Thursday, April 30, 2015

เตือนไว้..ไซบีเรียน ฮัสกี้ โกนขนในหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องดีนะ !!



          หน้าร้อนแบบนี้เจ้าของ ไซบีเรียน ฮัสกี้ คงจะอยากจะจับสุนัขไปโกนขน แต่รู้หรือไม่ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง และวันนี้เราก็มีคำตอบว่าทำไมไม่ควรโกนขนสุนัขมาฝากกันด้วย

          ในหน้าร้อนแบบนี้เจ้าของสุนัขหลาย ๆ คนมักจะคิดแทนสุนัขของตัวเองเสมอว่า คนที่ไม่มีขนฟู ๆ ยังร้อนเลย ฉะนั้นสุนัขที่มีขนยาว ๆ อย่างสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้ คงจะร้อนมากแน่ ๆ ก็เลยจับไปโกนขนจนเกลี้ยง โดยลืมคิดไปว่า ระบบการระบายความร้อนในร่างกายของสุนัขกับคนไม่เหมือนกัน และบางคนอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การโกนขน ไซบีเรียน ฮัสกี้ ในหน้าร้อน เป็นอันตรายกับสุนัขมากกว่าจะส่งผลดี อีกทั้งอาจจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ และเพื่อไขข้อสงสัยของเจ้าของไซบีเรียนฮัสกี้ว่า ทำไมไม่ควรโกนขนในหน้าร้อน ในวันนี้ก็มีคำตอบจากเว็บไซต์ snowdog.guru มาฝากกันค่ะ


 
ทำไมไม่ควรโกนขนไซบีเรียน ฮัสกี้ ในหน้าร้อน ?

          ทั้งสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky) และอลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskan Malamute) ต่างก็เป็นสายพันธุ์สุนัขเมืองหนาว ที่มีขน 2 ชั้น โดยขนชั้นในซึ่งเป็นขนที่อยู่ใกล้กับผิวหนังมากที่สุด หรือเรียกว่า อันเดอร์โค้ท (Undercoat) เป็นขนที่มีลักษณะหนานุ่ม ช่วยให้ดูฟูฟ่อง และสั้น จะทำหน้าที่คล้าย ๆ กับฉนวนกันความร้อน

          ใน ขณะที่ขนชั้นนอกหรือท็อปโค้ท (Topcoat) ที่ทั้งยาวและหยาบกระด้างกว่า จะช่วยปกป้องจากรังสียูวีกับแมลงต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยรักษาความอบอุ่นในหน้าหนาว พร้อมกับกักเก็บความเย็นเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน ดังนั้นการโกนขนสุนัขจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี ที่สำคัญหากโกนขนจนไม่เหลือสิ่งที่ช่วยปกป้องความร้อนใด ๆ ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด โรคฮีทสโตรกด้วย

ทำไมการโกนขนไม่ช่วยให้ไซบีเรียน ฮัสกี้ รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ?

          เพราะสุนัขไม่ได้ระบายความร้อนในร่างกายผ่านทางผิวหนัง แต่จะระบายความร้อนด้วยการหอบ และอุ้งเท้า ซึ่งเป็นจุดที่มีเหงื่อออกนั่นเอง แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เจ้าของทุกคนที่จะโกนขนไซบีเรียน ฮัสกี้ เพราะเชื่อกันผิด ๆ ว่า สามารถช่วยระบายความร้อนได้อย่างเดียว เนื่องจากบางคนก็จะจับสุนัขโกนขนในช่วงผลัดขน ซึ่งจะเกิดขึ้น 2 ครั้งต่อปี โดยใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์

          ซึ่งในระหว่างนี้ถึงแม้ขนของสุนัขจะร่วงเยอะ ก็ไม่ควรจะนำเหตุผลนี้มาใช้เพื่อโกนขนสุนัขอยู่ดี ในขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งโกนขนสุนัขตามแฟชั่น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควรจะทำมากที่สุด เพราะไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่เครื่องประดับที่จะเปลี่ยนตามแฟชั่นได้ กรณีเดียวที่สามารถโกนขนสุนัขได้ก็คือ ทำเพื่อรักษาทางการแพทย์เท่านั้น


