Showing posts with label เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้องแมว. Show all posts
Showing posts with label เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้องแมว. Show all posts

Monday, December 9, 2019

แบบทดสอบ คุณพร้อมจะเลี้ยง สุนัข จริง ๆ หรือไม่


เริ่มต้นเลี้ยงสุนัขด้วยความเข้าใจ (ตัวคุณเอง) (Dogazine)
โดย Freedom Dog

          สำหรับคนที่กำลังคิดจะเลี้ยงสุนัข หรือบางท่านที่เลี้ยงอยู่แล้ว ลองตอบคำถามเหล่านี้ดู คุณจะได้มั่นใจว่าการที่คุณได้นำสุนัขมาเลี้ยงเป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือไม่ เอ้า...เตรียมกระดาษและดินสอมาลองตอบกันว่า "ใช่" หรือ "ไม่" กันเลย

          1. ฉันตั้งใจมั่นว่าจะพาสุนัขไปเดินอย่างน้อยชั่วโมงครึ่งทุกวัน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันจะแค่ปล่อยให้สุนัขไปอยู่ที่สนามหลังบ้าน และหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า สุนัขได้ออกกำลังกายนอกบ้านอย่างเต็มที่แล้ว ใช่หรือไม่)

          2. ฉันตั้งใจมั่นที่จะเรียนรู้วิธีที่จะกลายเป็นจ่าฝูงที่สุขุม สงบ มั่นคงให้กับสุนัขของฉัน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันจะยอมตามใจสุนัขทุกเรื่อง เพราะทำได้ง่ายกว่า ใช่หรือไม่)

          3. ฉันตั้งใจมั่นว่าจะกำหนดกฎระเบียบ ขอบเขต และข้อจำกัดที่ชัดเจนในบ้านของฉัน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันจะปล่อยให้สุนัขของฉันทำอะไรก็ได้ หรือเมื่อไรก็ได้ที่สุนัขต้องการ ใช่หรือไม่)

          4. ฉันตั้งใจมั่นว่าจะจัดหาอาหารและน้ำให้กับสุนัขของฉันเป็นประจำ ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันจะให้อาหารเฉพาะเวลาที่ฉันจำได้ ใช่หรือไม่)

          5.ฉันตั้งใจมั่นว่าจะให้ความรักเฉพาะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น และเมื่อสุนัขอยู่ในภาวะที่สงบยอมจำนน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันจะกอดและจูบสุนัขเมื่อเกิดความกลัวหรือก้าวร้าว หรือเมื่อเวลาที่ฉันอยากแสดงความรัก ใช่หรือไม่)

          6. ฉันตั้งใจมั่นว่าจะพาสุนัขไปหาสัตวแพทย์เป็นประจำสม่ำเสมอ ทำให้มั่นใจว่าสุนัขจะได้ทำหมันและตอน สุนัขจะได้รับการตรวจสุขภาพ และได้รับการฉีดยาที่เหมาะสมจำเป็น ใช่หรือไม่ (หรือว่าฉันจะพาสุนัขไปหาหมอเฉพาะเวลาที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ ใช่หรือไม่)

          7. ฉันต้องทำให้มั่นใจว่า สุนัขของฉันชอบเข้าสังคม และ/หรือรับการฝึกอย่างเหมาะสม ดังนั้นสุนัขจะไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์อื่นหรือผู้คน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันได้แต่หวังว่าสุนัขจะทำตัวดีและคอยเตือนผู้คนให้ถอยห่างจากสุนัขของฉัน ใช่หรือไม่)

          8. ฉันเต็มใจจะเก็บอุจจาระหลังจากที่สุนัขถ่ายทุกครั้ง เมื่อพาสุนัขไปเดิน ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันคิดว่าอุจจาระสุนัขของฉัน ควรเป็นภาระของคนอื่นที่ต้องเก็บแทน ใช่หรือไม่)

          9. ฉันเต็มใจจะเรียนรู้จิตวิทยาสุนัขในเรื่องทั่ว ๆ ไป และความต้องการที่เฉพาะเจาะจงในสายพันธุ์ของสุนัขแบบลงในรายละเอียด ใช่หรือไม่ (หรือ ฉันเพียงแค่ทำไปตามสัญชาตญาณ ใช่หรือไม่)

          10. ฉันเต็มใจที่จะเตรียมเงินไว้บางส่วน เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องเรียกหาผู้เชี่ยวชาญในการปรับพฤติกรรม หรือต้องรีบไปหาสัตวแพทย์กับการรักษาแบบฉุกเฉินใช่หรือไม่ (หรือ สุนัขจะได้หรือไม่ได้อะไร ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ฉันสามารถจะหาให้ได้ในขณะนั้น ใช่หรือไม่)

          แนะนำว่าคุณควรตอบ "ใช่" กับส่วนแรกของคำถามที่สำคัญเหล่านี้ทุก ๆ ข้อ และตอบว่า "ไม่" กับส่วนของคำถามที่อยู่ในวงเล็บทุกข้อ

          เพื่อน ๆ สอบผ่านกันไหม? ตอบใช่และไม่ครบทุกข้อหรือเปล่า ...ถ้าหากว่าสอบผ่าน คุณก็พร้อมที่จะเลี้ยงสุนัขแล้วล่ะ แต่ถ้าไม่ คุณอาจจะต้องคิดทบทวนใหม่ว่าจะทำอย่างไรกับสัตว์ที่จะซื้อหรือรับมาเลี้ยง เพราะคุณอาจต้องรอให้มีความพร้อมในเรื่องของความรับผิดชอบมากกว่านี้ แล้วค่อยมาตอบคำถามทั้ง 10 ข้อ ใหม่อีกครั้ง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view8804.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/747597606879392402/

Friday, December 6, 2019

50 ความลับเล็ก ๆ ที่เหล่าสัตว์เลี้ยงอยากบอกให้คุณรู้


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          คนรักสัตว์ส่วนใหญ่อาจจะเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทั่วไปของสัตว์แต่ละตัว ทั้งรูปร่าง ขนาด ส่วนสูง หรืออุปนิสัย แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้อมูลภาพรวมไม่ได้เจาะจงให้ลึกลงไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีสิ่งที่พวกคุณควรรู้มากกว่านั้น โดยเฉพาะ 50 ความลับต่อไปนี้ของเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ที่อาจจะอยากบอกออกมาให้คุณได้รับรู้ ลองไปดูกันนะคะ

