเศร้า ร่างกายสูญเสียน้ำ เบื่ออาหาร และถ้าสุนัขเกิดอาการไตวายฉับพลันอาจตายได้ใน 3-4 วัน

8. อะโวคาโด

          ใบเมล็ดและผลอะโวคาโดมีสารพิษที่เรียกว่าเพอร์ซิน (Persin) ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุนัขโดยเฉพาะในเมล็ด เมื่อสุนัขกินเข้าไปอาการที่แสดงออกมาจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของสุนัข โดยมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้องและหายใจติดขัด

9. แกนแอปเปิล

          แกนของผลแอปเปิล รวมถึงลูกไหน ลูกท้อ ลูกแพร์ และแอปริคอต จะมีสารไซยาไนด์ที่เป็นพิษ ซึ่งจะทำให้สุนัขวิงเวียนศีรษะ หายใจติดขัด ชัก ช็อก และอาจถึงขั้นโคม่าได้

10. ขนมปัง
          ในการทำขนมปังจะมีการใส่ยีสต์ลงไปด้วย ซึ่งยีสต์สามารถเจริญเติบโตได้ภายในลำไส้ของสุนัข มีผลทำให้เกิดแก๊สในระบบย่อยอาหาร ต่อมาก็จะเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและอาจถึงขั้นทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ฉีกขาดได้ นอกจากนั้นยังมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ เช่น อาเจียนและอ่อนเพลียตามมาด้วย

11. กาแฟ

          ในกาแฟจะมีสาร Methylated xanthine ซึ่งจะไปกระตุ้นระบบประสาทของสุนัข ทำให้เกิดอาการอาเจียน กระสับกระส่าย ใจสั่น และอาจตายได้

12. เบคอน


          สาเหตุที่เบคอนเป็นอันตรายต่อสุนัข ก็เพราะเบคอนมีปริมาณไขมันเยอะ ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบและทำงานผิดปกติ นอกจากนั้นยังมีผลต่อระบบย่อยและดูดซึมสารอาหารของสุนัขอีกด้วย              

          ถึงแม้ว่าอาหารบางชนิดที่กล่าวไปจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงถ้าสุนัขไม่กินเข้าไปในปริมาณมากและจะมีอาการเฉพาะในบางสายพันธุ์ แต่อย่างไรแล้วก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของสุนัข

ขอขอบคุณข้อมูลจาก foodbeas และ canigivemydog
https://pet.kapook.com/view144990.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/304837468539684823/

Tuesday, February 4, 2020

เหตุผลดี ๆ ที่ควรรับเลี้ยงสุนัขโตแล้ว


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         หากอยากรับเลี้ยงสัตว์มะหมาหรือน้องเหมียวซักตัว ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่แค่ว่าไปเลือกมาเลี้ยงเท่านั้น แต่คุณต้องดูด้วยว่า เจ้าเหมียวและตูบตัวไหนที่เหมาะกับคุณ แต่ผู้รับเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะไม่ขอเลี้ยงสุนัขที่โตแล้ว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า สภาพแวดล้อมที่มันอยู่มาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรบ้าง และอาจส่งผลให้พฤติกรรมของมัน มันอาจจะก้าวร้าว ดื้อ ไม่เชื่อฟังก็ได้ ใครจะรู้...

          แต่ถ้าคุณได้อ่านบทความที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คุณอาจจะเปลี่ยนใจอยากหันมาเลี้ยงเจ้าตูบหรือเหมียวโตบ้าง อย่างที่กล่าวไปตอนแรกว่าเพราะเราไม่รู้แบ็คกราวด์ของสุนัขเหล่านั้น เราจึงไม่รู้ว่า มันมีพื้นเพเป็นยังไง ดังนั้นสิ่งที่คุณควรจะทำหากคุณสนใจในตัวมัน คือ เรียนรู้ที่มาที่ไปของมัน ใช้เวลาสังเกตพฤติกรรม ลักษณะท่าทางของมัน

          แน่นอนว่าเจ้าตูบหรือเหมียวที่โตแล้ว มันผ่านอะไรมาเยอะแยะ อาจมีข้อเสียที่อยู่ในตัวมันบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เพราะเราสามารถฝึกมันได้ ถ้ามันมาอยู่กับคุณแล้ว แต่ก่อนอื่น คุณต้องใช้เวลาสังเกตพฤติกรรมมันมากพอก่อนที่จะนำมันกลับบ้าน ซึ่งเราก็จะรู้ได้บ้างแล้วว่า มันมีลักษณะนิสัยยังไงและเราก็จะสามารถรับมือกับมันได้ ตรงกันข้ามกับการรับลูกหมาหรือลูกแมว คุณไม่มีทางรู้ว่า มันจะเติบโตมาเป็นอย่างไร นั่นก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของคุณทั้งหมดว่าคุณดูแลมันดีมากพอหรือไม่ ซึ่งพอมันโตแล้ว คุณก็ต้องมาเตรียมรับมือกับมันให้พร้อม

          นอกจากนี้ การเลี้ยงเจ้าตูบหรือเหมียวเด็ก นั่นหมายความว่า คุณต้องมีเวลาให้กับมันอย่างเต็มที่ เปรียบเทียบก็เหมือนกับเด็กที่ต้องการการสอน ความใส่ใจ การฉีดวัคซีน หลายอย่างมากกว่าสัตว์ที่โตแล้ว และถ้าคุณไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นล่ะ นี่จึงเป็นอีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม จริงอยู่คุณอาจมองเห็นมันยังเด็ก ตัวเล็ก น่ารัก แต่มองถึงความเป็นจริงแล้ว มันก็เหมือนกับคนที่ต้องการดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

          นอกจากนี้ หลายคนเข้าใจผิดว่า หากเรารับเลี้ยงตูบโตแล้ว มันจะไม่ค่อยผูกพันธ์กับเรา ไม่เหมือนกับรับเลี้ยงตั้งแต่มันยังเด็ก เพราะว่า ไม่ว่าจะตูบเด็กหรือผู้ใหญ่ มันก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเมื่อมาอยู่ที่ใหม่ทั้งสิ้น เรียนรู้ที่จะไว้ใจ เคารพและรักเจ้าของ แต่สำหรับเจ้าตูบเด็ก ยังต้องรับมือจากการแยกกับแม่ แยกกับพี่ ๆ น้อง ๆ ของมันอีก แต่เจ้าตูบโตแล้ว ผ่านช่วงเวลานั้นไปแล้ว และพร้อมจะมอบความรัก ความไว้ใจเต็มที่กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า นั่นก็คือ เจ้าของมันนั่นเอง

          และที่สำคัญ หากคุณเลือกรับเลี้ยงสัตว์โตแล้ว นั่นหมายความว่า คุณอาจจะช่วยสัตว์ให้พ้นจากกรงขัง ให้มันมีชีวิตใหม่ ให้มันได้มีโอกาสได้รัก ได้ไว้ใจ ได้มีเจ้านายอีกครั้ง เพราะยังไงเสีย สุนัขก็เป็นมิตรแท้สำหรับมนุษย์ที่สุด หากคุณให้ความรักกับมันเช่นกัน

https://pet.kapook.com/view41691.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/314126142734777621/