Sunday, October 29, 2017

9 วิธีดูแลหมา-แมวรับปีใหม่ ฉลองอย่างไรให้สัตว์เลี้ยงมีสุข


        ฉลองปีใหม่กับเจ้าตูบและเจ้าเหมียวด้วยของขวัญสุดพิเศษกับ 9 วิธีดูแลสัตว์เลี้ยง ให้เจ้าตูบและเหมียวแข็งแรงต้อนรับปีใหม่และอยู่กับเราไปนาน ๆ

        ปีใหม่นี้ถ้าใครยังไม่มีของขวัญให้ให้สัตว์เลี้ยงที่บ้าน อยากจะบอกว่าไม่ต้องหาซื้อให้ยุ่งยากเลย นอกเหนือจากจากขนมและของเล่นแล้วคุณยังสามารถให้ของขวัญอย่างอื่นกับพวกมันได้ อย่างเช่น ใช้เวลาอยู่กับน้องเหมียวมากขึ้น หรืออาจจะพาเจ้าตูบไปเดินเล่นบ่อยขึ้น และวันนี้กะปุกดอทคอมก็มี 9 วิธีดูแลน้องหมาและน้องแมวมาฝากกัน ถือซะว่าเป็นเป็นการให้ของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับเจ้าตูบและเจ้าเหมียว

1. พาไปตรวจสุขภาพประจำปี

        ไม่ใช่มีแต่คนเท่านั้นนะที่ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี หากที่บ้านมีน้องหมาน้องแมวอยู่ ก็อย่าลืมพาพวกเขาไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะคะ เพราะนอกจากจะได้เช็กความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังทำให้รู้ล่วงหน้าอีกด้วยว่าสัตว์เลี้ยงของเราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง แล้วในฐานะที่เราเป็นเจ้าของควรจะระมัดระวังเรื่องอะไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ทำได้และมีอะไรบ้างที่ทำไม่ได้ เพราะโรคบางอย่างไม่มีอาการเตือนใด ๆ ถ้ามีอาการปุ๊บอาจหมายถึงชีวิตเลยก็ได้ เช่น โรคมะเร็ง ฉะนั้นปีใหม่นี้หากจะหาของขวัญให้สัตว์เลี้ยงสัตว์อย่าง พาพวกเขาไปตรวจสุขภาพประจำปีก็น่าจะเป็นไอเดียที่ดีมากทีเดียวค่ะ


2. ให้อาหารที่มีประโยชน์

        ของอ้วน ๆ มักจะอร่อยกว่าของที่มีประโยชน์เสมอ ซึ่งหมา-แมวเองก็คงเบื่อหากต้องกินอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุกวัน ฉะนั้นสำหรับเจ้าของที่อยากหาอะไรอร่อย ๆ ให้พวกเขาทาน เช็กส่วนผสมสักหน่อยว่ามีส่วนประกอบของอาหารที่เป็นอันตรายหรือเปล่า แล้วควรให้กินในปริมาณเท่าไรถึงจะพอดี แม้จะเป็นของอร่อยที่พวกเขาชอบกินมาก ก็อย่าใจอ่อนเพราะเจ้าตัวน้อยส่งสายตาปิ๊ง ๆ เพื่อขอขนมเพิ่มเชียว ทำใจแข็งเข้าไว้หรือคิดถึงสุขภาพของพวกเขาให้มาก ๆ จะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ เพราะหากปล่อยให้กินตามใจปากเยอะ ๆ แล้วมาป่วยทีหลัง เป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าแน่ ๆ เช่น เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือไขข้ออักเสบ

        ส่วนอาหารหลักก็ควรให้ที่เหมาะสมกับวัยและชนิดของสัตว์เลี้ยงด้วย ซึ่งตอนนี้อาหารสัตว์ก็มีบอกไว้ในฉลากอยู่แล้ว โดยข้อดีของการให้อาหารสำเร็จรูปก็คือส่วนใหญ่มีสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายของหมากับแมวอยู่แล้ว หากไม่มั่นใจก่อนซื้อควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนสักนิด สัตว์เลี้ยงจะได้มีสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับเราไปนาน ๆ