 1. สุนัขกระดิกหาง ไม่ใช่การเชื้อเชิญให้เล่นด้วย
          การที่สุนัขกระดิกหางไม่ได้หมายความว่า พวกมันอยากจะเล่นกับคุณเสมอไป เพราะนักวิจัยชาวอิตาลีพบว่า การกระดิกหางของสุนัขมีนัยสำคัญมากกว่านั้น โดยสุนัขจะกระดิกหางไปทางขวาเล็กน้อยเมื่อเจอบางอย่างที่พวกมันชอบ และจะกระดิกหางไปทางซ้ายเล็กน้อย เมื่อพวกมักเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่พวกมันต้องการหลีกหนีต่างหาก

 2. แปรงแต่งขนมือสอง น้องหมาก็ใช้ได้

          หากคุณต้องการจะประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการซื้อแปรงเก่ามาใช้ตกแต่งขนสุนัข คุณก็สามารถทำได้ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เป็นแปรงที่เหมาะสมกับขนสุนัขของคุณด้วยจากการดูลักษณะของแปรง โดยแปรงแบบยางจะช่วยในเรื่องของการไหลเวียนเลือดและการกำจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวหนัง ในขณะที่แปรงขนสัตว์สามารถช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วได้ดีกว่า

 3. อย่าใช้แสงเล่นกับแมวให้สับสน

          เพราะแสงต่าง ๆ ทำให้แมวสับสน แทนที่จะรู้สึกสนุกสนานอย่างที่คุณคิด เนื่องจากพวกมันไม่สามารถจับต้องแสงเหล่านั้นได้ และถ้าหากคุณอยากเล่นกับแมวจริง ๆ แนะนำว่า ควรใช้ของเล่นที่แมวสามารถจับต้องได้ดีกว่า

 4. อย่าให้อาหารเป็นรางวัลทุกครั้ง

          ปกติเจ้าของมักจะให้ขนมเป็นของขวัญสัตว์เลี้ยงหลังการฝึกอะไรสักอย่าง ซึ่งบางครั้งปริมาณอาหารก็มากเกินกว่าที่ร่างกายของสุนัขหรือแมวต้องการ ฉะนั้นหากคุณต้องการให้รางวัลสักชิ้นกับสัตว์เลี้ยงที่สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้ ก็ควรสับเปลี่ยนเป็นของเล่น หรือรางวัลชนิดอื่นบ้าง

 5. ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม เป่าขนสุนัข

          หากคุณอยากให้ขนสุนัขดูฟูฟ่องแทนที่จะใช้ไดร์เป่าผมแบบที่เคยทำมา ให้เปลี่ยนเป็นการใช้ผ้าเช็ดบริเวณโคนขน และหมั่นแปรงขนให้พวกมันแทนดีกว่า เพราะวิธีนี้จะช่วยดูดซับน้ำมันพร้อมกับทำให้ขนดูฟูฟ่องตามที่ต้องการ อีกทั้งยังไม่พันกันเป็นก้อนด้วย การใช้ไดร์เป่าผมบางครั้งก็ร้อนมากเกินไปจนสัตว์เลี้ยงไม่ปลื้ม

 6. อย่าเร่งเร้าสุนัขในขณะที่พวกมันกำลังจะขับถ่าย

          เพราะสุนัขทุกตัวมีสัญชาตญาณที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กของโลก ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเร่งเร้าสุนัขให้รีบ ๆ ทำธุระ ในขณะที่พวกมันกำลังเดินวนไปมา เพื่อหาสถานที่สำหรับขับถ่าย แต่ควรรออย่างใจเย็นจะดีกว่า

7. สุนัขนอนเยอะไม่ใช่เรื่องดี

          คุณอาจคิดว่าที่สุนัขนอนเยอะ ๆ เป็นเรื่องที่ดีที่จะได้พักผ่อน แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป และกระทบกับบุคลิกของสุนัขด้วย ทั้งนี้แก้ไขได้โดยการพาสุนัขออกไปเดินเล่นทุก ๆ วัน หรือแค่คุณยอมเล่นกับพวกมันบ้างอย่างน้อย 20 นาทีต่อวันก็พอแล้ว

8. สุนัขที่แก่ตัวลงก็กินยากขึ้น

          สุนัขที่ค่อย ๆ แก่ตัวลง อาจจะกินได้ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ยิ่งถ้าสุนัขของคุณเป็นโรคข้อต่ออักเสบ พวกมันจะมีความสุขมากกว่าหากคุณมีสิ่งของหรืออาหารที่ช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งอาหารเสริมที่ดีต่อโรคนี้ก็คือ อาหารที่ประกอบด้วย กลูโคซามีน คอนโดรอิทิน และซัลเฟต และให้กินสลับกับอาหารทั่วไปที่เหมาะสมกับวัยของสุนัข

 9. การทำหมันไม่ได้ช่วยให้สัตว์เลี้ยงเลิกฉี่สร้างอาณาเขต

          เจ้าของหลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำหมันจะช่วยหยุดนิสัยไม่ให้แมวหรือสุนัขฉี่สะเปะสะปะได้ ซึ่งความจริงแล้วบางตัวก็ยังมีนิสัยเดิมอยู่ โดยเฉพาะถ้าหากมีสัตว์ตัวอื่นเข้ามาอยู่ในบ้าน

 10. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เป็นสัญญาณว่าอาจป่วย

          หากสุนัขของคุณกินอาหารโดยใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะหมดถ้วย ทั้งที่ปกติสามารถกินหมดภายในเวลาไม่กี่นาที หรือแสดงอาการเหนื่อยเร็ว มีปริมาณฉี่มากผิดปกติ และดื่มน้ำมากกว่าทุก ๆ วัน ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เพราะสุนัขอาจกำลังป่วยอยู่ก็ได้

 11. เลี้ยงไว้ในบ้านไม่ใช่เรื่องแปลก

          ไม่ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นแมวหรือสุนัข จะส่งผลดีกับพวกมันมากกว่าหากคุณจะเลี้ยงพวกมันเอาไว้ภายในบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะพวกมันก็ไม่อยากถูกรถชน โดนขโมย หรือหายตัวไปจากครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกมันรักนักหรอก

12. ควรแนะนำคนแปลกหน้าตั้งแต่สัตว์เลี้ยงยังเด็ก

          ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ควรให้สุนัขทำความรู้จักกับคนหน้าใหม่จำนวน 100 คน ที่มีขนาดลำตัว เพศ และเชื้อชาติที่แตกต่างกันในช่วง 100 วันแรกนับตั้งแต่ที่สุนัขลืมตาดูโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นควรมีคนที่สวมหมวก ใส่แว่น หรือมีเครื่องประดับที่คิดว่าสามารถทำให้พวกมันรู้สึกกลัวได้รวมอยู่ด้วย เพื่อให้สุนัขสามารถแยกแยะได้นั่นเอง

