Wednesday, April 24, 2019

ฮีทสโตรก โรคอันตรายของน้องหมาที่มากับหน้าร้อน




           โรคฮีทสโตรก โรคร้ายในหน้าร้อนที่เจ้าของสุนัขควรศึกษาวิธีสังเกตอาการ ดูแลรักษา และป้องกันเอาไว้ ก่อนที่หน้าร้อนอันแสนสนุกของคุณกับสุนัข จะกลายเป็นความเศร้า

           ถึงแม้หน้าร้อนจะเป็นช่วงที่สุนัขสามารถออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝน แต่ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกขณะ บางครั้งความร้อนก็กลับกลายเป็นอาวุธที่ทำให้สุนัขเสียชีวิตได้เนื่องจากโรคฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด ดังนั้นก่อนที่น้องหมาจะเป็นอะไรไป กระปุกดอทคอมได้รวบรวมข้อมูลทั้ง สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา และป้องกันโรคฮีทสโตรกในน้องหมามาฝากกัน

ที่มาของโรคฮีทสโตรกในสุนัข
 
        
  โรคฮีตสโตรกจะเกิดขึ้นกับสุนัขที่สูญเสียการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย เนื่องจากสุนัขไม่ได้ขับเหงื่อทางร่างกายเหมือนกับคน แต่จะระบายความร้อนผ่านการหายใจ ซึ่งถ้าหากสุนัขอยู่ในบริเวณที่มีการถ่ายเทความร้อนได้ไม่รวดเร็วพอ ก็จะทำให้เป็นโรคฮีทสโตรกได้ เพราะโดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 38-39 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเมื่อไร ก็จะแสดงอาการของโรคฮีทสโตรกให้เห็น และจะเริ่มเป็นอันตรายกับตับ ไต หัวใจ รวมไปถึงสมอง เมื่อร่างกายของสุนัขมีอุณหภูมิสูงถึง 41-42 องศา นอกจากนี้จริง ๆ แล้วโรคฮีตสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลาและทุกฤดู เพียงแต่ว่าช่วงหน้าร้อนเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมากที่สุดเท่านั้น 

อาการโรคฮีทสโตรกในสุนัข

          อาการโรคฮีตสโตรกสามารถสังเกตได้จากการที่สุนัขแลบลิ้นออกมามากจนผิดปกติ มีอาการเหนื่อย หอบ หายใจลำบาก กระหายน้ำรุนแรง น้ำลายเหนียวหรือยืด เหงือกมีสีแดงเข้มแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง เหงือกหรือจมูกแห้ง มีอาการเซ สับสนมึนงง ชัก อาเจียนบ่อย ท้องเสียเฉียบพลัน นอนนิ่งเกร็งขาทั้ง 4 ข้าง ตามตัวมีอุณหภูมิสูง อีกทั้งอาจจะเลือดกำเดาไหลหรือชัดร่วมด้วย หากอาการรุ่นแรงก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

          ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคฮีทสโตรกในสุนัขมีความแตกต่างกันไปตามขนาดรูปร่างของสุนัขและระยะเวลาที่อยู่ในที่ร้อนจัด ยิ่งอยู่ในพื้นที่นานและร้อนจัดมาก ๆ ก็ยิ่งเป็นอันตรายกับสุนัขมากขึ้น

วิธีดูแลและรักษาเมื่อมีอาการฮีทสโตรก
 
1. นำสุนัขออกจากบริเวณที่มีความร้อนสูง

          หากเป็นไปได้ควรพาสุนัขมาอยู่ในที่ร่มที่มีลมโกรก หรือบริเวณที่มีไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ควรห้ามไม่ให้สุนัขออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และวิ่งเล่นกลางแดดในช่วงเวลาดังกล่าว จนกว่าจะตรวจเช็กจนมั่นใจว่า สุนัขหายเป็นปกติแล้ว

2. ให้สุนัขดื่มน้ำเย็น

          ในระหว่างนี้ควรให้สุนัขดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องทีละน้อย เพราะถ้าปล่อยให้สุนัขดื่มน้ำมากเกินไปในเวลาอันรวดเร็ว อาจทำให้สุนัขอาเจียนได้ ส่วนในกรณีที่สุนัขไม่สนใจให้ใช้น้ำซุปไก่หรือน้ำซุปเนื้อแทนได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรบังคับให้สุนัขดื่มน้ำ หากสุนัขไม่ยอมดื่มด้วยตัวเอง

3. หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเย็นเช็ดตัว

          เจ้าของสุนัขสามารถใช้ผ้าเย็นเช็ดตัวสุนัขเพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณใต้อุ้งเท้าและใต้ท้อง แต่ไม่ควรใช้ผ้าเย็นห่มตัวสุนัขทิ้งไว้ เพราะนอกจากจะเป็นการลดการระบายอากาศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความร้อนให้กับร่างกายของสุนัขด้วย อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงสถานที่ปิด เช่น กรงสุนัข แต่ให้พาสุนัขไปอยู่ในที่มีการถ่ายเทอากาศดี ก็ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้

3. รดน้ำบนตัวสุนัข 

          ควรใช้น้ำที่มาจากก๊อกน้ำหรือสายยางรดน้ำลงบนตัวสุนัขด้วยระดับความดันน้ำที่ไม่แรงจนเกินไป และพยายามหลีกเลี่ยงการพาสุนัขไปแช่น้ำโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอ่างอาบน้ำหรือสระว่ายน้ำ เพราะการแช่น้ำจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายของสุนัขลดลงเร็วเกินไป ก็จะทำให้มีอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น หัวใจวายเฉียบพลัน หรือท้องอืด

4. พาไปพบสัตวแพทย์

          ถึงแม้จะดูแลเป็นอย่างดีแต่ก็ไม่ควรวางใจเสียทีเดียว หากเป็นไปได้ควรพาไปพบสัตวแพทย์ด้วย เพราะแม้ภายนอกจะดูเป็นปกติดี แต่อวัยวะภายในร่างกายของสุนัขอาจมีบางส่วนที่เกิดความเสียหายจากโรคฮีตสโตรกได้ และถ้าหากไม่วินิจฉัยให้ละเอียดก็อาจทำให้สุนัขถึงตายได้

5. ใช้แอลกอฮอล์ลูบใต้ฝ่าเท้า

          เนื่องจากสุนัขระบายความร้อนที่ผ่านผิวหนังใต้อุ้งเท้า ฉะนั้นการใช้แอลกอฮอล์ลูบที่บริเวณดังกล่าวก็ช่วยให้การระบายความร้อนในร่างกายดีขึ้น ส่วนปริมาณของแอลกอฮอล์ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายหากสุนัขเผลอเลียอุ้งเท้า


วิธีป้องกันการเกิดโรคฮีทสโตรก

 1. เลี่ยงต้นเหตุของโรคหรือทำให้อาการกำเริบ

          สุนัขที่มีอายุมาก เป็นโรคอ้วน และเคยมีประวัติโรคฮีตสโตรก หรือโรคชักมาก่อน มีโอกาสที่เป็นโรคฮีทสโตรกได้ง่าย จึงทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าสุนัขทั่วไปโดยเฉพาะสุนัขจมูกสั้น เช่น ปั๊ก หรือบูลด็อก ส่วนสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีสภาพอากาศร้อนจัดไว้ก่อนจะดีกว่า

2. ไม่ควรปล่อยให้สุนัขอยู่ในรถ

          หากไม่จำเป็นจริง ๆ ในช่วงฤดูร้อนไม่ควรให้สุนัขอยู่ในรถ ถึงแม้ว่าอากาศภายในรถจะไม่ร้อน หรือเปิดหน้าต่างรถทิ้งไว้ก็ตาม เพราะอุณหภูมิในรถช่วงฤดูร้อนแบบนี้สามารถเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายกับสุนัขมากทีเดียว

3. ตัดแต่งขนสุนัข

          ในหน้าร้อนแบบนี้เจ้าของควรพาสุนัขไปโกนหรือตัดขนให้สั้นลงด้วย โดยเฉพาะสุนัขที่มีขนทั้งหนาและยาว เพื่อลดความสะสมความร้อน ที่สำคัญหากเป็นไปได้ควรพาสุนัขไปตัดขนกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ออกแบบขนไปในตัวด้วย

4. นำสุนัขมาเลี้ยงไว้ในบ้านในวันที่มีแดดร้อนจัด

          หากอากาศร้อนจัดควรพาสุนัขมาอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ระหว่างวันที่มีแดดร้อนมาก ๆ หากไม่สามารถทำได้ก็ควรพาสุนัขไปอยู่ในที่ที่มีร่มเงา และมั่นใจว่าปลอดภัยกับสุนัขแทน

5. จัดหาน้ำและที่ร่มให้

          สำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขไว้นอกบ้านควรเตรียมน้ำ และหาที่พักที่มีร่มเงาไว้ให้กับสุนัขด้วย นอกจากนี้ยังมีบางคนเทน้ำแข็งลงบนพื้นเอาไว้ให้สุนัขนอนกลิ้งในวันที่มีอากาศร้อนอีกต่างหาก

6. พาสุนัขไปเล่นน้ำ

          หากบ้านอยู่ใกล้กับแม่น้ำ หรือมีสระน้ำอยู่ในบ้าน ก็ควรหาโอกาสพาสุนัขไปเล่นน้ำ หรือไม่ก็ใช้น้ำลูบตัวสุนัขบ้าง ก็จะช่วยป้องกันโรคฮีทสโตรกได้ทางหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามไม่ควรให้สุนัขลงเล่นน้ำลึกจนเกินไปนัก หากสุนัขมีทักษะการว่ายน้ำไม่ดีพอ

          และนี่คือโรคร้ายที่ก่ออันตรายให้กับสุนัขซึ่งเจ้าของควรระวัง ถึงแม้ไม่เคยมีประวัติก็อาจเป็นได้ อีกทั้งยังเป็นอันตรายถึงชีวิต ฉะนั้นเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้ก่อนกันดีกว่านะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก wikihow, thesprucepets, โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และ

***อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/70437483383058/

Tuesday, April 23, 2019

วิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมว ร้อนเบอร์ไหนก็อยู่ได้สบายมาก




         วิธีคลายร้อนสำหรับสุนัข และ วิธีคลายร้อนสำหรับแมว ช่วยให้อยู่ได้สบาย ๆ แม้ในวันที่อากาศร้อนที่สุด ไปดูกันว่าจะสามารถลดอุณหภูมิอากาศที่ร้อนระอุในบ้าน ด้วยวิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมวได้อย่างไรบ้าง

          นับวันอากาศยิ่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่คนยังทนไม่ค่อยจะได้ แล้วนับประสาอะไรกับสุนัขและแมวที่มีขนเต็มตัว คงรู้สึกไม่สบายตัวแน่ ๆ จะเปิดแอร์เลี้ยงสุนัขและแมวทั้งวัน ก็คงจ่ายค่าไฟไม่ไหว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมวมาฝาก วิธีคลายร้อนสำหรับสุนัขและแมวง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งแอร์ แต่ก็ช่วยดับร้อนได้เยี่ยมเลยล่ะ 


วิธีคลายร้อนสำหรับสุนัข 

1. หมั่นเติมน้ำดื่ม หรือก้อนน้ำแข็ง

          วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยบรรเทาความร้อน คือหมั่นเติมน้ำดื่มให้สุนัขของคุณอยู่เรื่อย ๆ เพราะอากาศร้อนแบบนี้แน่นอนว่าน้องหมาจะต้องหิวน้ำเป็นพิเศษ ลองใช้น้ำเย็น หรือใส่ก้อนน้ำแข็งลงไปด้วย น้องหมาบางตัวก็ชอบเลียน้ำแข็งให้คลายร้อนด้วยนะ

 2. เปิดพัดลม

          เพิ่มความเย็นสบายให้สุนัขของคุณ ด้วยการเปิดพัดลม ยิ่งโดยเฉพาะสุนัขที่มีขนเยอะ มักจะร้อนมากเป็นพิเศษ ถ้าได้พัดลมเป่าให้ขนปลิวดูบ้าง น้องหมาคงจะอารมณ์ดีมากขึ้น

3. ผ้าเย็นแขวนพัดลม

          ถ้ากลัวว่าสุนัขของคุณจะเย็นไม่พอ ลองใช้ผ้าเย็นที่แช่ตู้เย็นจนเย็นเฉียบ นำไปแขวนไว้กับพัดลมแล้วปล่อยพัดลมช่วยเป่าไอเย็นให้ไปสัมผัสสุนัขของคุณ เพิ่มความสดชื่นได้อีกนิด

4. เจลเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง

          ลองใช้คูลเจลสำหรับลดไข้ แช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วห่อด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ เอามาวางให้น้องหมาของคุณกอดรัดฟัดเหวี่ยง หรือจะวางรอง ให้นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนความเย็นเลยก็ได้ ถ้าไม่มีเจลเย็นให้ลองใช้น้ำแข็งห่อผ้าขนหนูแทน

5. เบาะนอนเก็บความเย็น

          ลองหาซื้อเบาะเจลสำหรับรองนอน แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จากนั้นเอามารองนอนให้กับน้องหมาของคุณ ถ้าหมดเย็นแล้วให้นำเอาไปแช่ตู้เย็นได้เรื่อย ๆ 

6. กะละมังอาบน้ำ

          วิธีการนี้อาจจะเปียกเลอะเทอะหน่อย แต่ก็ได้ผลดีอยู่เหมือนกันนะ แค่รองน้ำใส่กะละมังอาบน้ำ หรืออ่างอาบน้ำของน้องหมา พอถึงเวลาที่น้องหมาของคุณร้อนจนทนไม่ไหวละก็ มันจะลงไปแช่น้ำเองตามธรรมชาติ แต่พอมันขึ้นจากน้ำแล้ว คงต้องตามเช็ดบ้านกันสักนิด

7. เช็ดตัวด้วยผ้าเย็น

          ถ้ามีเวลาว่าง หมั่นเช็ดตัวให้สุนัขของคุณด้วยผ้าเย็น หรือผ้าชุบน้ำแข็งก็ได้ ค่อย ๆ เช็ดตามซอกหลืบที่ทำให้น้องหมาของคุณกระวนกระวายใจ โดยเฉพาะที่ท้อง จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายของน้องหมาเย็นลง และสบายตัวขึ้น


วิธีคลายร้อนสำหรับแมว 

1. วางน้ำแข็งคลายร้อน

          ในวันที่คุณต้องออกไปนอกบ้านทั้งวัน ไม่มีเวลาดูแลเจ้าเหมียวในตอนบ่ายที่อากาศร้อนจัด ก่อนออกจากบ้านให้นำน้ำแข็งสัก 3-4 ก้อนใส่ชามใส่น้ำของเจ้าเหมียว ถึงแม้น้ำแข็งจะละลายแล้วแต่น้ำก็ยังเย็นอยู่ ไว้ให้น้องเหมียวดื่มคลายร้อนระหว่างวัน 

2. ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ตอนไม่อยู่บ้าน

          ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ให้ทั้งวัน เปิดแค่ตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน โดยให้ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ในตอนบ่ายประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันไว้ช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน ถ้ากลัวน้องแมวจะร้อนอีก ก็เปิดพัดลมไปพร้อมกันเพื่อให้มีลมเย็นหมุนวนอยู่ตลอดก็ได้ค่ะ 

3. ตั้งพัดลมเล็กประจำที่

          ถ้าใครกลัวสู้ค่าไฟไม่ไหว ซื้อพัดลมตัวเล็ก ๆ ให้เจ้าเหมียว สมัยนี้หาซื้อได้ง่ายแถมราคายังไม่กี่ร้อย แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลาที่คุณอยู่บ้านด้วยเท่านั้น เดี๋ยวเจ้าเหมียวเห็นพัดลมแล้วอาจจะนึกว่าเป็นของเล่น จะยิ่งเสี่ยงอันตรายเข้าไปใหญ่

4. เคลียร์พื้นบ้านให้เจ้าเหมียวนอนเล่น

          พื้นบ้านเป็นส่วนที่เย็นที่สุดในช่วงหน้าร้อน การได้นอนเกลือกกลิ้งไปตามพื้นบ้านเย็น ๆ โล่ง ๆ ก็ช่วยคลายร้อนได้เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วพื้นบ้านต้องโล่ง ไม่มีพรมหรือข้าวของวางระเกะระกะ

5. ขวดน้ำแช่แข็งคลายร้อน

          ให้นำขวดน้ำไปแช่ช่องฟรีซให้แข็ง จากนั้นน้ำผ้าขนหนูห่อขวดน้ำไว้ นำไปวางมุมโปรดของเจ้าเหมียว ให้เจ้าเหมียวได้นอนเกลือกกลิ้งข้าง ๆ ขวด เจ้าเหมียวจะได้รู้สึกเย็นชื่นใจแถมยังตัวไม่เปียกด้วย

6. หมั่นเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ

          น้ำที่ให้เจ้าเหมียวดื่มนั้นควรจะสะอาดและเย็นอยู่เสมอ อากาศร้อนจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ระหว่างวันควรเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ โดยน้ำที่เปลี่ยนใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเย็น ใช้น้ำอุณหภูมิห้องแทนได้ค่ะ 

7. ปิดม่านกันแดด

          ถ้าคุณไม่อยู่บ้านก็ไม่ควรเปิดผ้าม่านไว้ เพราะในตอนบ่ายแดดอาจส่องเข้ามาในบ้านและไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ ทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้นไปอีก ถ้าไม่อยากให้บ้านมืดทึบก็หาผ้าม่านโปร่ง ๆ หรือฟิลม์กรองแสงมาติดแทนก็ได้ค่ะ 

8. ตัดขน

          ถ้าน้องแมวของคุณเป็นสายพันธุ์ที่มีขนยาวหนาฟูฟ่อง ให้ตัดขนแบบไลอ้อนคัท (Lion Cut) หรือการตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือไว้แค่ส่วนหัว ถ้าแมวมีขนสีขาวเลี่ยงไปตัดส่วนท้องแทน เพราะผิวหนังอาจไหม้แดดได้

9. หลีกเลี่ยงเจลประคบเย็น

          ถึงแม้ว่าเจลประคบเย็นจะทำมาจากสารที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายของคน เพราะแพ็กเกจที่เป็นพลาสติกไม่สามารถทนเล็บคม ๆ ของเจ้าเหมียวได้แน่ ๆ หากเจ้าเหมียวเผลอข่วนแล้วเลียเจลที่ไหลออกมาละก็เป็นเรื่องแน่ ๆ 

10. ห้ามปล่อยแมวไว้ในรถเด็ดขาด

          รถในหน้าร้อนไม่ต่างกับเตาอบสำหรับเจ้าเหมียว ฉะนั้นไม่ควรปล่อยเจ้าเหมียวไว้ในรถเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 

          อย่างไรก็อย่าลืมเอาวิธีคลายร้อนที่เรานำมาฝากนี้ไปใช้กับสุนัขและแมวที่บ้านนะคะ จะได้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว ร่าเริง และขี้อ้อน ไม่งอแงหรือขี้หงุดหงิดจนทาสอย่างเราต้องปวดหัวไปตาม ๆ กัน 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Catster และ Bynature
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/39899146689953784/

Friday, April 19, 2019

10 วิธีคลายร้อนให้แมว บรรเทาความร้อนให้เจ้าเหมียวในหน้าร้อน




       วิธีคลายร้อนให้แมวในหน้าร้อน รู้ไว้ก่อนดีกว่าแก้ก่อนที่น้องเหมียวของเราจะช็อกไปเสียก่อน สำหรับทาสแมวที่กลัวว่าน้องเหมียวจะทนความร้อนของแดดในหน้าร้อนไม่ไหว มาดูวิธีคลายร้อนให้แมวกันเลยค่ะ 

       
 ในหน้าร้อนสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าเหมียวที่มีขนปกคลุมทั่วร่างกายก็ร้อนไม่แพ้กับเราเลย และยิ่งแมวเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยถูกกับน้ำ คงจะไม่สะดวกเท่าไรถ้าจะใช้วิธีอาบน้ำเหมือนหมา แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ยังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถคลายร้อนให้เจ้าเหมียวได้ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็มี 10 วิธีคลายร้อนให้เจ้าเหมียวในหน้าร้อนมาฝากกัน ดังต่อไปนี้

1. วางน้ำแข็งคลายร้อน

        ในวันที่คุณต้องออกไปนอกบ้านทั้งวัน ไม่มีเวลาดูแลเจ้าเหมียวในตอนบ่ายที่อากาศร้อนจัด ก่อนออกจากบ้านให้นำน้ำแข็งสัก 3-4 ก้อนใส่ชามใส่น้ำของเจ้าเหมียว ถึงแม้น้ำแข็งจะละลายแล้วแต่น้ำก็ยังเย็นอยู่ ไว้ให้น้องเหมียวดื่มคลายร้อนระหว่างวัน 

2. ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ตอนไม่อยู่บ้าน

        ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ให้ทั้งวัน เปิดแค่ตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน โดยให้ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ในตอนบ่ายช่วงเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันไว้ช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน ถ้ากลัวน้องแมวจะร้อนอีก ก็เปิดพัดลมไปพร้อมกันเพื่อให้มีลมเย็นหมุนวนอยู่ตลอดก็ได้ค่ะ 

3. ตั้งพัดลมเล็กประจำที่

        ถ้าใครกลัวสู้ค่าไฟไม่ไหว ซื้อพัดลมตัวเล็ก ๆ ให้เจ้าเหมียว สมัยนี้หาซื้อได้ง่ายแถมราคายังไม่กี่ร้อย แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลาที่คุณอยู่บ้านด้วยเท่านั้น เดี๋ยวเจ้าเหมียวเห็นพัดลมแล้วอาจจะนึกว่าเป็นของเล่น จะยิ่งเสี่ยงอันตรายเข้าไปใหญ่

4. เคลียร์พื้นบ้านให้เจ้าเหมียวนอนเล่น

        พื้นบ้านเป็นส่วนที่เย็นที่สุดในช่วงหน้าร้อน การได้นอนเกลือกกลิ้งไปตามพื้นบ้านเย็น ๆ โล่ง ๆ ก็ช่วยคลายร้อนได้เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วพื้นบ้านต้องโล่ง ไม่มีพรมหรือข้าวของวางระเกะระกะ

5. ขวดน้ำแช่แข็งคลายร้อน


        ให้นำขวดน้ำไปแช่ช่องฟรีซให้แข็ง จากนั้นน้ำผ้าขนหนูห่อขวดน้ำไว้ นำไปวางมุมโปรดของเจ้าเหมียว ให้เจ้าเหมียวไว้นอนเกลือกกลิ้งข้าง ๆ ขวด เจ้าเหมียวจะได้รู้สึกเย็นชื่นใจแถมยังตัวไม่เปียกด้วย

6. หมั่นเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ

        น้ำที่ให้เจ้าเหมียวดื่มนั้นควรจะสะอาดและเย็นอยู่เสมอ อากาศร้อนจะทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ระหว่างวันควรเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ โดยน้ำที่เปลี่ยนใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเย็น ใช้น้ำอุณหภูมิห้องแทนได้ค่ะ 

7. ปิดม่านกันแดด

        ถ้าคุณไม่อยู่บ้านก็ไม่ควรเปิดผ้าม่านไว้ เพราะในตอนบ่ายแดดอาจส่องเข้ามาในบ้านและไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ ทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้นไปอีก ถ้าไม่อยากให้บ้านมืดทึบก็หาผ้าม่านโปร่ง ๆ หรือฟิลม์กรองแสงมาติดแทนก็ได้ค่ะ

8. ตัดขน

        ถ้าน้องแมวของคุณเป็นสายพันธุ์ที่มีขนยาวหนาฟูฟ่อง ให้ตัดขนแบบไลออนคัท (Lion Cut) หรือการตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือไว้แค่ส่วนหัว ถ้าแมวมีขนสีขาวเลี่ยงไปตัดส่วนท้องแทน เพราะผิวหนังอาจไหม้แดดได้

9. หลีกเลี่ยงเจลประคบเย็น

        ถึงแม้ว่าเจลประคบเย็นจะทำมาจากสารที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายของคน เพราะแพ็กเกจที่เป็นพลาสติกไม่สามารถทนเล็บคม ๆ ของเจ้าเหมียวได้แน่ ๆ หากเจ้าเหมียวเผลอข่วนแล้วเลียเจลที่ไหลออกมาละก็เป็นเรื่องแน่ ๆ 

10. ห้ามปล่อยแมวไว้ในรถเด็ดขาด

        รถในหน้าร้อนไม่ต่างกับเตาอบสำหรับเจ้าเหมียว ฉะนั้นไม่ควรปล่อยเจ้าเหมียวไว้ในรถเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 

       
 อย่างไรก็อย่าลืมเอาวิธีคลายร้อนที่เรานำมาฝากนี้ไปใช้กับน้องเหมียวที่บ้านนะคะ น้องเหมียวจะได้รู้สึกสบายเนื้อสบายตัว ร่าเริง และขี้อ้อน ไม่งอแงหรือขี้หงุดหงิดจนทาสอย่างเราต้องปวดหัวไปตาม ๆ กัน 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Catster และ Bynature
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/cute-cats/