วิธีการดูแลขนในหน้าร้อน

          ในช่วงที่มีอากาศร้อนแบบนี้นอกจากจะไม่ควรโกนขนสุนัขแล้ว ก็ควรหมั่นดูแลสุขภาพเส้นขนของสุนัขอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ขนชั้นในหลุดร่วง และจับตัวกันเป็นก่อน โดยการใช้แปรงสางขนสุนัข (Rake) หรือแปรงที่มีลักษณะคล้ายกับคราด แปรงขนสุนัขเป็นประจำ เพื่อให้ลมเย็นพัดเข้าถึงชั้นผิวหนัง และอากาศถ่ายเทได้สะดวกในขณะเดียวกันก็รักษาขนชั้นนอกไม่ให้เกิดความเสียหาย พร้อมกับปกป้องผิวหนังของสุนัขจากแสงแดด แต่ในทางตรงกันข้ามหากขาดการดูแล อากาศก็จะไม่สามารถพัดเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ และจะทำให้เกิดอาการฮีทสโตรกตามมา


          เพราะระบบในร่างกายของสุนัขแตกต่างจากคน ดังนั้นการโกนขนเพราะคิดว่าจะทำให้สุนัขรู้สึกสบายตัวขึ้นในหน้าร้อน จึงไม่ใช่ทางออกที่ดีนักอีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แถมยังเป็นอันตรายต่อผิวหนังของสุนัขอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากรังสียูวี แมลงสัตว์กัดต่อย และอื่น ๆ คงจะดีกว่าหากดูแลไซบีเรียน ฮัสกี้ ในหน้าร้อนอย่างถูกวิธี แทนที่จะตัดสินใจโกนขนดีกว่านะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก snowdog.guru, http://pet.kapook.com/view117217.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Wednesday, April 29, 2015

วิธีรักษาและป้องกันโรคตาให้กับสุนัขแสนรัก



           ตาเป็นอวัยวะสำคัญสำหรับทุกคน เพราะถ้าหากตามืดบอดไปโลกนี้คงไม่น่าอยู่เหมือนเคย อีกทั้งยังทำอะไรต่อมิอะไรไม่สะดวกอีกด้วยถึงแม้จะเป็นตาข้างใดข้างหนึ่งก็ตาม ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรักษาดวงตาเอาไว้ให้ดีที่สุด ซึ่งสำหรับสุนัขก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกัน และอาจจะใช้ชีวิตลำบากกว่าคนมากมาย หากไม่มีตาไว้สำหรับมอง ดังนั้น กระปุกเพ็ทขออาสานำขั้นตอนสำหรับรักษาและวิธีถนอมดวงตาสำหรับสุนัขมาให้ศึกษากัน เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขต้องทรมานกับโรคตาต่าง ๆ

           โรคตาสำหรับสุนัขมีหลากหลายแบบแตกต่างกันไปอันได้แก่ ตาแดง กระจกตาขุ่นขาว ตาแฉะ เกิดเนื้องอกหรือที่เรียกว่า เชอร์รี่อาย รวมไปถึงอาการตาบอด และความผิดปกติอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของสุนัขสามารถป้องกันได้โดยการระมัดระวังอย่าให้สบู่หรือแชมพูที่ใช้ทำความสะอาดเข้าตาเด็ดขาด ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ ควรจะใช้ผ้าชุบน้ำแล้วนำมาเช็ดดีกว่า และในเวลาที่เจ้าของทำความสะอาดบ้านมักจะมีฝุ่นผงละอองเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มบ้าน ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรนำสุนัขออกไปจากบริเวณนั้นเสียก่อน 


           นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ หรืออุปกรณ์มากระแทกดวงตา นอกจากนี้ควรหมั่นเล็มขนรอบดวงตาให้สั้นอยู่เสมอ หากสุนัขมีอาการระคายเคือง หรือมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตาของสุนัข ให้เปิดน้ำสะอาดไหลผ่านก่อนจากนั้นเช็ดออกด้วยสำลี หรือผ้านุ่ม ๆ ที่สำคัญอย่าลืมพาสุนัขไปตรวจสุขภาพตาด้วยอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะโรคบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

