Saturday, August 29, 2020

โรคข้อสะโพกห่างในสัตว์เลี้ยง




โรคข้อสะโพกห่างในสัตว์เลี้ยง (Dogazine Healthy)
เรื่องโดย : น.สพ.พัฒนา รัตนชินทร์

            โรคข้อสะโพกห่าง เป็นโรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือเนื่องจากการเลี้ยงดูที่ให้สารอาหารไม่ถูกสัดส่วนกับการเจริญเติบโตของสุนัข โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ผู้เลี้ยงยังมีความเข้าใจว่าต้องให้แคลเซียมมาก ๆ เพื่อเสริมสร้างกระดูก แต่แคลเซียมที่ให้มักจะเกินความพอดี ทำให้เกิดปัญหาโรคข้อสะโพกห่างตามมา

            โรคนี้เป็นอาการเสื่อหรือผิดรูปของข้อสะโพก หรือเนื่องจากการเคลื่อนของข้อสะโพก ซึ่งจะมีทั้งข้อสะโพกเคลื่อนมากหรือเคลื่อนน้อย ในรายที่เป็นมานาน เมื่อฉายภาพรังสีจะพบว่ามีแคลเซียมมาเกาะที่บริเวณข้อสะโพกมาก ทำให้ข้อสะโพกและบริเวณรอบๆ ข้อสะโพกเสื่อม โรคนี้จะพบในสุนัขพันธุ์ใหญ่มากกว่าพันธุ์เล็ก เช่น เยอรมัน เซพเพิร์ต, โกลเดน รีทรีฟเวอร์ เป็นต้น โดยอาการจะแสดงออกตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขอยู่

            สัตว์ที่เป็นโรคนี้จะแสดงอาการเจ็บปวดเวลาเดิน ลุกขึ้นหรือนั่งลง มักไม่ค่อยยอมเดินหรือวิ่งเนื่องจากเจ็บ เมื่อถ่ายภาพรังสีในสุนัขที่เป็นระยะแรกจะพบว่ามีการเคลื่อนหรือผิดรูปของข้อสะโพก เช่น หัวกระดูกขาที่ต่อกับสะโพกไม่กลมเหมือนสุนัขปกติ อาจจะแบน ป้าน หรือหัวกระดูกเป็นเหลี่ยม บางรายกระดูกไม่อยู่ในเบ้า เบ้ากระดูกตื้น เป็นต้น อาการเจ็บเกิดจากกระดูกที่ผิดไปจากปกติ ทำให้เกิดการเสียดสีเวลาเดินมากกว่าปกติ จึงมีอาการอักเสบและเจ็บตามมา สุนัขบางรายจะลดอาการเจ็บโดยการกระโดดแทนการเดินหรือวิ่ง ถ้าเดินหรือวิ่งมากเกินไป สัตว์จะเจ็บปวดมากและจะไม่ยอมลุกหรือเดินในวันต่อมาในรายที่เป็นมานาน กระดูกอ่อนและข้อจะเกิดอาการเสื่อมอย่างรุนแรงและมีแคลเซียมมาเกาะที่บริเวณกระดูกและข้อ

            การรักษามักให้ยาควบคุมอาการเจ็บปวดเพื่อลดอาการเสื่อมของกระดูกและข้อ เมื่อยาแก้ปวดไม่ได้ผลต้องทำการผ่าตัด ซึ่งมีวิธีการทำได้หลายวิธี ที่นิยมในเมืองไทยคือการตัดหัวกระดูก และการผ่าตัดกล้ามเนื้อ เราจะกล่าวถึงการตัดกล้ามเนื้อในที่นี้กระดูกขาและกระดูกเชิงกรานจะมีกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ยืดให้เบ้ากระดูกแนบกับหัวกระดูก เมื่อกระดูกเคลื่อนหรือผิดรูปไปจะทำให้กล้ามเนื้อตึงมากกว่าปกติ กระดูกจึงเสียดสีกันมากขึ้นการตัดกล้ามเนื้อชิ้นนี้เพื่อให้หัวกระดูกกับเบ้าห่างกันมากขึ้น จึงช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะร่วมกับการรักษาทางยาจะเห็นผลได้ชัดเจนว่าสุนัขมีอาการเจ็บปวดลดลงอย่างมาก สามารถลุกเดิน วิ่ง หรือเล่นได้มากกว่าที่เคย แผลผ่าตัดจะอยู่ด้านในของต้นขา มีขนาดยาวไม่เกิน 2-3 นิ้ว สุนัขมักจะไม่ค่อยแสดงอาการเจ็บปวดภายหลังการผ่าตัด มักเดินหรือวิ่งได้ภายหลังการผ่าตัดแล้ว 1-2 วัน อีกทั้งการดูแลแผลผ่าตัดก็ไม่ยุ่งยาก


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view40654.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/281543717081881/

Thursday, August 27, 2020

ทายนิสัยจาก 9 สัตว์เลี้ยงที่ชอบ นี่แหละตัวตนบ่งบอกความเป็นเรา !



รู้หรือไม่ สัตว์เลี้ยงก็สะท้อนตัวตนของผู้เลี้ยงได้ มาทำนายทายใจจากสัตว์ที่ชอบเลี้ยงกันว่า แท้จริงแล้วเรามีนิสัยอย่างไร

สัตว์เลี้ยง ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนเล่นของเราเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วชนิดของสัตว์ที่เรานำมาเลี้ยง ก็สะท้อนตัวตนจริง ๆ ก็ของคนเลี้ยงได้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่นสัตว์เลี้ยงทั้ง 8 ชนิดนี้ที่เรานำมาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นแมว สุนัข นก ปลา กระต่าย หนู ม้า และไก่ สัตว์ทุกตัวล้วนบอกนิสัยได้ ถ้าอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นคนอย่างไร ก็ตามไปดูกันเลย 

1.  แมว :  ขี้อ้อน รักอิสระ

คนที่ชอบแมวมาก ๆ ชนิดที่ว่าเจอที่ไหน ก็ต้องขอเข้าไปกอด จูบ ลูบ คลำ หมายความว่า นิสัยของคุณแทบจะไม่ต่างจากแมวเลย คือ ขี้อ้อน รักอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้อำนาจใคร เป็นคนมีฝีมือ ทำงานประณีต ทำอะไรพิถีพิถัน ละเอียดลออ รสนิยมดี ชอบใช้ของแบรนด์เนม ราคาแพง แต่ในทางตรงกันข้าม คุณอาจจะดูหยิ่งในสายตาคนอื่น เพราะมีความไม่ยอมใคร จู้จี้จุกจิกเล็ก ๆ ขี้ระแวง

2. สุนัข  :  ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา

สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนเล่น และเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน นิสัยของสุนัขมักจะรักและซื่อสัตย์กับเจ้าของมาก ๆ ดังนั้นลักษณะนิสัยของคนที่เลี้ยงสุนัขคือ เป็นคนเฟรนด์ลี่ ซื่อสัตย์สุจริต พูดจาตรงไปตรงมา คิดแบบไหนพูดแบบนั้น มักจะมีน้ำใจกับผู้อื่นเสมอ มีนิสัยรักเพื่อนพ้อง จริงใจ กล้าตัดสินใจ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ไม่ชอบหนีปัญหา และชอบเรื่องท้าทายตื่นเต้น แต่ด้วยความที่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา อาจทำให้คุณดูเหมือนพูดจาแรงจนเกินไป ไม่อ่อนข้อให้กับใคร นอกจากนี้คุณยังขี้หงุดหงิดง่ายด้วย

3. นก  :  คล่องแคล่ว รักสวยรักงาม

คนที่ชอบเลี้ยงนก ไม่ว่าจะเป็นนกเขา นกกาเหว่า นกแก้ว นกขุนทอง หรือนกอะไรก็ตาม บ่งบอกได้ว่า คุณเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบผูกมัดกับใคร คล่องแคล่ว ปราดเปรื่อง ไม่ชอบอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ คล่องแคล่วแอคทีฟ จนบางครั้งดูเหมือนเป็นคนประเภทไฮเปอร์ รักสวยรักงาม ชอบการเข้าสังคม แต่ก็แอบเอาแต่ใจตัวเองอยู่เล็ก ๆ เหมือนกัน

4. ปลา  :  ช่างฝัน มองโลกในแง่ดี

การเลี้ยงปลาดูเหมือนจะง่าย แต่ถ้าไม่รักจริงคงเลี้ยงไม่ได้ เพราะการเลี้ยงปลามีความจุกจิกเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน บุคลิกของคนเลี้ยงปลา ดูเหมือนจะเป็นคนช่างฝัน อ่อนไหว นิสัยแบบไปเรื่อยๆ ไม่มีความทะเยอทะยาน เป็นคนที่สุภาพเรียบร้อย รักความสงบ มองโลกในแง่ดี แต่บางครั้งก็อาจจะดูเพ้อฝันนิดๆ ชอบอยู่กับตัวเอง ไม่ชอบการแข่งขัน หรือเอาชนะใคร อาจเป็นเพราะว่าคุณเป็นคนขี้อาย อารมณ์อ่อนไหวง่าย โกรธง่ายแต่หายเร็ว

5. กระต่าย  :  ไหวพริบดี เชื่อมั่นในตัวเอง

กระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบโดนจับหรือโดนอุ้มบ่อย ๆ เพราะจะเฉามือ ส่วนใหญ่จะเลี้ยงไว้ในกรงเพื่อดูเล่น กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่กินเก่งและนอนเก่งมาก ลักษณะนิสัยของคนที่เลี้ยงกระต่าย คือเป็นคนมีไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในความคิดตัวเอง เป็นคนที่ดูภายนอกแล้วเหมือนจะอ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้วภายในเป็นคนเข้มแข็ง แหลมคม แฝงไปด้วยไหวพริบ คุณเป็นคนละเอียดลออ ทำอะไรประณีต พลิกแพลงไปได้เรื่อย ๆ แต่ก็ทำอย่างระมัดระวัง ซึ่งด้วยลักษณะนิสัยที่กล่าวมาทำให้คุณสามารถเข้าถึงคนอื่นได้ง่าย รู้ใจใคร ๆ ไปเสียหมด

6. หนู  :  กระตือรือร้น รักความก้าวหน้า

สำหรับหลายคนอาจคิดว่า หนูเป็นสัตว์ที่สกปรก ไม่น่าจะนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง แต่ถ้าถามเจ้าของสัตว์เลี้ยงประเภทนี้ เขากลับคิดว่า หนูเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่น่ารัก แถมดูแลก็ง่าย ซึ่งบุคลิกของมันเป็นยังไง คนที่ชอบเลี้ยงก็เป็นแบบนั้น คือเป็นคนฉลาด ปราดเปรียว มีไหวพริบดี ขยันขันแข็ง ร่าเริง มองโลกในแง่ดี มีความกระตือรือร้น รักความก้าวหน้า มีความระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ปรับตัวเก่ง มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเข้าสังคม และเป็นนักสะสม ถึงแม้บุคลิกจะดูเงียบขรึม แต่ก็ยังรักอิสระ ชอบจัดระเบียบให้กับชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นคนเก็บเงินเก่ง มีความสุขกับการสะสมยอดเงินในบัญชีมาก จัดระเบียบกับชีวิตได้ดี วางแผนก่อนใช้เงินเสมอ แถมยังดูแลบ้านได้ดีอีกด้วย

7. ม้า  :  รักอิสระ มีสปิริตสูง

ม้าเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจและอยากเลี้ยง บางคนวาดฝันไปถึงการได้ขี่ม้าเล่นรับลมเย็น ๆ ท่ามกลางธรรมชาติในทุ่งหญ้าเขียว ๆ แต่การจะเลี้ยงม้าสักตัวให้เติบโต สมบูรณ์ แข็งแรงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับนิสัยของคนที่ชอบเลี้ยงม้า คุณเป็นคนรักอิสระอย่างที่สุด และไม่ชอบให้ใครมาบังคับหรือผูกมัด มีความซื่อสัตย์ มีความแข็งแรงแต่ไม่แข็งกร้าว ตรงกันข้ามกลับมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนมีสปิริตสูง มักจะมีพลังงานอย่างเหลือล้นหากได้หยิบจับหรือทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ก็จะตั้งใจทำในสิ่งนั้นด้วยความรับผิดชอบจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

8. ไก่ :  อัธยาศัยดี ขี้เล่น

ว่ากันว่าคนเลี้ยงไก่ชีวิตมักจะมีสีสันอยู่ตลอดเวลา เพราะชอบทำอะไรพิศดาร มีความเป็นศิลปิน กล้าได้กล้าเสีย คุณมักเป็นคนอัธยาศัยดี ขี้เล่น ชอบเข้าสังคม จนทำให้ใครหลายคนมักชอบเข้ามาคุยเล่นด้วยเสมอ

9. เต่า :  รักอิสระ ช่างสังเกต

สำหรับคนที่ชอบเลี้ยงเต่า ทายนิสัยได้ว่า ตัวตนจริง ๆ เป็นคนรักอิสระอย่างมาก รักสันโดษ ชอบอยู่กับพื้นส่วนตัว เลี่ยงที่จะเป็นจุดสนใจของคนทั่วไป ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ช่างสังเกต คิดวิเคราะห์สิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว อีกทั้งยังเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อลงมือแล้วจะทำให้สำเร็จ และเป็นคนที่เชื่อถือได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ลักษณะนิสัยของสัตว์เลี้ยงถูกต้องตรงกับตัวคุณหลายข้อเลยใช่ไหมล่ะ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีสัตว์เลี้ยง อยากหาสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ มาไว้เป็นเพื่อนเล่น ก็ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนั้นก่อน เช่น นิสัย อาหาร การดูแล ว่าเราเหมาะจะเลี้ยงสัตว์ตัวนั้นหรือไม่ แล้วเราเตรียมตัวพร้อมหรือยังสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ 
ขอบคุณข้อมูลจาก Pet Expo, yourdost และ easel
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/914862411832236/


Tuesday, August 25, 2020

สอนแบบไหนน้องหมาชอบ



1. สื่อสารภาษาหมา. หมาไม่ได้สื่อสารกันแบบมนุษย์ พูดไปก็ไม่เข้าใจ แต่ถ้าคำสั่งสั้นๆ ง่ายๆ นี่โอเคเลย รวมถึงภาษากายด้วย คุณเองก็ต้องรู้จักอ่านสีหน้าท่าทางของหมาเช่นกัน แต่สำคัญกว่าคือต้องคอยระวังสีหน้าท่าทางของตัวเอง โดยเฉพาะตอนกำลังฝึกหมา จำไว้อย่างว่าสำหรับหมา การกระทำสำคัญกว่าคำพูด[7]

2. ฝึกวินัยให้น้องหมา. วิธีผูกสัมพันธ์ระหว่างกัน ก็คือสอนพฤติกรรมดีๆ ให้น้องหมา รวมถึงการ "นั่ง" และ "คอย" ด้วย
  • รวมถึงฝึกไม่ให้หมาทำพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เช่น การกัดคนหรือหมาตัวอื่น วิ่งเตลิดไป หรือก้าวร้าว[8]

3. ใช้น้ำเสียงสงบใจเย็น. พูดกับน้องหมาเหมือนเป็นคนคนนึง โดยเวลาพูดให้ใช้น้ำเสียงสงบ อ่อนโยน ห้ามตะคอกหรือใช้อารมณ์เด็ดขาด ให้หมาฟังแล้วรู้สึกถึงความรักและความหวังดีในน้ำเสียงของคุณ[9]
  • อย่าลืมว่าหมาจะคอยสังเกตท่าทีของคุณพอๆ กับคำพูด เพราะงั้นคุณต้องระวังสีหน้าท่าทางให้ดีเวลาฝึกหรือพูดคุยกับน้องหมา[10]

4. ฝึกแบบให้กำลังใจ. เวลาฝึกหมาให้ใช้การให้กำลังใจ ไม่ใช่การลงโทษ แบบนี้หมาจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าเยอะเลย น้องหมาทำตัวดีหรือทำถูกต้องตามที่คุณสั่งเมื่อไหร่ต้องให้รางวัล ไม่ว่าจะเป็นคำชม การลูบ หรือขนม น้องหมาจะรู้ว่านี่แหละสิ่งที่ควรทำ พอมีเป้าหมายแล้วหมาจะรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข ให้รางวัลทันทีที่หมาทำดี อย่าประวิงเวลา[11]
  • การให้รางวัลเป็นขนม ทำให้หมายิ่งทำตัวดี เพราะเชื่อมโยงขนมกับพฤติกรรมนั้นๆ ให้คุณเลือกรางวัลให้หลากหลายหน่อย ไม่ใช่แค่ขนม แต่เปลี่ยนเป็นของเล่น ความสนใจของคุณ หรือเกมส์และกิจกรรมต่างๆ เวลาชมให้ใช้เสียงร่าเริงมีความสุข แล้วอย่าลืมเกาหลังให้น้องหมาด้วย

5. ดุได้แต่อย่าทำร้าย. ถ้าหมาทำอะไรผิดหรือไม่สามารถทำตามคำสั่งของคุณได้ถูกต้อง ห้ามลงโทษหมาเด็ดขาด เพราะหมาไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคุณถึงทำแบบนั้น เปลี่ยนมาสอนสิ่งที่ถูกดีกว่า โดยดุหรือใช้วิธีแก้พฤติกรรม แต่ห้ามตะคอกหรือทำร้ายร่างกายเด็ดขาด[12] ตีก็ไม่ได้ มือของคุณไม่ได้มีไว้ตีหมา เปลี่ยนเป็นการจับปลอกคอแล้วเขย่า ปรับพฤติกรรมด้วยการใส่สายจูง หรือช่วยจัดท่าทางของหมาให้ถูกต้องแทน เวลาดุให้เสียงดังฟังชัด แล้วพอหมาทำถูกต้องก็ให้ชมแล้วให้รางวัล[13]
  • รักหมาได้แต่ต้องเข้มแข็งหน่อย เรียกได้ว่าเป็นการรักแบบมีวินัย ห้ามโกรธหรือตะคอกก็จริง แต่ต้องเลี้ยงหมาให้อยู่ในระเบียบวินัย เชื่อฟังคำสั่งคุณ
  • เช่น ถ้าหมาเห่าแล้วคุณสั่งว่า "หยุด" พอหมาทำตามห้ามคุณลงโทษที่หมาเห่าไปเมื่อครู่ แต่ต้องให้รางวัลที่หมาหยุดเห่าแทน

เครดิตภาพ   https://www.pinterest.com/pin/658862620511013363/