13. สุนัขเอาก้นถูพรมไม่ใช่เรื่องน่ารัก

          หลายคนอาจจะคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องน่ารัก แต่ความจริงแล้วหากคุณเห็นสุนัขเอาก้นถูกับพรม นั่นหมายความว่า พวกมันกำลังคันและมีอะไรผิดปกติ เมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าของก็ควรพาสุนัขไปพบกับสัตวแพทย์ เพราะอาจจะเป็นโรคต่อมข้างก้นอักเสบ พยาธิ หรือโรคผิวหนังก็ได้

14. หาวิธีรับมือกับสัตว์เลี้ยงก่อนพาเพื่อนใหม่เข้าบ้าน

          หากคุณต้องการจะนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน ควรถามเทรนเนอร์หรือหาวิธีทดสอบอารมณ์สัตว์เลี้ยงเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับเสียก่อน เพื่อหาวิธีรับมือหากมีปัญหาเขม่นกันขึ้น หรือสัตว์เลี้ยงตัวเก่าตรอมใจจนหมดเรี่ยวแรง

15. อยากให้สุนัขสนใจ ไม่ต้องใช้ของสำหรับสุนัขก็ได้

          หากคุณต้องการให้สุนัขหันมาสนใจคุณ เมื่อคุณต้องการจะฝึกพวกมันละก็ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือขนมเฉพาะสุนัขมาหลอกล่อหรอก ขอแค่เป็นของที่มีประกายแวววาว หรืออาหารหอม ๆ อย่างเช่น ไก่ทอด ก็ได้ผลแล้ว

 16. หากเห็นสุนัขหรือแมวกินหญ้าไม่ต้องตกใจ

          ที่บอกว่าไม่ต้องตกใจหรือจำเป็นต้องเข้าไปห้ามเมื่อเห็นสุนัขกินหญ้า ก็เพราะในขณะนั้นสุนัขอาจจะพยายามรักษาตัวเอง ต้องการสารอาหารมากขึ้น หรือแค่เคี้ยวเล่น ๆ ไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นเอง หากจะห้ามก็ควรห้ามสุนัขที่กำลังจะกินหญ้าเคลือบยาฆ่าแมลงดีกว่า

 17. เสื้อผ้าที่กองบนพื้น อาจถูกแทะแบบไม่รู้ตัว

          อย่าคิดว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สนใจกองเสื้อผ้าของคุณ โดยเฉพาะชุดชั้นใน เพราะพวกมันอาจจะนำมาแทะหรือกัดกินจนเสียหายได้ ซึ่งสิ่งนี้สามารถยืนยันได้จากรายงานของสัตวแพทย์ ที่มีรายงานการผ่าตัดเสื้อผ้าออกจากท้องของสุนัขกว่าร้อยชิ้นในแต่ละปี

 18. พาสุนัขไปเลือกที่นอนด้วยตัวเองยิ่งดี

          ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และสุนัขก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณคิดจะเลือกที่นอนให้กับสุนัข ทางที่ดีควรพาสุนัขไปเลือกด้วยตัวเองดีกว่า หรือเลือกที่นอนให้เหมาะสมกับลักษณะการนอนของพวกมัน ถ้าหากพวกมันชอบนอนโดยยื่นขาออกมาข้างหน้าควรเลือกที่นอนแบบราบและเปิดด้านข้าง แต่ถ้าหากสุนัขชอบนอนขดตัวก็ให้เลือกแบบที่มีขอบเตียง เป็นต้น

 19. สุนัขกับเด็ก เข้ากันไม่ได้อย่างที่คิด

          สุนัขอาจจะไม่ได้เข้ากับเด็กได้ดีอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าหากคุณเห็นว่า สุนัขกำลังเลีย ลดหูไปด้านหลัง หันหัวไปทางอื่น หรือหาวบ่อย ๆ ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเล่นอยู่กับสุนัขแล้วละก็ อยากให้รู้เอาไว้ว่าตอนนี้สุนัขกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคงจะดีกว่าหากคุณจะช่วยห้ามเด็ก ๆ ไม่ให้ดึงหาง ก่อนที่สุนัขจะสูญเสียหางของมันไป

 20.  อย่าตัดขนสุนัขเพราะคิดว่าพวกมันจะร้อน

          ไม่ว่าเครื่องตรวจจับอุณหภูมิจะแสดงระดับความร้อนกี่องศา และขนของสุนัขจะยาวแค่ไหน สุนัขก็ไม่ได้ต้องการหรือขอร้องให้คุณช่วยตัดขนพวกมันอยู่ดี เนื่องจากพวกมันมีกลไกที่ช่วยป้องกันความร้อนในตัวอยู่แล้ว หากคิดจะช่วยก็แค่พาพวกมันไปอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น ส่วนคุณก็แค่หมั่นแปรงขน และปรับระบบระบายอากาศให้ดีขึ้นก็พอ

 21. อย่าปล่อยสุนัขไว้ในสวนแล้วคิดว่าพวกมันสนุก

          หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า สุนัขจะรู้สึกสนุกสนานมากกว่าหากพาพวกมันไปปล่อยทิ้งไว้ที่หลังบ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะสุนัขจะเดินไปหลบอยู่ที่มุมแล้วนอนรอให้คุณเดินกลับมาหาพวกมัน และจะยินดีมากกว่าหากคุณยอมวิ่งเล่นไปกับพวกมันด้วยมากกว่า

 22. สุนัขส่วนใหญ่ชอบเล่นจับจานบิน แต่ควรเลือกคุณภาพด้วย

          เพราะจานบินบางยี่ห้อเป็นพลาสติกแข็ง ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายกับฟันและเหงือกของสุนัข ดังนั้นหากคุณต้องการจะเล่นกับพวกมันควรหาจานบินที่ทำจากพลาสติกนิ่ม ๆ หรือสามารถยืดหยุ่นได้ดีกว่า