           เจ้าของสามารถสังเกตอาการเริ่มต้นของโรคตาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยดูจากความผิดปกติต่าง ๆ ที่สุนัขแสดงออกมาซึ่งได้แก่ สีของนัยน์ตาเปลี่ยนไป หรี่ตาหรือกระพริบตาถี่ขึ้น ตาปิดและมีน้ำตาไหล ไม่กล้ามองสู้แสงโดยตรง มีขี้ตาเกรอะกรัง มักจะเอาหน้าไปถูกับผนังหรือของแข็งอื่น ๆ บ่อยครั้ง ซึ่งถ้าหากสุนัขมีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ ควรจะพาไปพบสัตวแพทย์ทันที ไม่ควรจะซื้อยามารักษาหรือหยอดตาด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้อาการของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

           หากสุนัขกำลังเผชิญโรคเหล่านี้อยู่ไม่ต้องกังวลไปเพราะสามารถรักษาได้ แต่การรักษาของโรคมีวิธีที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไปตามชนิดโรคและระดับความรุนแรง ซึ่งมีตั้งแต่การฉีดยาไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของสัตวแพทย์ด้วย ทั้งนี้ในระหว่างที่สุนัขเข้ารับการรักษาเจ้าของควรจะอยู่ข้าง ๆ ให้กำลังตลอดเวลา โดยการลูบหัวและพูดให้กำลังใจตลอดจนกว่าจะเสร็จสิ้นการรักษา ถ้าหากสัตวแพทย์มีการสั่งยาอย่าลืมให้สุนัขทานยาอย่างสม่ำเสมอด้วย


 
           ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาควบคู่ไปกับการรักษาก็สามารถทำได้โดยการให้สุนัขนอนลงและทำให้เขารู้สึกสบายมากที่สุด หลังจากนั้นใช้มือข้างหนึ่งกดปากของสุนัขไว้ และใช้มืออีกข้างหนึ่งบีบยาหยอดลงไปที่บริเวณด้านบนของตาสุนัข แล้วปล่อยให้ยาไหลเข้าไปในตาของสุนัขเท่านั้น วิธีง่าย ๆ ที่เจ้าของสามารถทำได้ด้วยตัวเอง 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 
เครดิตภาพ   http://indulgy.com/post/BaRKBeMn82/smiling-corgi-puppy

Monday, April 27, 2015

5 อย่างต้องห้าม!! ...ต้องห่างเจ้าตูบ




         บรรดาคนรักหมาทั้งหลาย มักจะชอบหยิบยื่นอาหาร และเครื่องดื่มที่ตัวเองชอบให้น้องหมาได้ลิ้มลองบ้าง โดยหารู้ไม่ว่า อาหารรสโอชาของคนนั้นอาจเป็นพิษต่อเจ้าตูบจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

          ทั้งนี้ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร สัตวแพทย์ชื่อดัง ได้เผย 5 รายการที่เจ้าตูบห้ามแตะต้อง (กิน) เป็นอันขาด ดังต่อไปนี้

          1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

          บางคนหยิบยื่นแอลกอฮอล์ให้สุนัขกินเพื่ออยากรู้ปฏิกิริยาว่าเวลาเมา น้องหมาจะเดินโต๋เต๋เหมือนอย่างคนหรือไม่ แน่นอนค่ะ หากคุณลองให้สุนัขกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเขาจะเดินไม่ตรงทางเท่านั้น หากได้รับในปริมาณมาก ฤทธิ์ของเอทานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้สุนัขตื่นเต้น หายใจช้าลง หัวใจเต้นช้าลง หรืออาจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้เลยล่ะ...อย่าลืมว่า น้องหมาตัวเล็กกว่าคน ปริมาณแอลกอฮอล์เพียงน้อยนิด ก็เป็นพิษต่อเขาได้มากแล้ว

 
          2. ผลไม้ฝรั่ง

          อันได้แก่ แอปเปิ้ล แอปริคอท เชอร์รี่ พีช และพลับ ผลไม้ในกลุ่มนี้จะมีสารไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข หากกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้อาหารเป็นพิษ สุนัขจะมีอาการม่านตาเบิกโพรง หายใจลำบาก น้ำลายไหลย้อย และถึงขั้นช็อก