3. ป้องกันสัตว์เลี้ยงสูดควันบุหรี่

        ควันบุหรี่ไม่ได้เป็นอันตรายกับคนเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายกับน้องหมาและน้องแมวด้วย เพราะจะทำให้ระบบทางเดินหายใจของพวกเขามีปัญหาหลังสูดควันเข้าไป อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง เมื่อเผลอเลียนขนที่มีควันบุหรี่ติดอยู่ด้วย หากรักกันจริงปีใหม่นี้ลองเลิกสูบบุหรี่เพื่อตัวเอง คนที่รัก และสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ๆ ในบ้านดูนะคะ


4. ให้เวลากับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

        หากก่อนหน้านี้แทบไม่มีเวลาให้กับสัตว์เลี้ยงเลยหรือมีเวลาให้แค่ตอนที่คุณไม่มีใครเท่านั้น ลองคิดดูสิว่าตอนนี้พวกเขาอยู่บ้านตัวเดียวมันเหงาขนาดไหน ปีใหม่นี้ลองลดกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตแล้วเพิ่มเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้น เช่น หลังเลิกงานถ้าวันไหนไม่มีธุระเร่งด่วนก็รีบกลับบ้านมาพาพวกเขาออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือเปลี่ยนสถานที่เที่ยวบ้างช่วงเสาร์-อาทิตย์ วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้สัตว์เลี้ยงมีความสุขอย่างเดียว แต่คุณอาจจะได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมีเพื่อนใหม่ ๆ จากกลุ่มคนที่เลี้ยงสัตว์ชนิดเดียวกันด้วย


5. อย่ามองข้ามเรื่องการออกกำลังกาย

        ทุกวันนี้พบว่าสัตว์เลี้ยงเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักเลยก็คือออกกำลังกายน้อยเกินไปหรือเจ้าของไม่ได้พาไปออกกำลังกายเลย และตอนนี้ก็มีหมา 53% กับแมวอีก 55% ที่เป็นโรคนี้ หากเป็นแล้วก็จะมีโรคข้างเคียงตามมาอีกมากมาย ทั้งโรคเบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคความดัน ฯลฯ ดังนั้นเจ้าของควรพาสัตว์เลี้ยงไปออกกำลังกายด้วยตามความเหมาะสมกับอายุ เพศ และสายพันธุ์


6. หมั่นดูแลความสะอาดของร่างกาย

        แม้แมวจะทำความสะอาดตัวเองได้ แต่เจ้าของอย่างเราก็ควรช่วยดูแลความสะอาดไปพร้อมกันด้วย เช่น หมั่นตัดเล็บให้มีความยาวที่พอเหมาะ สามารถเดินได้สะดวกและยังใช้ป้องกันตัวเองได้ ไม่ตัดจนสั้นกุดหรือปล่อยยาวจนเดินลำบาก สำหรับน้องหมาหากมีเวลาควรอาบน้ำให้พวกเขาสัปดาห์ละครั้งและเช็ดขนให้แห้งทันทีหลังอาบน้ำเสร็จเพื่อป้องกันโรคปวดบวม นอกจากนี้ควรหมั่นแปรงฟันให้สะอาดอยู่เสมอ โดยใช้ยาสีฟันที่ระบุว่าใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในปริมาณที่เป็นพิษกับน้องหมาที่อาจทำให้เสียชีวิตได้เลย

        ข้อแนะนำสำหรับการแปรงฟันให้น้องหมาก็คือ ในช่วงแรกหากมีอาการขัดขืนให้ใช้ผ้าชุบน้ำขัดฟันไปก่อน เริ่มจากฟันด้านในแล้วค่อยขยับมาแปรงฟันหน้า ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟัน

7. หากิจกรรมให้ทำเวลาว่าง

        รู้หรือไม่ว่าน้องหมาก็สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ โดยเฉพาะหมาที่เป็นมิตร เข้ากับคนได้ง่าย และปรับตัวเก่งเมื่อเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ นั่นเป็นสัญญาณว่าน้องหมาอาจเป็นหมาบำบัดที่ดีได้ เช่น สุนัขพยาบาลบำบัดผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ที่บ้านหรือตามโรงพยาบาล หรือช่วยฝึกทักษะการอ่านของเด็ก ๆ เป็นต้น


8. พาเข้าสังคมใหม่ ๆ

        น้องหมาน้องแมวอาจจะเข้ากับเจ้าของได้ดีก็จริง แต่อาจจะเกิดความกลัวเมื่อเจอคนแปลกหน้าหรือสัตว์ตัวอื่น ๆ และอาจเกิดการทำร้ายได้เพื่อป้องกันตัว ฉะนั้นควรฝึกให้น้องหมาน้องแมวได้พบปะกับคนและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ด้วย

9. ทำประกันสัตว์เลี้ยง

        อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งกับสัตว์เลี้ยง ฉะนั้นจึงควรจะทำประกันให้กับพวกเขาด้วย ส่วนหลักการเลือกซื้อประกันคือ ให้เลือกประกันที่ครอบคลุมทั้งการประกันอุบัติเหตุ สุขภาพและการรักษาพยาบาลโรคทั่วไป

        อย่างไรก็ตามการเลี้ยงสัตว์นั้นไม่ใช่แค่การเอาใจใส่ในด้านใดด้านหนึ่ง ควรดูแลพวกมันทั้งในด้านจิตใจและสุขภาพเจ้าตูบและเจ้าเหมียวจะได้อยู่กับเราไปนาน ๆ ปีใหม่นี้ก็อย่าลืมหันมาดูแลสัตว์เลี้ยงกันให้มากขึ้นนะคะ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/28358672649329245/

Wednesday, October 25, 2017

ข้อควรจำและเคล็ดลับ สำหรับเจ้าของ สุนัข ที่อ้วน


ข้อควรจำและเคล็ดลับสำหรับเจ้าของสุนัขที่อ้วน (Dogazine)
โดย สพ.ญ.พรวดี ยังสุขสถาพร

          เจ้าของควรจำไว้เสมอว่า ความอ้วนนั้นจัดเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

          ส่วนสำคัญที่สุดในการลดน้ำหนักให้กับสุนัข ก็คือ เจ้าของกว่า 50% ของสุนัขอ้วนลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เพราะเจ้าของบางคนเห็นสุนัขมาขออาหารหรือขนมก็อดให้ไม่ได้ จึงทำให้การลดน้ำหนักไม่สำเร็จ

          การลดน้ำหนักไม่ใช่การลดปริมาณอาหาร แต่เป็นการลดพลังงานและไขมันที่ได้จากอาหาร

          ขนมสุนัขที่ให้พลังงาน และอาจมีส่วนทำให้อ้วน ดังนั้น เมื่อสุนัขเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก เจ้าของต้องแจ้งสัตวแพทย์ด้วยว่าปกติให้ขนมสุนัขอะไรบ้าง ให้มากน้อยแค่ไหน

          เจ้าของต้องแจ้งให้กับทุกคนในบ้านทราบด้วยว่า สุนัขของตนกำลังเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก และแจ้งถึงข้อควรปฏิบัติแก่ทุกคนในบ้าน

          อย่าใจร้อน ดังที่กล่าวมาแล้วว่า การลดน้ำหนักที่ดีต้องไม่เร็วเกินไป ถ้าลดลงเร็วเกินไปอาจทำให้สุนัขสุขภาพทรุดโทรมได้

          สังเกตว่าสุนัขมีอาการหิว หรือรู้สึกไม่อิ่มหรือไม่ หลังจากเปลี่ยนมาเป็นอาหารที่ใช้ในช่วงลดน้ำหนัก ถ้ามีอาการหิวตลอดเวลา ควรกลับไปแจ้งให้สัตวแพทย์ที่ทำการรักษาหรือให้คำแนะนำทราบ และปรับปริมาณหรือเปลี่ยนชนิดอาหารที่ให้กิน อาจใช้วิธีคำนวณปริมาณอาหารทั้งหมดที่ต้องให้ต่อวัน แล้วแบ่งให้วันละ 3-4 มื้อก็ได้

          ถ้าสุนัขไม่ยอมกินอาหารลดน้ำหนัก อาจเริ่มจากให้อาหารเดิมผสมกับอาหารลดน้ำหนัก แล้วค่อย ๆ ลดอาหารเดิมลงไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างเดียว

          ถ้าเลี้ยงสุนัขหลายตัวในบ้าน จำเป็นต้องแยกชามอาหารของสุนัขที่อ้วนออกมาต่างหาก และต้องกันไม่ให้สุนัขไปแอบกินอาหารของตัวอื่นด้วย

          การป้องกันโรคอ้วนในสุนัขนั้น เจ้าของต้องคอยหมั่นสังเกตสุนัข ถ้ารู้สึกว่าสุนัขเริ่มมีน้ำหนักตัวมากขึ้น ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ และเริ่มการควบคุมน้ำหนัก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โดย สพ.ญ.พรวดี ยังสุขสถาพร

Monday, October 23, 2017

เคล็ดลับเพิ่มทักษะให้สุนัข ทั้งฉลาดและแสนรู้




          เจ้าของหลายคนคงจะรู้วิธีการฝึกสุนัขกันดีอยู่แล้ว อย่างเช่น จำชื่อตัวเอง กินข้าว การขับถ่าย และทำตามคำสั่งง่าย ๆ เป็นต้น แต่การฝึกเบื้องต้นแบบนี้ อาจจะน้อยไป เนื่องจากสุนัขก็เหมือนกับเด็กที่ต้องฝึกทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อให้สุนัขมีพฤติกรรมและแสดงออกอย่างเหมาะสมตามการเจริญเติบโตของร่างกาย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยเจริญพันธุ์

          การฝึกทักษะใหม่ ๆ นั้น ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการฝึกฝนทักษะที่มีความซับซ้อนและยากกว่าการฝึกให้ ทำตามคำสั่งทั่วไป แต่ทั้งนี้หากสุนัขไม่สามารถทำอย่างที่คุณต้องการได้ ควรจะให้เวลา และหลีกเลี่ยงการลงโทษ หรือดุด่า เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้สุนัขเกิดความสับสน ไม่มีความสุข หรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้น

          โดยเริ่มจากเปลี่ยนวิธีให้อาหาร จากเดิมที่เคยเทอาหารใส่จานข้าวแบบธรรมดา นำของเล่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น การนำอาหารใส่ลงไปในของเล่นที่ต้องกัด แกะ ฉีก หรือนำขนมไปซ่อนเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใส่อาหารลงไปในถาดหลุม แล้วนำของเล่นหรือลูกบอลปิดปากหลุมเอาไว้ จากนั้นปล่อยให้สุนัขแก้ไขปัญหาเอง หลังจากที่สุนัขเคยชินแล้ว ก็เปลี่ยนชนิดของของเล่นกับตำแหน่งที่ซ่อนอาหารไปเรื่อย ๆ

          เจ้าของหลายคนคงจะรู้วิธีการฝึกสุนัขกันดีอยู่แล้ว อย่างเช่น จำชื่อตัวเอง กินข้าว การขับถ่าย และทำตามคำสั่งง่าย ๆ เป็นต้น แต่การฝึกเบื้องต้นแบบนี้ อาจจะน้อยไป เนื่องจากสุนัขก็เหมือนกับเด็กที่ต้องฝึกทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อให้สุนัขมีพฤติกรรมและแสดงออกอย่างเหมาะสมตามการเจริญเติบโตของร่างกาย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยเจริญพันธุ์

          การฝึกทักษะใหม่ ๆ นั้น ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการฝึกฝนทักษะที่มีความซับซ้อนและยากกว่าการฝึกให้ ทำตามคำสั่งทั่วไป แต่ทั้งนี้หากสุนัขไม่สามารถทำอย่างที่คุณต้องการได้ ควรจะให้เวลา และหลีกเลี่ยงการลงโทษ หรือดุด่า เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้สุนัขเกิดความสับสน ไม่มีความสุข หรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้น

          โดยเริ่มจากเปลี่ยนวิธีให้อาหาร จากเดิมที่เคยเทอาหารใส่จานข้าวแบบธรรมดา นำของเล่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น การนำอาหารใส่ลงไปในของเล่นที่ต้องกัด แกะ ฉีก หรือนำขนมไปซ่อนเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใส่อาหารลงไปในถาดหลุม แล้วนำของเล่นหรือลูกบอลปิดปากหลุมเอาไว้ จากนั้นปล่อยให้สุนัขแก้ไขปัญหาเอง หลังจากที่สุนัขเคยชินแล้ว ก็เปลี่ยนชนิดของของเล่นกับตำแหน่งที่ซ่อนอาหารไปเรื่อย ๆ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/136796907406250867/

Sunday, October 22, 2017

10 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยยืดอายุน้องหมาให้ยืนยาว


           คงมีหลายครั้งที่คุณต้องสูญเสียน้องหมาตัวโปรดไปอย่างกะทันหัน ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอุบัติเหตุ หรืออาการเจ็บไข้ต่าง ๆ จนเมื่อมีน้องหมาตัวใหม่มาอยู่ด้วย จึงต้องหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดีนะที่จะให้เจ้าตูบมีชีวิตที่ยืนยาว และใช้เวลากับได้คุณมากกว่านี้ ดังนั้นกระปุกดอทคอมจึงมีวิธีที่จะทำให้น้องหมาอายุยืนมากขึ้นและอยู่กับคุณไปได้อีกนานกับวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้น้องหมามีอายุยืนยาว ดังต่อไปนี้

1. ให้อาหารที่มีประโยชน์และตรงต่อเวลา

          ถ้าต้องการให้น้องหมาอยู่กับคุณไปนาน ๆ ก็ควรที่จะให้อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของน้องหมาเอง อาจจะเป็นพวกอาหารเม็ดต่าง ๆ เพราะอาหารเหล่านี้ทำมาเพื่อสุนัขอยู่แล้ว ซึ่งเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ หรืออาจจะเพิ่มผักต่าง ๆ เข้าไปด้วย ถ้ากลัวน้องหมาจะเบื่อก็ลองนำไปผสมกับอาหารปกติอย่าง ข้าว, เนื้อสัตว์ เป็นต้น ที่สำคัญควรให้อาหารน้องหมาตรงเวลาทุกวันนะคะ

2. พาออกกำลังกายเป็นประจำ

          ควรให้น้องหมาออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปเดินเล่นทุกเย็น หรือพาออกไปวิ่งเล่น เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จะทำให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และเมื่อไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้แน่นอนว่าน้องหมาก็ย่อมมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณมากขึ้นนั่นเอง

3. พาไปเข้าสังคมกับหมาตัวอื่นบ้าง

          เจ้าสุนัขทั้งหลายก็เหมือนกับคนเราที่ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ ดังนั้นควรพาน้องหมาออกไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะ ให้มันได้พบเจอกับน้องหมาตัวอื่น ๆ บ้าง เพราะพวกมันเองก็มีสังคมแบบโฮ่ง ๆ ต้องการเพื่อนเล่นที่รู้ใจ และนี่เองจะทำให้มันมีความสุข เมื่อมีความสุขสุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย จนทำให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้นได้

4. แสดงความรักบ่อย ๆ


          สุนัขเองก็ต้องการให้คนกอด หอม หรือแสดงความรักต่อมัน ซึ่งก็เหมือนกับคนเรานั่นเอง การที่เรากอดหรือหอมน้องหมา จะทำให้พวกมันรู้ว่าเรารักมันมากแค่ไหน ซึ่งการแสดงออกแบบนี้จะทำให้มันมีความสุข เจ้าของเองคงเคยสังเกตมาบ้างเวลาที่คุณกลับมาบ้าน เจ้าน้องหมาจะเข้ามากระโดดจูบใส่คุณ และนี่เองคือวิธีการแสดงความรักของพวกมัน ถ้าคุณกอดตอบพวกมันก็จะคงจะมีความสุขไม่น้อย

5. เคลียร์บ้านให้สะอาดปราศจากฝุ่น

          สิ่งแวดล้อมภายในบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับน้องหมาเช่นกัน ถ้าคุณปล่อยให้ภายในบ้านรกหรือสกปรก ไม่ใช่แค่ตัวเจ้าของเองที่เป็นอันตรายจากฝุ่นผงเหล่านี้ แต่จะมีผลกระทบต่อตัวเจ้าตูบด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรดูแลทำความสะอาดภายในบ้านให้เรียบร้อยเพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัขและตัวคุณเองนะคะ

6. สร้างความสัมพันธ์กับน้องหมาสม่ำเสมอ

          สำหรับเจ้าของหลาย ๆ คน ช่วงแรก ๆ ที่ได้น้องหมามาเลี้ยง จะใช้เวลาส่วนมากอยู่กับน้องหมาและให้เวลาพวกมันเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเจ้าตูบโตขึ้น รวมทั้งเจ้าของเองอาจจะยุ่งจึงทำให้ละเลยการดูแลเอาใจใส่ต่าง ๆ ไม่ควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ค่ะ ควรจะคอยสร้างความสัมพันธ์กับน้องหมาเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจ้าตูบเองไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกละเลย เพราะถ้าเมื่อไรที่มันรู้สึกเช่นนี้ก็จะเป็นการบั่นทอนทำลายสุขภาพของมันเอง ทำให้ไม่มีความสุข สุขภาพก็จะแย่ตามไปด้วย

7. ทำหมันให้น้องหมา

          เจ้าของสุนัขหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าการทำหมันน้องหมาจะทำให้พวกมันมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เพราะการทำหมันให้น้องหมาจะเป็นการป้องกันไม่ให้พวกมันออกไปเที่ยวเถลไถลที่ไหน ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อตัวเจ้าตูบเองด้วย

8. ดูแลสุขภาพฟันและปากบ่อย ๆ

          ถึงแม้ว่าจะทำความสะอาดตัวน้องหมาเป็นประจำสักแค่ไหน แต่ก็อย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพฟันและช่องปากของน้องหมาด้วยเช่นกัน เพราะช่องปากของน้องหมาถือเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียต่าง ๆ มากมาย ถ้าไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้

9. ให้น้องหมาพักผ่อนมีเวลาส่วนตัว

          ถึงแม้ว่าจะสำคัญมากแค่ไหนกับการให้ความรักกับสุนัขของคุณ หรือการให้มันได้ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ก็ควรให้น้องหมาได้มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง เพื่อให้พวกมันได้ผ่อนคลายในแบบของตัวเอง ที่คนเราอาจจะไม่เข้าใจ และนี่แหละที่จะทำให้สุขภาพใจและกายของมันดีขึ้น

10. ตรวจสุขภาพน้องหมาประจำปี

          การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถึงแม้ว่าเจ้าของจะดูแลน้องหมาดีแค่ไหน แต่รับประกันไม่ได้ว่าน้องหมาจะไม่ป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ดังนั้นการพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อที่จะรู้และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับลูกสุนัขควรพาไปหาสัตวแพทย์อย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี สำหรับสุนัขที่โตแล้วปีละครั้งก็ใช้ได้แล้วค่ะ

          นอกจากการดูแลเอาใจใส่แล้วก็ไม่ควรทิ้งน้องหมาไว้นอกบ้านค่ะ เพราะจะเหมือนกับเป็นการละเลยไม่สนใจเท่าที่ควร เจ้าของเองก็ไม่อาจรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปล่อยน้องหมาทิ้งไว้นอกบ้านบ่อย ๆ เจ้าตูบอาจได้รับอุบัติเหตุก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าอยากให้น้องหมาอยู่กับคุณนาน ๆ ก็อยากลืมนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ

เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/774124926669151/

Sunday, October 15, 2017

ทำไมหมาจึงดุ


         จากข่าวเรื่องสุนัขกัดเด็กจนเสียชีวิตนั้น เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งหลายครา แต่ปัญหาเรื่องพฤติกรรมความก้าวร้าวของสุนัข ยังไม่มีใครสามารถแก้ไขในต้นตอของปัญหาได้  สิ่งสำคัญที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ คือ ความเข้าใจในธรรมชาติของสุนัขที่เลี้ยง และลักษณะนิสัยของสุนัข  เนื่องจากสุนัขแต่ละสายพันธุ์ อายุ เพศ จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ นิสัยดุร้ายที่แสดงออก เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ

1. พันธุกรรม

          เนื่องจากแต่ละสายพันธุ์มีการปรับปรุง ให้ได้ลักษณะที่ต้องการ เช่น สายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ สายพันธุ์เยอรมัน  มีการพัฒนาพันธุ์ เพื่อคอยคุ้มกันกองคาราวาน สายพันธุ์นี้ จึงมีลักษณะของความเป็นจ่าฝูง หมายถึง หวงแหนที่อยู่  คอยปกป้องดูแลเจ้าของ และมีความเป็นผู้นำสูง

2. การเรียนรู้ด้วยตนเอง

          การเรียนรู้นี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจของเจ้าของ เช่น การขังสุนัขไว้ภายในบ้าน เมื่อมีรถยนต์วิ่งผ่าน สุนัขเห่า แสดงความก้าวร้าวใส่ รถยนต์ได้วิ่งผ่านไป เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ  ทำให้สุนัขเรียนรู้ว่า เมื่อแสดงความก้าวร้าว จะสามารถปกป้องที่อยู่หรือไล่สิ่งที่ตนไม่ชอบออกไปได้

3. สิ่งแวดล้อมรอบตัว 

          สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นให้สุนัขแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ  ออกมา เช่น หากเลี้ยงสุนัขในบริเวณ ที่มีการก่อสร้าง มีคนงานเดินไปมาตลอดเวลา สุนัขจะรู้สึกกังวล  เนื่องจากต้องคอยดูแลพื้นที่อยู่ และเจ้าของ จนไม่ได้พักผ่อน ส่งผลให้เครียด และเหนี่ยวนำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้น

          สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าของ  เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ เป็นสุนัขที่ถูกพัฒนาเพื่อการใช้ปกป้องอาณาเขตที่อยู่  รวมถึ เด็กกับสุนัขไม่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน สุนัขจึงไม่ทราบว่าเด็ก คือคนในครอบครัวที่เค้าต้องดูแล  แต่คิดว่าเด็กคือคนที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ในยามวิกาล ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น  ซึ่งหมายถึงสุนัขได้ทำหน้าที่ของเค้าโดยสมบูรณ์

ทำอย่างไรให้สุนัขหายดุ

          สำหรับการเลี้ยงสุนัขเพื่อให้มีความดุร้ายลดลง สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน คือ

          1. การพาสุนัขออกไปนอกบ้านในช่วงวัยเด็ก ให้สุนัขได้มีสังคมกับสุนัขตัวอื่น ๆ  และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น เรียนรู้ที่จะรับการสัมผัสจากคนแปลกหน้า  เสียงรถยนต์ แมว หรือสุนัขตัวอื่น ๆ  เป็นต้น

          2. ฝึกให้สุนัขมีระเบียบวินัย เริ่มจากวินัยภายในบ้าน เช่น การกินอาหารให้เป็นเวลา การขับถ่ายในสถานที่ที่กำหนด เดินในสายจูงโดยไม่ลากเจ้าของ

          3. การฝึกเชื่อฟังคำสั่ง  เช่น การฝึกให้นั่ง หมอบ ปล่อย หรือคอย เป็นการสอนให้สุนัขเรียนรู้ที่จะทำเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการในท่าทางที่เหมาะสม  รวมถึง เป็นการสร้างภาวะความเป็นผู้นำให้เจ้าของอีกด้วย

          4. การให้เวลากับสัตว์เลี้ยง  เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างสุนัข กับเจ้าของ

          5. ทำหมันสุนัขตัวที่มีพฤติกรรมดุร้าย เนื่องจากความดุร้ายนี้ สามารถถ่ายทอดไปยังสุนัขรุ่นต่อไปได้

          6. หลีกเลี่ยงการเลี้ยงดู ที่เป็นการสนับสนุนให้สุนัขมีความเป็นจ่าฝูง  เช่น การนอนร่วมเตียงกับเจ้าของ  การปล่อยให้สุนัขดึงสายจูง เป็นต้น

          ทุก ๆ พฤติกรรมที่สุนัขแสดงออกมานั้น ล้วนเป็นสัญชาตญาณของสุนัขทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อคุณได้นำสุนัขมาเลี้ยงดูแล้ว จะเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแนะนำ สอนให้สิ่งที่ถูกต้องกับสุนัข เพื่อที่คุณและเค้าจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

โรคพยาบาลสัตว์ทองหล่อ