23. สุนัขไม่ชินกับคนแปลกหน้า และอย่าเอามือไปจับ

          นอกจากนี้สุนัขยังอยากให้เจ้าของรู้เอาไว้ว่า พวกมันไม่รู้สึกยินดีเลยสักครั้งหากมีคนแปลกหน้ามาแตะต้องตัวพวกมัน และก็ไม่ต้องแปลกใจหากพวกมันจะกัด เพราะคนแปลกหน้าก็เหมือนชิ้นเนื้อดี ๆ นี่เอง ซึ่งคงจะดีกว่าหากให้คนแปลกหน้ายื่นมือมาให้พวกมันดมกลิ่นก่อน ก่อนที่จะจับหรือลูบขน

24. การถอดเล็บแมว เจ็บปวดและไม่ใช่เรื่องดี

          เจ้าของหลายคนตัดสินใจถอดเล็บแมวออก เพราะไม่อยากให้ข้าวของเสียหาย ซึ่งการถอดเล็บแมวก็ไม่ต่างอะไรจากการตัดนิ้วมือ ที่นอกจากจะเจ็บปวดมากแล้วยังทำให้พวกมันไม่เหลือความเป็นแมวอีกเลยด้วย

 25. แมวฉี่นอกกระบะทรายเพราะความเครียด

          หากคุณเห็นแมวฉี่นอกกระบะทราย ก็อยากให้รู้เอาไว้ว่า พวกมันไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกนะ เพราะพวกมันจะทำแบบนั้นก็ต่อเมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด หรือกังวล อย่างเช่น มีคนแปลกหน้า สัตว์เลี้ยงตัวอื่น หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ เข้ามาอยู่ในบ้าน

 26. บ้านหมา บ้านแมว ดีไซน์แปลก อาจไม่ได้อยู่สบาย

          หยุดคิดสักนิดก่อนซื้อบ้านแมว หรือบ้านหมา หน้าตาแปลก ๆ ถึงแม้ว่ามันจะดูสวยงามดีอยู่ แต่สัตว์เลี้ยงของคุณไม่ได้อยากอยู่ในบ้านหน้าตาประหลาด แต่นอนไม่สบายหรอกนะ ลองเลือกบ้านหน้าตาพื้น ๆ แต่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่แล้วมีความสุขดีกว่าเยอะ

 27. แมวทุกตัวสามารถฝึกให้ทำตามคำสั่งของคุณได้

          หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า การฝึกแมวเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเรียนรู้ทริกการสอนจากในเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งการสั่งให้นั่ง ยืน กระโดดข้ามห่วง เดินมาหา หรือแม้แต่แตะมือกับคุณ เป็นต้น

 28. แมวเกร็งตัวเมื่อเอามือลูบหลัง ให้ระวังเอาไว้

          หากแมวตัวแข็งทื่อทุกครั้งที่คุณวางมือลงบนหลังของพวกมันให้ระวังให้ดี เพราะจากการศึกษาในปี 2013 ที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physiology and Behavior ระบุว่า แมวที่ยืนตัวแข็งทื่อหลังจากที่มีคนลูบหลังมักจะเป็นแมวที่มีความเครียดสูงกว่าแมวที่เดินหนีการสัมผัส

29. แมวมองโลกแบบแนวตั้ง ไม่ใช่แนวนอน

          ฉะนั้นอย่าเพิ่งโกรธแมวของตัวเอง หากพวกมันบังเอิญทำของตกหรือหล่นจากที่สูง และคงจะดีกว่าหากมีทางพิเศษสำหรับแมวไว้รอบ ๆ ห้อง โดยการทำชั้นวางเป็นทางเดินให้กับแมว เพื่อให้แมวสามารถเดินลงมาที่พื้นหลังจากกระโดดขึ้นไปอยู่บนที่สูง ๆ ได้

30. เสียงครางของแมวไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป

          แม้คุณจะได้ยินเสียงครางของแมว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันกำลังมีความสุขเสมอไปหรอกนะ เพราะการครางของแมวยังสามารถบ่งบอกถึง อาการเจ็บป่วย หรือกำลังกลัวสุดขีดด้วย ตามปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ

31. คิดให้รอบคอบก่อนหาสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน 

          หากคุณคิดจะนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้าน ควรจะปรึกษากับสัตวแพทย์ก่อน เกี่ยวกับการแนะนำให้พวกมันทำความรู้จักซึ่งกันและกัน เพราะการจับพวกมันไปไว้ในห้องเดียวกันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องเลย อีกทั้งอาจจะทำให้พวกมันทะเลาะกันด้วย ส่วนคนที่มีสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหาเพื่อนใหม่ให้พวกมันหรอกนะ เพราะพวกมันเคยชินกับการอยู่ตัวเดียวแล้ว และอยู่ได้สบายมาก

32. แมวเอาก้นมาใกล้หน้า อย่าเพิ่งโกรธ

          การที่แมวทำแบบนี้ไม่ได้ต้องการจะกวนหรือแกล้งคุณ แต่เป็นเพราะพวกมันอยากให้คุณช่วยทำความสะอาดก้นให้เหมือนกับตอนที่อยู่กับแม่แท้ ๆ ของพวกมันนั่นเอง

33. ซื้อของเล่นให้แมวไม่ต้องแพงนักก็ได้

          แมวทุกตัวต่างก็ชอบมีของเล่นด้วยกันทั้งนั้น แต่แมวไม่ได้เลือกของแพงมียี่ห้อสักหน่อย เพราะของธรรมดา ๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นของเล่นให้แมวเล่นได้เหมือนกัน อย่างเช่น กล่องกระดาษ ถุงพลาสติก ขยำฟอยล์ห่ออาหารให้เป็นลูกบอลกลม ๆ หรืออะไรก็ตามที่ดูแวววาวมีประกายและสะท้อนแสงได้ แค่นี้ก็ทำให้แมวมีความสุขแล้วล่ะ

34. สอนสัตว์เลี้ยงได้ทันที ไม่ต้องรอครบ 6 เดือน

          หากคุณคิดจะสอนหรือสั่งห้ามไม่ให้สัตว์เลี้ยงทำอะไร ก็สามารถฝึกได้เลยทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนด 6 เดือนตามตำรา แต่ต้องแน่ใจว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงของคุณรับรู้ได้ครบถ้วนแล้วนะคะ

35. อย่าไล่ตะเพิดสุนัข เมื่อพวกมันมาต้อนรับเจ้านายกลับบ้าน

          สุนัขจะรู้สึกสับสนทันทีหากคุณไล่ตะเพิดพวกมัน หลังจากที่พวกมันกระโดดใส่เพื่อต้อนรับเจ้านายกลับบ้าน ในเมื่อทุกคนต่างก็อยากได้สัตว์เลี้ยงที่ดี ฉะนั้นไม่ควรทำให้พวกมันรู้สึกสับสน โดยการไล่ตะเพิดพวกมันออกไป แค่เพราะพวกมันพยายามจะกระโดดใส่คุณอย่างดีใจเท่านั้น

36. เตรียมที่ฝนเล็บให้สัตว์เลี้ยงดีกว่าเสี่ยงเฟอร์นิเจอร์พัง

          คุณควรจะหาผ้าเก่า ๆ หรือสิ่งของอื่น ๆ อย่างเช่น อะลูมิเนียมฟอยล์ แผ่นพลาสติก และเทปกาว มาห่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเอาไว้ เพราะอย่างน้อยสิ่งของเหล่านี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนได้ชั้นหนึ่ง จากนั้นก็เอาที่อุปกรณ์สำหรับฝนเล็บโดยเฉพาะ มาสอนให้สัตว์เลี้ยงฝึกข่วนอย่างเป็นที่

37. อย่ายอมให้สัตว์เลี้ยงนอนบนโซฟาตั้งแต่ยังเด็ก

          ถ้าคุณยอมให้สัตว์เลี้ยงนอนบนโซฟาของคุณ ในขณะที่พวกมันยังตัวเล็ก ๆ และน่ารักอยู่ละก็ พวกมันก็จะเคยชินกับการนอนบนโซฟา และคิดว่าเป็นสิ่งที่พวกมันสามารถทำได้ ไม่ว่าพวกมันจะโตขึ้นกี่ปีแล้วก็ตาม คราวนี้จะไล่ก็ยากแล้วนะ

38. สุนัขอายุมากก็ยังเรียนรู้ได้

          เจ้าของหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า สุนัขมีอายุจะฝึกยาก ทั้งที่จริงแล้วเจ้าของสามารถฝึกฝนสุนัขให้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิตของพวกมันเลย ไม่ว่าพวกมันจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม

 39. ให้สุนัขดมฉี่ตัวเอง เพื่อฉี่จุดเดิมไม่ได้ผลเสมอไป

          หากคุณเคยทำแบบนี้เพราะต้องการให้พวกมันฉี่จุด ๆ เดียวแล้วละก็ คุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะพวกมันไม่รู้หรอกว่า คุณทำแบบนั้นไปทำไม และแทนที่จะทำแบบนั้น คุณควรพาพวกมันออกไปนอกบ้าน เมื่อเห็นพวกมันมีทีท่าว่าจะฉี่ดีกว่า

40. หาของมาล่อสุนัขเมื่ออยากใส่สายจูงพาไปเดินเล่น

          หากคุณต้องการใส่สายจูงให้กับสุนัข คุณก็ควรจะหาสิ่งของมาดึงดูความสนใจพวกมันด้วย เมื่อเห็นว่าพวกมันพยายามหันไปทางอื่น เดินหนี หรือหยุดเดินแบบไม่มีเหตุผลในขณะที่คุณพาพวกมันไปเดินเล่น เพราะสิ่งของเหล่านั้นจะช่วยให้สุนัขรู้สึกอยากเดิน และทำตามคำสั่งของคุณขณะใส่สายจูงมากกว่า

41. พื้นผิวขรุขระบนโซฟา ช่วยแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนได้

          หากคุณเหนื่อยกับการปัดขนแมวหรือขนสุนัขออกจากโซฟา คุณควรหาแผ่นพลาสติกที่มีผิวขรุขระ หรือเสื่อปูพื้นสำหรับรถยนต์แล้วนำมาวางบนโซฟา เท่านี้สัตว์เลี้ยงของคุณไม่ขึ้นมานอนบนโซฟาแล้วล่ะ เพราะพวกมันไม่ชอบนอนบนอุปกรณ์ขรุขระเหล่านี้สักเท่าไหร่

42. สุนัขเห่า กระโดด รื้อข้าวของ เพราะเรียกร้องความสนใจ

          หากเห็นสุนัขเห่า กระโดด หรือพยายามทึ้ง ดึงสิ่งของลงจากโต๊ะ อย่าเพิ่งดุหรือตีพวกมันนะ เพราะพวกมันไม่ได้ตั้งใจจะทำลายข้าวของของคุณหรอก แต่สุนัขกำลังอ้อนวอนให้คุณวางโทรศัพท์แล้วหันมาเล่นกับพวกมันบ้างต่างหาก

43.  ควรปลอบสุนัขเวลาฟ้าร้อง

          หากสุนัขของคุณกลัวฟ้าร้อง หรืออะไรก็ตามที่ส่งเสียงดัง ควรหาผ้ามาคลุมให้พวกมันด้วย หากไม่มีผ้าหรือเสื้อมาคลุมตัวพวกมัน ก็อาจจะอุ้มพวกมันมากอดเอาไว้กับตัวก็ได้ หรือจะลูบขนช่วงลำตัวเบา ๆ ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความตึงเครียดให้กับพวกมันได้เช่นเดียวกัน

44. อาหารบางชนิดก็ไม่ดีกับสัตว์เลี้ยง

          อย่าลืมว่าระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงแตกต่างกับคนโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารสุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะลูกเกด องุ่น สาเหตุหลักที่ทำให้สุนัขเป็นโรคไตได้ นอกจากนี้ยังมีอาหารอันตรายอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรให้พวกมันกิน ซึ่งรวมไปถึง ช็อกโกแลต กาแฟ แมคคาเดเมีย ถั่วต่าง ๆ และอะโวคาโด

 45. ถ้าอยากให้ขนของสัตว์เลี้ยงเส้นเล็กและดูเงางาม 

          คุณควรจะเลือกอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่ก็จะมีสารอาหารตัวนี้กับสารอาหารอื่น ๆ ในปริมาณที่สมดุลและเพียงพอกับความต้องการอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นอาหารที่เจ้าของทำขึ้นเองมักจะมีสารอาหารที่ไม่สมดุล หรือไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็เลยส่งผลให้ขนของสัตว์เลี้ยงดูแข็ง ๆ และหยาบกระด้างนั่นเอง

 46. สารอาหารควรมีให้ครบถ้วน

          เช็กประเภทอาหารและปริมาณสารอาหารที่สัตว์เลี้ยงต้องการ ก่อนทำอาหารให้พวกมันกิน เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกาเผยว่า ในปี 2013 มีสุนัขจำนวน 95 เปอร์เซ็นต์เป็นโรคขาดสารอาหาร เนื่องจากอาหารที่ทำโดยเจ้าของมักมีสารอาหารไม่ครบถ้วน

47. ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาเกี่ยวกับอาหารของสัตว์เลี้ยงมากจนเกินไป

          จริงอยู่ที่การให้สัตว์เลี้ยงของคุณกินอาหารเม็ดเป็นส่วนสำคัญในการช่วยปรับสมดุลสารอาหารในร่างกายของพวกมัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารเหล่านั้นจะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวเสมอไป ทางที่ดีแนะนำว่า หากคิดจะซื้ออาหารยี่ห้อใหม่มาให้สัตว์เลี้ยงกิน ก็ควรจะปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนดีกว่า

 48. หากคุณให้สุนัขกินอาหารดิบ พวกมันอาจจะตายด้วยโรคฟันร้าวหรือติดเชื้อได้

          นอกจากนี้การให้สุนัขกินอาหารดิบยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคภูมิคุ้มกันอ่อนแอในสุนัขด้วย ก็เลยเป็นสาเหตุให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของประเทศสหรัฐอเมริกา และองค์กรอื่น ๆ ต่อต้านการให้สุนัขกินอาหารดิบนั่นเอง

 49. หากสุนัขหายตัวไป

          สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือ ให้ลองโทรศัพท์หาสถานที่รับเลี้ยงสุนัขที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านของคุณในระยะ 10 กิโลเมตร จากนั้นจึงค่อยสอบถามหรือตามหาจากสถานที่ที่คาดว่าพวกมันจะไป และสถานรับเลี้ยงสัตว์ใกล้ ๆ บ้าน แล้วประกาศตามหาสัตว์เลี้ยงอีกครั้งหากยังไม่พบสัตว์เลี้ยงตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้น

 50. อาหารของสัตว์เลี้ยงควรมีการรับรองอย่างถูกต้อง

          หากคุณคิดจะซื้ออาหารให้สัตว์เลี้ยงกิน บนถุงอาหารควรมีการรับรองมาตรฐานระบุไว้ด้วย เพราะอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่ได้คุณภาพและมีสารอาหารตามที่สุนัขต้องการอย่างครบถ้วน


          ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความลับของสัตว์เลี้ยงที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ และดูแลพวกมันกันอย่างถูกต้องด้วยวิธีที่เหมาะสมมากขึ้นนะคะ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/422281195766893/

Sunday, October 29, 2017

9 วิธีดูแลหมา-แมวรับปีใหม่ ฉลองอย่างไรให้สัตว์เลี้ยงมีสุข


        ฉลองปีใหม่กับเจ้าตูบและเจ้าเหมียวด้วยของขวัญสุดพิเศษกับ 9 วิธีดูแลสัตว์เลี้ยง ให้เจ้าตูบและเหมียวแข็งแรงต้อนรับปีใหม่และอยู่กับเราไปนาน ๆ

        ปีใหม่นี้ถ้าใครยังไม่มีของขวัญให้ให้สัตว์เลี้ยงที่บ้าน อยากจะบอกว่าไม่ต้องหาซื้อให้ยุ่งยากเลย นอกเหนือจากจากขนมและของเล่นแล้วคุณยังสามารถให้ของขวัญอย่างอื่นกับพวกมันได้ อย่างเช่น ใช้เวลาอยู่กับน้องเหมียวมากขึ้น หรืออาจจะพาเจ้าตูบไปเดินเล่นบ่อยขึ้น และวันนี้กะปุกดอทคอมก็มี 9 วิธีดูแลน้องหมาและน้องแมวมาฝากกัน ถือซะว่าเป็นเป็นการให้ของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับเจ้าตูบและเจ้าเหมียว

1. พาไปตรวจสุขภาพประจำปี

        ไม่ใช่มีแต่คนเท่านั้นนะที่ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี หากที่บ้านมีน้องหมาน้องแมวอยู่ ก็อย่าลืมพาพวกเขาไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะคะ เพราะนอกจากจะได้เช็กความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังทำให้รู้ล่วงหน้าอีกด้วยว่าสัตว์เลี้ยงของเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง แล้วในฐานะที่เราเป็นเจ้าของควรจะระมัดระวังเรื่องอะไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ทำได้และมีอะไรบ้างที่ทำไม่ได้ เพราะโรคบางอย่างไม่มีอาการเตือนใด ๆ ถ้ามีอาการปุ๊บอาจหมายถึงชีวิตเลยก็ได้ เช่น โรคมะเร็ง ฉะนั้นปีใหม่นี้หากจะหาของขวัญให้สัตว์เลี้ยงสัตว์อย่าง พาพวกเขาไปตรวจสุขภาพประจำปีก็น่าจะเป็นไอเดียที่ดีมากทีเดียวค่ะ


2. ให้อาหารที่มีประโยชน์

        ของอ้วน ๆ มักจะอร่อยกว่าของที่มีประโยชน์เสมอ ซึ่งหมา-แมวเองก็คงเบื่อหากต้องกินอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุกวัน ฉะนั้นสำหรับเจ้าของที่อยากหาอะไรอร่อย ๆ ให้พวกเขาทาน เช็กส่วนผสมสักหน่อยว่ามีส่วนประกอบของอาหารที่เป็นอันตรายหรือเปล่า แล้วควรให้กินในปริมาณเท่าไรถึงจะพอดี แม้จะเป็นของอร่อยที่พวกเขาชอบกินมาก ก็อย่าใจอ่อนเพราะเจ้าตัวน้อยส่งสายตาปิ๊ง ๆ เพื่อขอขนมเพิ่มเชียว ทำใจแข็งเข้าไว้หรือคิดถึงสุขภาพของพวกเขาให้มาก ๆ จะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ เพราะหากปล่อยให้กินตามใจปากเยอะ ๆ แล้วมาป่วยทีหลัง เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าแน่ ๆ เช่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือไขข้ออักเสบ

        ส่วนอาหารหลักก็ควรให้ที่เหมาะสมกับวัยและชนิดของสัตว์เลี้ยงด้วย ซึ่งตอนนี้อาหารสัตว์ก็มีบอกไว้ในฉลากอยู่แล้ว โดยข้อดีของการให้อาหารสำเร็จรูปก็คือส่วนใหญ่มีสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายของหมากับแมวอยู่แล้ว หากไม่มั่นใจก่อนซื้อควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนสักนิด สัตว์เลี้ยงจะได้มีสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับเราไปนาน ๆ

3. ป้องกันสัตว์เลี้ยงสูดควันบุหรี่

        ควันบุหรี่ไม่ได้เป็นอันตรายกับคนเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายกับน้องหมาและน้องแมวด้วย เพราะจะทำให้ระบบทางเดินหายใจของพวกเขามีปัญหาหลังสูดควันเข้าไป อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง เมื่อเผลอเลียนขนที่มีควันบุหรี่ติดอยู่ด้วย หากรักกันจริงปีใหม่นี้ลองเลิกสูบบุหรี่เพื่อตัวเอง คนที่รัก และสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ๆ ในบ้านดูนะคะ


4. ให้เวลากับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

        หากก่อนหน้านี้แทบไม่มีเวลาให้กับสัตว์เลี้ยงเลยหรือมีเวลาให้แค่ตอนที่คุณไม่มีใครเท่านั้น ลองคิดดูสิว่าตอนนี้พวกเขาอยู่บ้านตัวเดียวมันเหงาขนาดไหน ปีใหม่นี้ลองลดกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตแล้วเพิ่มเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้น เช่น หลังเลิกงานถ้าวันไหนไม่มีธุระเร่งด่วนก็รีบกลับบ้านมาพาพวกเขาออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือเปลี่ยนสถานที่เที่ยวบ้างช่วงเสาร์-อาทิตย์ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีความสุขอย่างเดียว แต่คุณอาจจะได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมีเพื่อนใหม่ ๆ จากกลุ่มคนที่เลี้ยงสัตว์ชนิดเดียวกันด้วย


5. อย่ามองข้ามเรื่องการออกกำลังกาย

        ทุกวันนี้พบว่าสัตว์เลี้ยงเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักเลยก็คือออกกำลังกายน้อยเกินไปหรือเจ้าของไม่ได้พาไปออกกำลังกายเลย และตอนนี้ก็มีหมา 53% กับแมวอีก 55% ที่เป็นโรคนี้ หากเป็นแล้วก็จะมีโรคข้างเคียงตามมาอีกมากมาย ทั้งโรคเบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคความดัน ฯลฯ ดังนั้นเจ้าของควรพาสัตว์เลี้ยงไปออกกำลังกายด้วยตามความเหมาะสมกับอายุ เพศ และสายพันธุ์


6. หมั่นดูแลความสะอาดของร่างกาย

        แม้แมวจะทำความสะอาดตัวเองได้ แต่เจ้าของอย่างเราก็ควรช่วยดูแลความสะอาดไปพร้อมกันด้วย เช่น หมั่นตัดเล็บให้มีความยาวที่พอเหมาะ สามารถเดินได้สะดวกและยังใช้ป้องกันตัวเองได้ ไม่ตัดจนสั้นกุดหรือปล่อยยาวจนเดินลำบาก สำหรับน้องหมาหากมีเวลาควรอาบน้ำให้พวกเขาสัปดาห์ละครั้งและเช็ดขนให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จเพื่อป้องกันโรคปวดบวม นอกจากนี้ควรหมั่นแปรงฟันให้สะอาดอยู่เสมอ โดยใช้ยาสีฟันที่ระบุว่าใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในปริมาณที่เป็นพิษกับน้องหมาที่อาจทำให้เสียชีวิตได้เลย

        ข้อแนะนำสำหรับการแปรงฟันให้น้องหมาก็คือ ในช่วงแรกหากมีอาการขัดขืนให้ใช้ผ้าชุบน้ำขัดฟันไปก่อน เริ่มจากฟันด้านในแล้วค่อยขยับมาแปรงฟันหน้า ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟัน

7. หากิจกรรมให้ทำเวลาว่าง

        รู้หรือไม่ว่าน้องหมาก็สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ โดยเฉพาะหมาที่เป็นมิตร เข้ากับคนได้ง่าย และปรับตัวเก่งเมื่อเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ นั่นเป็นสัญญาณว่าน้องหมาอาจเป็นหมาบำบัดที่ดีได้ เช่น สุนัขพยาบาลบำบัดผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ที่บ้านหรือตามโรงพยาบาล หรือช่วยฝึกทักษะการอ่านของเด็ก ๆ เป็นต้น


8. พาเข้าสังคมใหม่ ๆ

        น้องหมาน้องแมวอาจจะเข้ากับเจ้าของได้ดีก็จริง แต่อาจจะเกิดความกลัวเมื่อเจอคนแปลกหน้าหรือสัตว์ตัวอื่น ๆ และอาจเกิดการทำร้ายได้เพื่อป้องกันตัว ฉะนั้นควรฝึกให้น้องหมาน้องแมวได้พบปะกับคนและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ด้วย

9. ทำประกันสัตว์เลี้ยง

        อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งกับสัตว์เลี้ยง ฉะนั้นจึงควรจะทำประกันให้กับพวกเขาด้วย ส่วนหลักการเลือกซื้อประกันคือ ให้เลือกประกันที่ครอบคลุมทั้งการประกันอุบัติเหตุ สุขภาพและการรักษาพยาบาลโรคทั่วไป

        อย่างไรก็ตามการเลี้ยงสัตว์นั้นไม่ใช่แค่การเอาใจใส่ในด้านใดด้านหนึ่ง ควรดูแลพวกมันทั้งในด้านจิตใจและสุขภาพเจ้าตูบและเจ้าเหมียวจะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ ปีใหม่นี้ก็อย่าลืมหันมาดูแลสัตว์เลี้ยงกันให้มากขึ้นนะคะ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/28358672649329245/

Monday, February 20, 2017

อันตราย ! เก็บสิ่งของ 9 อย่างนี้ให้มิดชิด ไม่งั้นอาจทำหมา-แมวป่วยได้


          สิ่งของที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง อย่าปล่อยให้สัตว์ของคุณต้องเจ็บป่วยด้วยสิ่งของที่เป็นอันตรายเหล่านี้เลยค่ะ มาเช็กกันหน่อยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็จัดการจัดเก็บให้พ้นสัตว์เลี้ยงซะเลย
 

          “เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์” นี่คงเป็นวลีที่คนเลี้ยงสัตว์ใช้อ้างเมื่อยามเกิดเหตุกับสัตว์เลี้ยง แต่จะดีกว่าไหมถ้าคุณไม่มีโอกาสได้พูดมันออกมาเลย แถมสัตว์เลี้ยงก็ยังอยู่รอดปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในแบบที่เราอยากเห็น กระปุกดอทคอมเลยนำเอาสิ่งของต้องห้ามที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงมาให้เช็กกันค่ะ หากบ้านไหนยังมีอยู่หรือวางสิ่งของเหล่านี้ไว้ล่อตาล่อใจสัตว์เลี้ยงก็ควรจะเก็บได้แล้วล่ะ

1. ขนมปัง

          แม้ขนมปังจะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหาร แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วยนะคะ เพราะถ้าสัตว์เลี้ยงกินขนมปังเข้าไป มันก็จะไปขยายและพองอืดอยู่ในกระเพาะ ขวางทางหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจและต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว รวมไปถึงยีสต์ที่เป็นส่วนประกอบในการทำขนมปังจะเข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

2. ดอกลิลลี่

          ในความสวยงามของดอกลิลลี่ก็ยังมีอันตรายแฝงอยู่ ซึ่งอันตรายเหล่านั้นจะไม่ส่งผลต่อมนุษย์อย่างเรา แต่กลับเป็นพิษภัยต่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะน้องแมว ถ้าน้องแมวเผลอไปเล่นดอกลิลลี่ พิษที่อยู่ในดอกก็จะเข้าไปทำลายระบบการทำงานของไต ทำให้เกิดภาวะไตวายได้เลยนะคะ นอกจากนี้ยังมีพืชชนิดอื่น ๆ ที่ต้องเลี่ยงให้ห่าง อย่างเช่น ชวนชม มิสเซิลโท และไม้ประดับในตระกูลฟิโลเดนดรอน

3. ยา

          แม้ว่าสัตว์จะมีชีวิตเหมือนเราแต่การรักษาทางร่างกายนั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับยาที่ใช้รักษาโรค ยาแก้ไข ยาบำรุง วิตามิน หรือแม้กระทั่งครีมบำรุงผิวของคนทั้งหลาย ต่างก็มีพิษและเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงต้องเก็บยาเหล่านี้ให้เป็นที่เป็นทาง อย่าวางเกะกะให้ล่อตาล่อใจสัตว์เลี้ยงเด็ดขาด

4. กระดูก

          อย่าให้เจตนาดีของเราต้องทำให้น้องหมาเจ็บตัวเลยนะคะ การที่โยนกระดูกให้น้องหมาเคี้ยวเล่นนั้นเป็นอันตรายอาจถึงขั้นทำให้น้องหมาเจ็บไข้ได้ป่วยเลยทีเดียว เคี้ยวดีไม่ดียังไง เศษกระดูกเหล่านั้นอาจจะเข้าไปติดคอและทำให้น้องหมาเกิดอาการช็อกขึ้นมาได้ ทางที่ดีหาซื้อกระดูกเคี้ยวเล่นที่ไม่เป็นอันตรายมาให้มันดีกว่าค่ะ

5. ช็อกโกแลต

          ช็อกโกแลตเป็นหนึ่งในของหวานยอดนิยมที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี แม้รสชาติของมันจะละมุนนุ่มลิ้นและช่วยให้เราผ่อนคลายได้ดีแค่ไหน แต่มันกลับเป็นยาพิษที่มีฤทธิ์รุนแรงระดับ 10 กะโหลกไขว้ต่อสัตว์เลี้ยงเลยทีเดียว เนื่องจากในช็อกโกแลตมีสารที่ทำให้หัวใจของสัตว์เลี้ยงเต้นเร็ว จนทำให้เกิดเอฟเฟกต์ในทางลบต่อร่างกายจนอาจถึงขั้นตายเลยก็เป็นได้

6. ไหมขัดฟัน

          ถึงไหมขัดฟันจะมีขนาดเล็กที่ดูไม่น่ามีอันตรายร้ายแรงเท่าไร แต่ถ้าหากสัตว์เลี้ยงคิดว่ามันคือของเล่นและเผลอกินเข้าไป รับรองได้เลยว่างานนี้ต้องถึงมือหมอแน่นอน เนื่องจากเส้นใยของไหมขัดฟันเหล่านั้นจะเข้าไปอุดตันในลำไส้และทำให้เกิดการบีบรัดลำไส้ได้ นอกจากนี้บรรดาเส้นด้าย หนังยาง และเชือกก็เป็นอันตรายเหมือนกัน

7. ถ่านไฟฉาย/แบตเตอรี่

          หลังเปลี่ยนถ่านไฟฉายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมทิ้งถ่านอันเก่าให้เป็นที่เป็นทางด้วยนะคะ มิเช่นนั้นน้องสัตว์เลี้ยงจะคิดว่าเป็นของเล่นที่พวกมันเอามากัดเล่นได้ แล้วถ้าหากมันกัดเข้าไปละก็ เศษถ่านไฟฉายคม ๆ ก็จะเข้าไปบาดภายในช่องปาก ลำไส้ และกระเพาะของพวกมันและทำให้เป็นฝีได้
 
8. แผ่นอบแห้ง


          บ้านไหนที่นิยมใช้แผ่นอบแห้งแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ต้องระวังให้ดี ๆ  เพราะถ้าทิ้งสิ่งของเหล่านี้ไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนซนของคุณก็อาจจะคาบไปฟัดเล่นก็ได้นะคะ ซึ่งจะทำให้ภายในช่องปาก ลำไส้ และกระเพาะของสัตว์เลี้ยงเป็นฝีเอาได้ ฉะนั้นถ้าไม่อยากทนเห็นสัตว์ที่รักเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ควรจัดการกับแผ่นอบแห้งให้เป็นระเบียบด้วยนะคะ

9. บุหรี่

          ไม่ว่าจะอย่างไร บุหรี่ก็ยังคงเป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นคนหรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง และถ้าสัตว์เลี้ยงเผลอไปงับบุหรี่มากัดกินเล่น สารนิโคตินก็จะเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เกิดอาการตัวสั่น อาเจียน และอาจถึงขั้นตายเลยก็ได้นะคะ จะให้ดี คนเลี้ยงสัตว์ควรจะลด ละ และเลิกบุหรี่ไปเลยดีกว่า ถ้าไม่อยากเห็นสัตว์เลี้ยงที่รักต้องมาเจ็บป่วยเพราะเราเอง

          เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้วคนรักสัตว์และคนที่เลี้ยงสัตว์อาจจะสะดุ้งกันไปเลยทีเดียว เพราะสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีอันตรายต่อมนุษย์ แต่กลับส่งผลร้ายต่อสัตว์เลี้ยงของเรามากมาย ถ้าไม่อยากเห็นสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยก็ควรจะจัดการกับสิ่งของเหล่านี้ให้ดี ๆ อย่าให้มีเหตุการณ์รู้เท่าไม่ถึงการณ์อีกเลยค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก housebeautiful และ vetstreet
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/2674081015114141/