 
          3. อโวคาโด้

          สารเปอร์ซินในอโวคาโด้ เป็นพิษต่อสุนัข ทำให้หายใจลำบาก ท้องบวมป่อง มีน้ำขังในช่องอก ช่องท้อง และถุงรอบหัวใจ ดังนั้น ห้ามกินเด็ดขาด

 
          4. ผงฟู หรือโซดาทำขนมปัง

          สารชนิดนี้มีก๊าซที่จะส่งผลต่อความผิดปกติของระดับอิเลคโตรไลท์ในร่างกายสุนัข อาจเกิดภาวะเลือดคั่งในหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจเกร็งตัว และถึงตายได้

 
          5. ช็อกโกแลต

          เป็นที่รู้กันดีว่า ช็อกโกแลต ไม่เป็นมิตรกับชีวิตสุนัขเลย แม้ว่าเขาจะส่งสายตาอ้อนวอนสักแค่ไหน ก็ไม่ควรใจอ่อนเด็ดขาด เพราะปริมาณทรีโอโบรมีนและคาเฟอีนในช็อกโกแลตต่าง ๆ มีความเสี่ยงต่อความเป็นพิษสูง มักทำให้สุนัขตื่นเต้น กลัว ชัก หมดสติ ฯลฯ

 
          เอ้า...บ้าน ไหนที่เลี้ยงน้องหมา ก็อย่าลืมย้ำเตือนทุกคนในบ้านกันด้วยนะคะ เพราะบางทีเรารู้ แต่สมาชิกในบ้านอาจไม่รู้และเผลอหยิบยื่นอันตรายให้กับน้องหมาแสนรักได้

(คมชัดลึก)
เครดิตภาพ  http://www.fundogpics.com/golden-retriever-puppy-images.html

Sunday, April 26, 2015

สุนัข ก้าวร้าวแตกต่างกัน...เกิดจากอะไรบ้าง ?




           หลายบ้านมีสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัวที่เลี้ยงต่อ ๆ กันมาหลายรุ่น บ้างเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน บ้างเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นคนโปรด โดยสุนัขบางตัวอาจมีนิสัยเป็นมิตร ไม่เฉพาะกับเจ้าของและสมาชิกในบ้าน หากแต่มันยินดีที่จะกระดิกหางให้กับทุกคนที่เรียกชื่อหรือลูบหัวของมัน ขณะเดียวกัน สุนัขบางตัว นอกจากเจ้าของแล้ว คงไม่มีใครได้สัมผัสถูกตัวของเขาได้ ไม่เช่นนั้นอาจเจอ...แง่ม!!!

           แล้วอะไรบ้างล่ะ...เป็นเหตุให้สุนัขมีนิสัยดุร้าย และก้าวร้าว แตกต่างกันไป ลองมาดูกันเลย....

ปัจจัยแปรผันจากตัวสุนัขเอง เกิดจากหลายสาเหตุดังนี้

           1. อายุ : มักพบในช่วงอายุวัยหนุ่ม

           2. พันธุ์หมา / พันธุกรรม ที่ถ่ายทอดกันมาเป็นพื้นฐาน

           3. ระยะเวลาของปัญหาที่บ่มหรือก่อตัวมา

           4. ประสบการณ์ในช่วงแรกของชีวิต ความทรงจำ และความฝังใจ

           5. ความถี่ของการแสดงความก้าวร้าว

           6. สุขภาพ ยิ่งป่วย มีโรคประจำตัว ก็จะส่งผลให้ยิ่งก้าวร้าว

           7. ปัญหาอื่น ๆ เช่น

                - มีหมาตัวอื่นเป็นสิ่งกระตุ้น
                - การฝึก
                - ความรุนแรงในการเล่น
                - เพศ / สถานภาพของการสืบพันธุ์
                - ขนาด หมาขนาดใหญ่ ตัวโต มักเป็นจ่าฝูง และก้าวร้าว

 
ปัจจัยแปรผันจากตัวเจ้าของ ซึ่งเป็นผลจากการเลี้ยงดูจากเจ้าของ

           1. ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับหมา : ด้วยความรัก หรือความข่มขู่ กัดดัน บังคับ ฯลฯ

           2. ความเข้าใจและตระหนักถึงพฤติกรรมหมาที่แสดงออก มีความตั้งอกตั้งใจอยากจะแก้ปัญหาหมาก้าวร้าวอย่างจริงจัง และจริงใจแค่ไหน

           3. เห็นว่าความก้าวร้าวของหมาเป็นพฤติกรรมผิดปกติหรือไม่

           4. เข้ากันได้ และร่วมมือกับกระบวนการแก้ไขปัญหาความก้าวร้าวมากน้อยแค่ไหน

 
           สำหรับใครที่มีสุนัขนิสัยดุร้าย อาจลองสังเกตดูข้อมูลเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงพฤติกรรมของเจ้าตูบที่บ้าน หรือเพียงรู้ไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้องหมาก้าวร้าวกันนะคะ


(คมชัดลึก)
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, April 24, 2015

ปัญหาหมาวัยรุ่น กับคำถามยอดฮิต




          คนเลี้ยงหมา มักมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเลี้ยงดู รวมถึงสงสัยในพฤติกรรมบางอย่างของเจ้าตูบ ซึ่งโดยมากแล้วปัญหาทั้งหลายหลากมักจะเกิดกับเจ้าตูบวัยรุ่น และวันนี้เราได้นำคำถามยอดฮิตจากคนเลี้ยง และคำตอบดี ๆ จากสัตวแพทย์ชื่อดัง รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร มาบอกกันค่ะ

ทำไม หมาจึงกลัวเสียงดังล่ะ

         คงไม่ต่างจากคนที่อาจมีประสบการณ์ฝังใจบางอย่างจนก่อเกิดเป็นความกลัว เช่นเดียวกัน น้องหมาอาจมีความทรงจำที่ไม่ดีกับเสียงดังก็เป็นได้ หรือสาเหตุง่าย ๆ เลยคือ เสียงบางอย่าง เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และเสียงนั้นดังมากจนน่าตกใจ ซึ่งในกรณีนี้ หากเจ้าตูบขาดที่พึ่ง เจ้าของไม่ได้อยู่ด้วย ก็จะเกิดอาการกลัวลนลานเอามาก ๆ  


เมื่อไหร่ หมาจึงเหมาะแก่การมีคู่ครอง

         นอกจากอายุขัยที่อยู่ในวัยสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ต้องดูที่ระยะเวลาการเป็นสัดของสุนัขด้วย ทั้งนี้ หากต้องการผสมพันธุ์ ควรรอให้พ้นระยะการเป็นสัดครั้งแรกไปก่อน

ทำไม หมาทำหมัน (ส่วนใหญ่) ถึงอ้วน

         เป็นเพราะว่า การทำหมัน ทำให้เจ้าตูบลดความคึกคะนอง และมักจะเอาแต่กิน กับนอน ขยับเขยื่อนร่างกายน้อยกว่าตอนที่ยังไม่ทำหมัน ยิ่งหากเจ้าของเอาใจปรนเปรออาหารคาวหวานแบบไม่มีลิมิต หมาทำหมัน ก็จะไม่ต่างจากหมูดี ๆ นี่เอง ดังนั้น อย่าลืมพาเจ้าตูบออกกำลังกายบ้างล่ะ

 
ทำไม หมาในบ้าน ถึงกัดกันเอง

         เรื่องนี้อาจมาจากหลายสาเหตุ หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น แย่งกันเป็นใหญ่ หรือจ่าฝูง, แย่งคู่ (ระยะติดสัด), แย่งอาหารการกิน, แย่งที่อยู่ ที่นอนแย่งกันเอาหน้า (โชว์นาย)  ฯลฯ ซึ่งในการแยกหมากัดกัน จำไว้ว่า อย่าทำคนเดียว โดยให้แต่ละคนคว้าขาหลังทั้งคู่ของหมาแต่ละตัวแล้วค่อย ๆ ดึงออกพร้อมกัน แต่อย่ากระชาก หรือถ้าหากมีประทัด หรือนกหวีด ก็ให้จุดหรือเป่า เพื่อให้หมาตกใจ และผละหนีออกจากกัน ทั้งนี้ อาจจะประยุกต์ใช้เครื่องมืออื่นที่เหมาะสมก็ได้

  
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต